ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 มาแสดงตัวตน

            หยางหว่านซิ่วชะโงกหน้าออกมาเห็นทั้งสอง คนหนึ่งกำลังสอน  อีกคนกำลังตั้งใจเรียน ซึ่งเธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

            เธอรู้ผลการเรียนของจิ่งเยี่ยนกุยดี อาจเป็นเพราะทุกวันมีงานให้ทำไม่หมดไม่สิ้น ทำให้ผลการเรียนของเธอไม่ถึงขั้นปานกลางด้วยซ้ำ จัดว่าอยู่ในอันดับท้ายๆ ของห้อง

            ตอนที่จิ่งเยี่ยนกุยบอกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอเองก็บอกว่าจะสนับสนุน แต่ไม่เชื่อว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะตั้งใจเรียนได้จริง พอดูจากการกระทำแล้ว แสดงว่าเธออยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ!

            หยางหว่านซิ่วหันหลังกลับไปเอาเนื้อที่แขวนอยู่ในปากบ่อขึ้นมาหนึ่งก้อนใหญ่ แล้วก็ไปเอาปลาในโอ่งหน้าประตูมาอีกตัว จากนั้นก็เริ่มทำอาหาร จิ่งเยี่ยนกุยใช้สมองไปกับการเรียนขนาดนี้ ต้องบำรุงสักหน่อย

            ในขณะที่เธอกำลังยุ่งอยู่ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็โผล่หน้าเข้ามาทางประตู “ย่าคะ พี่หนูอยู่ไหน?”

            ปกติจิ่งเสี่ยวเยวี่ยไม่เคยเรียกจิ่งเยี่ยนกุยว่าพี่สาว แต่ตอนนี้หล่อนรู้ว่าฟางเสียนจืออยู่ที่นี่ จึงต้องรักษาภาพลักษณ์อันอ่อนโยนและใจดี เลยเรียกจิ่งเยี่ยนกุยว่าพี่สาว

            ถ้าจะพูดว่าหยางหว่านซิ่วยังพอมีความอดทนต่อหลานชายอย่างจิ่งหลิวหยางอยู่บ้าง แต่กับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่หน้าตาคล้ายกับหลิวชุนฮวาขนาดนั้น เธอกลับอดทนไม่ได้เลยสักนิด จึงถามกลับไปตรงๆ “งานที่บ้านของแกเสร็จหมดแล้วเหรอ?”

            สีหน้าของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยชะงักค้างไปทันที หากหยางหว่านซิ่วไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็ยังดี แต่พอพูดถึงก็ทำให้หล่อนเกิดความโมโหขึ้นมา เพราะว่าตั้งแต่จิ่งเยี่ยนกุยออกจากบ้านไปแล้ว งานบ้านหลายอย่างก็ตกมาอยู่ที่หล่อน

            ปกติหล่อนไม่เคยทำงานบ้านเลย แม้แต่เสื้อผ้าของตัวเองก็ยังไม่เคยซักด้วยซ้ำ พอช่วงนี้มีงานเริ่มทับถมเข้ามามาก หล่อนก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ ที่จริงหล่อนมาที่นี่เพราะเมื่อกี้ตอนดำนาเห็นฟางเสียนจือค้ำไม้เท้าเดินเข้ามาในบ้านเก่า

            จริงๆ แล้วเมื่อวานตอนที่ฟางเสียนจือมาที่นี่ หล่อนก็อยากจะตามมาด้วย แต่ตอนนั้นจิ่งเจี้ยนกั๋วเป็นคนลงไปในทุ่งนา เขาเอ็นดูจิ่งหลิวหยางมากจนเข้ากระดูก เมื่อก่อนก็เอ็นดูจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเหมือนกัน แต่ช่วงนี้งานในนาเยอะ ทำให้เขาเหนื่อยและอารมณ์เสียจนไม่ยอมให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยไปไหน

            วันนี้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยทนไม่ไหวแล้ว ไม่สนว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วจะด่าหรือไม่ รีบล้างเท้าขึ้นจากนาแล้วใส่รองเท้าแตะตามมา

            ตอนนี้ไม่เห็นจิ่งเยี่ยนกุยกับฟางเสียนจืออยู่ในบ้าน หล่อนก็พอจะเดาได้ว่าทั้งคู่อยู่ในห้อง ชายหญิงอยู่ด้วยกันในห้องจะทำอะไรได้บ้าง? สมองของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยได้รับอิทธิพลจากหลิวชุนฮวามามากเกินไป จึงคิดไปในทางที่ไม่ดีทันที

            หล่อนพยายามข่มอารมณ์แล้วพูดว่า “ย่าคะ พี่สาวหนูไม่สบาย หนูปักต้นกล้าในนาเสร็จก็เลยแวะมาเยี่ยมพี่สักหน่อยไม่ได้หรือไงคะ? ย่าเป็นห่วงพี่สาวหนูได้ ทำไมหนูจะห่วงใยพี่สาวบ้างไม่ได้คะ?”

            พูดจบหล่อนก็เดินตรงเข้าไปยังห้องด้านในทั้งอย่างนั้น

            จากนั้นพูดพลางเดินไปพลาง “พี่คะ อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง? ช่วงนี้หนูเป็นห่วงพี่ทุกวันเลย แต่ที่บ้านงานเยอะ หนูเลยไม่มีเวลามาเยี่ยมพี่ อย่าโกรธหนูเลยนะ”

            คำพูดของหล่อนแสร้งว่าตนมีความผูกพันรักใคร่ของพี่น้อง แต่กลับไร้เสียงตอบรับใดๆ

            เมื่อเดินมาถึงห้องด้านหลังหล่อนก็เห็นฟางเสียนจือนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ส่วนจิ่งเยี่ยนกุยกำลังนั่งเขียนอะไรสักอย่างอยู่ ทั้งสองดูไม่ได้สนใจการมาถึงของหล่อนเลย

            ตอนที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยมา หล่อนคิดว่าหากเจอทั้งสองทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะกรีดร้องเสียงดังแล้วพูดว่าจิ่งเยี่ยนกุยกำลังยั่วยวนฟางเสียนจือ แม้ว่าพวกเขาจะหมั้นกันไปแล้ว แต่เรื่องนี้ก็คงทำให้พี่สาวหล่อนอับอายขายหน้าได้บ้าง

            ตอนที่เข้ามาก็เตรียมจะร้องแล้ว แต่ภาพที่หล่อนเห็นตรงหน้ากลับผิดไปจากที่คาดไว้ จึงจำต้องกลืนน้ำเสียงที่กำลังจะลั่นกลับลงไปในคอ แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยปกติว่า “พี่คะ นี่พี่กำลังทำอะไรอยู่!”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจหล่อนเลยแม้แต่น้อย เอาแต่ดันโจทย์ที่คิดเสร็จแล้วไปให้ฟางเสียนจือดู แล้วถามว่า “คำนวณแบบนี้ได้ไหมคะ?”

            “มาถูกทางแล้ว แต่ใช้สูตรผิด” ฟางเสียนจือพูดเสียงเรียบ “เพราะงั้นเลยผิดทั้งหมด”

            จิ่งเยี่ยนกุยแทบจะฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจึงโพล่งขึ้นแทรก “พี่คะ แค่โจทย์ง่ายๆ นี้พี่ก็ทำไม่ได้เหรอ? โจทย์ข้อนี้ตอนเรียนครูก็สอนแล้วนะ ถ้าพี่ทำไม่ได้ก็มาถามหนูสิ ทำไมต้องรบกวนพี่ฟางด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ด้วย?”

            เพราะมีฟางเสียนจืออยู่ด้วย จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจึงทำเสียงให้เล็กและอ่อนหวานกว่าปกติ จิ่งเยี่ยนกุยฟังแล้วอาการย้ำคิดย้ำทำก็แทบจะกำเริบ

            จิ่งเยี่ยนกุยยังไม่ทันได้พูดอะไร ฟางเสียนจือกลับพูดเสียงเรียบ “ไม่รบกวน ตรงกันข้ามเลย ฉันยินดีให้เธอรบกวน”

            เขารู้ว่าจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเป็นพวกชอบหาเรื่อง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเรื่องอะไรก็ต้องหาเรื่องจนได้ เขาจึงแสดงท่าทีออกไปตรงๆ

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยรู้สึกหงุดหงิดใจสุดๆ เมื่อใส่ร้ายจิ่งเยี่ยนกุยไม่ได้ ก็เปลี่ยนมุมมองใหม่ แล้วยิ้มหวานเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าฟางเสียนจือ “พี่ฟาง พี่ดีกับพี่สาวหนูจังเลย! ถ้าพี่สาวหนูได้แต่งงานกับพี่ ถือเป็นบุญที่สั่งสมมาแต่ชาติก่อนจริงๆ ค่ะ”

            ขณะที่พูดประโยคนี้ หล่อนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ฟางเสียนจือเห็นองศาของหน้าด้านที่สวยที่สุด พร้อมกับยืดตัวตรงเพื่อให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ดูแลมาอย่างดี เพียงแค่ขยับเข้าไปอีกนิดก็จะแนบชิดกับตัวเขาแล้ว

            ความหมายของหล่อนแสดงออกมาอย่างชัดเจน พร้อมกันนั้นก็มั่นใจในตัวเองเหลือเกิน ในห้องเรียนไม่มีหนุ่มคนไหนที่ปฏิเสธเสน่ห์ของหล่อนได้ และเชื่อว่าฟางเสียนจือก็คงเป็นเช่นนั้น

            ทว่าถัดจากนั้น รอยยิ้มกลับแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เพราะฟางเสียนจือทำหน้าบึ้งแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก่อนจะไปยืนอยู่ข้างๆ จิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดช้าๆ ว่า “พี่สาวของเธอดีมาก การได้แต่งงานกับเธอต่างหากที่นับเป็นโชคดีของฉัน”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยเห็นท่าทางนั้นแล้วก็ก่นด่าเขาในใจว่าตาถั่ว ถึงจิ่งเยี่ยนกุยจะมีหน้าตาที่สวยกว่า แต่รูปร่างของหล่อนกลับดูดีกว่าจิ่งเยี่ยนกุยที่ดูผอมแห้งแรงน้อยเป็นไหนๆ!

            หล่อนยังคงฝืนยิ้มออกมา “พี่ฟาง พี่ใจดีจังเลย ตอนที่พี่ช่วยพี่สาวของหนูทบทวนบทเรียน พี่จะช่วยสอนหนูด้วยได้ไหมคะ? พื้นฐานของหนูดีกว่าพี่สาวหนูเยอะ ถ้าพี่สาวหนูไม่เข้าใจ หนูยังพอช่วยได้บ้าง พี่จะได้ไม่ลำบากขนาดนั้นไงคะ”

            ฟางเสียนจือกำลังจะคัดค้าน แต่จิ่งเยี่ยนกุยที่อยู่ด้านข้างกลับพูดขัดขึ้น “ได้สิ ถ้าเธอรักการเรียนขนาดนั้น งั้นวันนี้ลองทำข้อสอบชุดนี้ก่อนเลย ถือว่าเป็นการทดสอบพื้นฐาน”

            พูดจบก็หยิบข้อสอบที่ดูธรรมดาๆ จากด้านล่างสุดมาวางตรงหน้าจิ่งเสี่ยวเยวี่ย

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยตอบตกลงทันที หล่อนคิดไว้แล้วว่าถ้าพวกเขาตกลง ก็จะมาที่นี่ทุกวัน

            ตอนอยู่ที่โรงเรียน ผลการเรียนของหล่อนก็ดีกว่าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นไหนๆ เมื่อถึงตอนนั้น หล่อนจะทำให้จิ่งเยี่ยนกุยดูด้อยค่าไปเลย แล้วฟางเสียนจือก็จะได้เห็นข้อดีของหล่อนเอง

            แต่พอรับข้อสอบมา หล่อนก็ถึงกับหน้าเสีย นั่นเป็นข้อสอบคณิตศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโจทย์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แถมผลการเรียนคณิตของหล่อนก็ไม่ดีอยู่แล้ว

            หล่อนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จิ่งเยี่ยนกุยก็ถามพร้อมกับยิ้มตาหยี “เป็นอะไร? ทำไม่ได้เหรอ?”

            จิ่งเสี่ยวเยวี่ยจำใจต้องยอมรับ “โจทย์ยากเกินไป…”

            “เข้าใจแล้ว พอเจอข้อที่ทำไม่ได้ก็ชอบพูดว่ายากเกินไป” จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มตาหยี “ฉันยังนึกว่าเธอจะเรียนเก่งแค่ไหนกันเชียว ที่แท้ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่เลย ทำไม่ได้พอๆ กันนั่นแหละ”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245