ตอนที่ 2 ภาพแม่เลี้ยงที่ไม่ควรเห็น
“เคชิ”
ปึ้ง!
“ผมอิ่มแล้วครับ”
ปั้ง!
ผมลุกขึ้นทันทีเมื่ออยู่กับเธอสองคน คงไม่ต้องแสดงความใกล้ชิดอะไรหรอกมั่ง เพราะพ่อไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ทุกครั้งที่เห็นหน้าเธอคนนั้น ผมก็นึกถึงหน้าแม่เสมอ ที่ตรงนั้นมันเคยเป็ที่ของแม่ ที่ตรงนั้น ที่ตรงนั้น
ฮือออออ
อยู่ๆ น้ำตาผมก็ไหล ลึกๆ ผมเกลียดเธอจริงๆ
ตลอด่เช้าผมเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง รอเวลาไปเรียนใน่บ่ายค่อยออกไปแต่…
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เคชิหลับหรือเปล่าลูก ถึงเวลาไปเรียนแล้วนะ”
“….”
“เคชิ…”
ปึ้ง!
แทบไม่ต้องให้เธอเรียกรอบสอง ผมเปิดประตูออกไปทันที ก่อนจะเหลือบตามองหน้าเธอแบบผ่านๆ และเดินไป
แต่…
“เอานี่ไปด้วยสิ” เธอยื่นแซนด์วิชที่ทำเองมาให้
“ผมไม่ชอบ”
“แต่พ่อเธอบอก…”
“ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว ผมชอบฝีมือแม่คนเดียว”
พรึบ
สิ้นประโยคเคชิก็รีบเดินไปจากตรงนั้น ก่อนจะออกจากบ้านพร้อมกับมุ่งหน้าไปเรียนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว เคชิเป็แบบนั้นั้แ่ที่เธอเข้ามาในบ้าน จู้จี้ จอมบงการ เขาเกลียดที่สุด
จวบจน่เย็น
กรี้งงงงงงง
“ค่ะคุณ”
“วันนี้เหงาไหมอยู่บ้านคนเดียว”
“ไม่นะคะ ทำงานบ้านเพลินเลย ใกล้จะถึงบ้านแล้วใช่ไหมคะ”
“อ่อ ผมจะโทรมาบอกว่าผมกลับดึกหน่อยนะวันนี้ คุณกินข้าวกับลูกก่อนเลย”
“อ่อได้ค่ะ”
ผ่านไปราว 1 ชั่วโมงลูกชายของบ้านก็กลับมาถึง
“กลับมาแล้วครับ”
เงียบ….
เคชิมองไปรอบๆ เพราะบ้านเงียบกว่าปกติ โดยปกติถ้าเคชิกลับมาเวลานี้ก็จะเห็นพ่อนั่งดูทีวีอยู่ พร้อมกับเมียใหม่ที่จะคอยเดินทำอาหารให้วุ่น แต่ชั่งเหอะแบบนี้ก็ดีละสบายตาดี
เมื่อคิดแบบนั้นเคชิก็เดินมุ่งเข้าไปในห้องตัวเอง ก่อนจะอาบน้ำและอ่านหนังสือทบทวนสิ่งที่เรียนมาในวันนี้ จนผ่านไปราวสามสิบนาที ท้องก็เริ่มร้อง…
“หิวจัง” เขาพูดกับตัวก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนและตรงไปยังชั้นล่าง แต่ในระหว่างทางที่กำลังเลี้ยวไปห้องอาหาร อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้เขาหันไปมอง แต่สิ่งที่ทำให้เขาถึงกับก้าวขาไม่ออกนั้นก็คือ…
ห้องน้ำปิดประตูไม่สนิท!
และนั้นทำให้เขาได้เห็นเรือนร่างขาวอวบที่ซ้อนไว้ในชุดเสื้อผ้าอยู่บ้านแบบเต็มๆ ตา แม้เขาจะเกลียดเธอมากแค่ไหนแต่เขาก็เป็ชายเต็มตัว ดวงตาคมไล่มองเื่ร่างขาวอวบสุดเซ็กซี่ที่มีทั้งเนื้อ นม ไข่ แบบเต็มๆ มือ กำลังเอามือที่มีสบู่ถูตามส่วนเว้าโค้งพร้อมกับฮับเพลงเบาๆ โดยไม่รู้เลยว่ามีลูกเลี้ยงแอบมองอยู่
บนโต๊ะอาหาร
“คุณเอาซุปเพิ่มไหมคะ”
“ไม่ดีกว่า เคชิเป็ไงบ้าง่นี้”
“อืมมมม ไม่รู้ฉันควรพูดเื่นี้ดีไหม”
“พูดเถอะเราครอบครัวเดียวกัน”
“คือ่นี้ตอนที่ฉันไปทำความสะอาดห้องลูก ฉันเห็นทิชชูเต็มที่นอนเลย ฉันเลยคิดว่าเคชิน่าจะกำลังอยู่ใน่วัยว้าวุ่น”
“อืมมมม คุณคิดว่าผมควรคุยกับลูกหรอ”
“ใช่ค่ะ ในฐานะผู้ปกครองเราควรพูด”
“เอางี้ ผมเป็ผู้ชายพูดไปลูกมันจะเขิน ถ้าเื่นี้ผมฝากให้คุณไปพูดแทนจะได้ไหม”
“มันจะดีหรอคะ”
“ดีสิ”
“งั้นถ้าคุณว่าดี เดี๋ยวส้มจะหาเวลาคุยกับลูกนะคะ”
“ครับขอบคุณครับ ผมขอน้ำร้อนเพิ่มหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ”