กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามรอบแต่ก็ไม่มีทีถ้าว่ามีคนรับสายเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังไม่ยอมหยุด ต่อให้หลับลึกแค่ก็ต้องตื่นมารับด้วยความรำคาญเสียงสุดๆ
"หมอจางพูดคะ"
"คุณหมอผอ. เรียกพบด่วนค่ะ รีบไปที่ห้องผอ.ด่วนเลยนะคะ น่าจะเป็เคสฉุกเฉิน VIP"
หลังจากวางหูเธอรีบลุกขึ้นหยิบเสื้อกาวน์มาใส่แล้วตรงไปยังห้องผอ.ทันทีเมื่อเข้าไปในห้องก็เห็นผอ.นั่งคุยอยู่กับผู้ชายอายุรุ่นพ่อคนหนึ่ง สีหน้าท่าทางเคร่งเครียดเธอเดินเข้าไปหยุดข้างหน้าโต๊ะผอ. พร้อมกับพยักหน้าให้ผอ.รีบแนะนำเธอกับผู้ชายคนนั้นทันที
"นี่คือหมอจางแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาลเรา"
"และที่คือประธานตงหุ้นส่วนใหญ่ของโรงพยาบาลเรา"
ทั้งสองโค้งตัวเล็กน้อยทักทายกันพอเป็พิธี ก่อนที่ประธานตงจะเป็ฝ่ายเริ่มพูดเข้าเื่ทันทีถึงสาเหตุที่เขาเร่งรีบมาและในตอนนี้คือเวลาเที่ยงคืน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็เื่คอขาดบาดตาย
"หมอจางต้องช่วยลูกสาวผมนะตอนนี้เธอเ็ปทรมานมาก เท่าไรผมก็จ่ายไหวขอร้องละหมอ ช่วยเธอด้วย"
"ใจเย็นๆก่อนนะคะ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวท่าน"
"เธอลื่นล้มในห้องน้ำหน้าไปกระแทกเข้ากับขอบอ่างอาบน้ำเืไหลเต็มหน้าไปหมดลูกสาวผมกลัวว่าจะเสียโฉมเธอไม่ยอมไปรักษาที่อื่นนอกจากที่นี่ช่วยเธอด้วยนะครับหมอจาง ถ้าหมอจางรักษาลูกสาวผมได้ผมให้ค่ารักษาคุณเลยสิบล้าน ได้โปรดช่วยลูกสาวผมด้วย ถ้าเสียโฉมขึ้นมาหรือหน้าบิดเบี้ยวเธอคงไม่มีหน้าไปพบใครอีก" ประธานตงตอนนี้พูดพลางสีหน้าร้อนรนสุดๆถึงขนาดยืนข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้
สำหรับจางซูเหยาแล้วการรักษาาแไปพร้อมๆ กับการทำ
ศัลยกรรมใบหน้านั้นไม่ใช่เื่ใหญ่เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์หลายด้านแต่ที่เลือกด้านศัลยกรรมความงามเพราะว่ามันทำเงินได้มาก รวดเร็วกว่าจะเลือกเป็แพทย์ด้านอื่นถึงอย่างนั้นเธอก็ทุ่มเงินมากมายไปกับการเปิดคลินิกรักษาโรคทั่วไปกับคนยากคนจน เหตุผลที่ทำเช่นนี้เพราะแม่ของเธอเสียด้วยโรคมะเร็งระยะแรกที่มีทางรักษาให้หายได้ แต่ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยซึ่งตอนนั้นเธอใช้เงินทั้งหมดไปกับการรักษาแม่แต่ก็ไม่พอในที่สุดแม่ของเธอก็ตาย เธอเสียใจมากซึ่งผู้เป็พ่อก็ได้แต่ปลอบใจปมในใจครั้งนั้นทำให้เธอจึงชอบงานที่ทำเงินมากๆเพื่อบรรเทาความรู้สึกที่ต้องเสียแม่ไป แน่นอนว่าเธอเอาแต่ทำงานอยู่ตลอดเวลาปานว่าเป็หนี้ร้อยล้าน จนป่านนี้อายุยี่สิบหกปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีแฟน จนเพื่อนแอบแซวไม่ได้ว่า 'ถ้าจะยุ่งเบอร์นี้ก็ขอให้โสดยาวไปเลย' แต่เธอก็ไม่ได้สนใจทำตัวชิวๆ ไป แม้ว่าเพื่อนจะหนีไปแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว
"ตกลงค่ะ อาจต้องใช้เวลามากกว่าเคสปกติ แต่ก็จะพยายามเต็มที่ค่ะท่านประธานตงไม่ต้องเป็ห่วง" ตอนนี้เธอรู้สึกเป็กังวลนิดๆด้วยที่ว่าร่างกายเมื่อยล้าสุดๆขณะทำการผ่าตัดแต่งแผลเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะวูบจนตัวเซเล็กน้อยการผ่าตัดครั้งนี้กินเวลานานถึงสองชั่วโมงแต่ก็ใกล้จะเสร็จแล้วพยาบาลเห็นดังนั้นรีบทักขึ้นทันทีด้วยความเป็ห่วง
"หมอจางไหวมั้ยคะให้หมอจื่อช่วยมั้ยคะ" เธอหันหน้าไปทางหมอจื่อซึ่งหมอผู้ช่วยแล้วพยักหน้าให้ เพราะเห็นว่าใกล้เสร็จแล้ว
"ฝากหมอจื่อด้วยนะคะ"
เธอถอดถุงมือแล้วเดินออกจากห้องผ่าตัดทันทีแต่ออกจากห้องไม่ถึงสิบก้าวก็รู้สึกหายใจไม่ออกแล้วก็วูบล้มลงไปกับพื้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เจอกับผู้ชายสองคนร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยหมัดกล้ามั์ตาสีแดงใบหน้าเรียวได้รูป ผิวเรียบเนียนราวกับผู้หญิงพวกเขาใส่ชุดดำแบบจีนยุคโบราณ
'โอ้แม่เ้า...โคตรเท่ห์เลย โรงพยาบาลฉันมีคนแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อนหรือว่าจะเป็ลูกค้าแต่ก็ไม่น่าใช่งานดีซะขนาดนี้'จางซูเหยาคิดในใจ ก่อนเธอจะหันไปมองรอบๆ ก็พบว่าร่างของตนเองนอนนิ่งอยู่กับพื้นพยาบาลต่างพากันใรีบอุ้มร่างเธอไปยังห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าตัวเองคงจะตายแล้ว
"งานเข้าแล้วไง จางซูเหยา สิบล้านของฉัน..." นี่คือสิ่งแรกที่เธอนึกออก
ยมทูตพยักหน้าให้เธอก็รู้ได้ว่าคงต้องตามไปละซินะ จางซูเหยาเดินคอตกตามหลังยมทูตเข้าไปในแสงสีดำหมุนวนเป็วงกลม ซึ่งก็คือประตูสู่ยมโลกนั่นเอง