ความเหนื่อยล้าจากงานและการเดินทางทำให้ซากิล้มตัวลงบนเตียงนุ่มในห้องมืดมิดของเขาอย่างง่ายดายแม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิตใจกลับไม่เป็เช่นนั้นยามหลับตาภาพจำมากมายถูกฉายทับซ้อนขึ้นกระตุ้นให้าแลึกภายในจิตใจของเขาเริ่มปรีออกอีกครั้งเพียงชั่วครู่ลมหายใจของซากิก็หนักขึ้น ดวงตาที่ปิดสนิทเริ่มกระตุกเบาๆความทรงจำอันเรือนลางจากฝันร้ายในอดีตได้เริ่มคืบคลานเข้ามาในความฝันของเขาอีกครั้ง
..
.
ซากิเด็กหนุ่มในวัย 22 ปีและน้องชายวัย 15 ปีเติบโตในญี่ปุ่นภายใต้การดูเเลของคุณพ่อ อากิระ คุโรซากิ และคุณแม่ โซเฟียคาร์เตอร์ หญิงสาวชาวเเคนาดาตระกูลคุโรซากิมีชื่อเสียงโด่งดังจากการเปิดโรงฝึกและโรงตีดาบที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นทว่าเบื้องลึกภายใต้ความรุ่งเรืองนั้นพวกเขาดำรงชีวิตในอีกบทบาทหนึ่ง… ‘นักฆ่าลอบสังหาร’ ผู้ซ่อนตัวในความมืดเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและเงียบเชียบ จนผู้คนต่างขนานนามพวกเขาว่า ‘เงา’ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติ กระทั่งค่ำคืนหนึ่ง…โศกนาฎกรรมอันโเี้ได้อุบัติขึ้น
เป็เวลาตีหนึ่งในคืนเดือนดับผู้คนต่างหลับไหลอย่างสนิทจากการร่ำสุราในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเกิดของซากิอนาคตผู้น้ำตระกูลคนต่อไป ทุกสิ่งราวกับถูกเตรียมการมาเป็อย่างดีถูกจัดฉากทั้งสถานที่ เวลา และจังหวะที่ประจวบเหมาะ ชายฉกรรจ์ร่างสูงกำยำไซส์ยุโรปนับกว่าสองร้อยคนพร้อมอาวุธครบมือกรูเข้าโจมตีอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ความมืดมิดคือผืนผ้าใบของเหล่าเงาพวกเขามักจะแกร่งที่สุดในยามรัตติกาล ทว่าค่ำคืนนี้กลับเป็จุดอ่อนที่สุด เพราะการฉลองทำให้พวกเขามึนเมาและประมาทการโจมตีที่รวดเร็วและเป็ระบบทำให้ตั้งตัวไม่ติดอีกทั้งกลุ่มศัตรูยังเป็มืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดีเยี่ยมรู้จุดอ่อนและวิธีการรับมือกับพวกเขาโดยเฉพาะ
เปลวไฟสีแดงฉานโชกโชนแผดเผาโรงฝึกทั้งหลังโหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดยั้งประกอบกับเสียงปืนที่ดังระงมเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ต้องดับชีพ อากิระ คุโรซากิพ่อของเขายืนหยัดต่อสู้จนสุดกำลัง มือขวาใช้ดาบเป็ส่วนหนึ่งของิญญาฟาดฟันกับศัตรูอย่างดุเดือด มือซ้ายจับกระบอกดำขลับอย่างมันคงเหนี่ยวไกสาดใส่ศัตรูอย่างแม่นยำแต่จำนวนที่มหาศาลและะุปืนที่แม้แต่ห่าฝนก็ยากจะต้านทาน ท้ายที่สุด...เขาล้มลง….ท่ามกลางความโกลาหลโซเฟียผู้เป็แม่พาลูกชายทั้งสองที่อยู่ในอาการช็อคสุดขีดวิ่งหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิดเธอรีบมุ่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็ลานกว้างที่มีเครื่องบินจอดเรียงรายอยู่มากมาย โซเฟียฉุดกระชากร่างของลูกทั้งสองที่กำลังตกอยู่ในภาวะหวดกลัวอย่างสุดแรงไปหานักบินที่เธอเคยร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง
“ช่วยด้วยได้โปรด!...ช่วยฉันเป็ครั้งสุดท้ายเถอะ ขอร้อง!....ฮึก....ช่วยพาลูกๆของฉันไปที....ฮึกฮือ..”เธอร้องขออ้อนวอนทั้งน้ำตาขณะยัดของมีค่าที่เธอมีอยู่ให้กับนักบินจนหมด นักบินชายมองสภาพโซเฟียด้วยความใใบหน้าเปื้อนเืจากาแทั่วทั้งร่าง
“โซเฟียใจเย็นก่อน!นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เธอนั้นเเหละที่ควรจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ ไม่ได้ขอร้องละ ฮึก…ได้โปรด พาพวกเขาไปที่แคนาดาทีให้ไปหาพ่อแม่ฉัน…ขอร้อง! พวกท่านคือความหวังสุดท้าย….อึก” โซเฟียร้องอ้อนวอนเสียงสั่นเครือดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้ฉายด้วยความสิ้นหวังจนที่สุดนักบินผู้นั้นก็พยักหน้ารับ
“ได้ฉันจะพาพวกเขาไป เเต่ต้องเป็ตอนเช้านะ เครื่องบินยังไม่พร้อมที่จะบินตอนนี้”โซเฟียพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรงเธอหันกลับไปหาลูกชายทั้งสองที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นดวงตาของเธอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความรักและความเ็ป เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากอดรัดร่างของซากิและน้องชายเข้าไว้แน่นกอดที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และการจากลา
“แม่…” ซากิเรียกเธออย่างแ่เบาและเต็มไปด้วยความสั่นเครือ
“ลูกแม่…ฮึก แม่รักลูกนะ..เข้มแข็งไว้นะลูก…ฮืออ...ซากิ…ต่อไปหนูต้องดูเเลน้องให้ดีนะต้องให้ฮารุทำการบ้านด้วยละ....อึก…ฮึก…เด็กดี…ของแม่.” เธอพร่ำกระซิบเสียงสั่น กลิ่นดินปืน ควันไฟ และคาวเืคละคลุ้งแต่กลิ่นอายสุดท้ายที่ซากิรับรู้ คือกลิ่นหอมจางๆจากแม่ของเขา วินาทีนั้นเองร่างของโซเฟียอ่อนปวกเปียกลงเธอไม่อาจทนพิษาแมากมายที่ได้รับมาได้อีกต่อไปเธอล้มลงในอ้อมแขนของลูกชาย…และจากไปทิ้งไว้เพียงความเ็ปและาแในใจซากิและน้องชายที่ไม่อาจลบเลือน
..
.
“แม่!!...ฮึก..ฮืออ!! ”