สิบห้าวันต่อมาณ บ้านตระกูลซู
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ เหตุใดฮูหยินรองของข้าถึงเป็เช่นนี้” ซูฟานมองเห็นหว่านชิงนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีชายคนหนึ่งช่วยเข็นนางมาที่ห้องโถง
“ข้าคือหมอว่านหลง ส่วนที่ฮูหยินของท่านจะต้องนั่งรถเข็นเช่นนี้เนื่องจากระหว่างที่นางเดินทางมาที่เมืองเชียงหนาน สะพานเกิดขาดกะทันหันทำให้รถม้าของนางตกลงในลำธาร กว่าทางการจะช่วยเหลือคนขับรถม้าและตัวนางได้ก็ต้องใช้เวลาถึงสามวันโชคดีที่ทั้งสองรอดชีวิต คนขับรถม้าาเ็ที่ขาเพียงเล็กน้อยตอนนี้เขากำลังพักรักษาตัวอยู่ที่เมืองกวานเหลียงแต่ศีรษะของฮูหยินท่านได้รับความกระทบกระเทือนขั้นรุนแรงนางก็เลยมีสภาพเป็อัมพาตเช่นนี้” ท่านหมอว่านหลงอธิบาย
“น่าสงสารนางจริงๆ แม้ข้าจะไม่ชอบหน้านางแต่ก็ไม่อยากให้นางได้รับเคราะห์ร้ายเช่นนี้” ท่านแม่กล่าว
“ท่านน้าของนางบอกว่านางเป็ฮูหยินของท่านซูฟานซึ่งเป็พ่อค้าเกลืออยู่ที่เมืองเชียงหนานข้าก็เลยพานางมาส่งที่นี่ขอรับ” หมอว่านหลงกล่าว
“ข้าจะอุ้มนางไปที่ห้องพักก่อนก็แล้วกัน” ซูฟานเดินเข้าไปอุ้มฮูหยินรองทันที
“ค่อยๆ นะขอรับ ร่างกายของนางยังไม่ฟื้นตัวดี” หมอว่านหลงเตือน
ซูฟานอุ้มหว่านชิงจากรถเข็นและพาไปที่ห้องส่วนตัวของนาง
ส่วนท่านหมอก็หันไปสนทนากับนายหญิงใหญ่ต่อ“นี่คือยาสมุนไพรบำรุงร่างกายข้าไปก่อนนะขอรับ”
“ค่ารักษาเท่าไหร่ล่ะ” นายหญิงจะได้เตรียมอัฐ
“ใต้เท้าหยางได้ออกค่ารักษาให้แล้วขอรับ” ท่านหมอรีบพูด
“ขอบคุณท่านมาก” นายหญิงกล่าว
“ข้าไปดูอาการของหว่านชิงก่อนนะเ้าคะ” โจวเว่ยเป็ห่วงอาการของหว่านชิง
“เ้าไปเถอะ” นายหญิงลืมเื่ราวความบาดหมางระหว่างนางกับสะใภ้รองไปหมดสิ้น
***************************
ณห้องนอนส่วนตัวของหว่านชิง
“นางเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ” โจวเว่ยเดินเข้ามาในห้องของหว่านชิงด้วยความเป็ห่วง
“หว่านชิงหลับไปแล้ว” ซูฟานนั่งดูอาการของหว่านชิงอยู่ข้างเตียง
โจวเว่ยนำเก้าอี้ไปนั่งข้างๆอีกคน และจับมือหว่านชิงพร้อมกับกล่าวว่า “ข้าขอภาวนาให้เ้าหายเป็ปกติดังเดิมนะหว่านชิง”
“ข้าต้องไปทำงานก่อน ฝากเ้าดูนางด้วยนะ” ซูฟานนึกขึ้นได้ว่าตนมีงานค้างอยู่
“เ้าค่ะท่านพี่” โจวเว่ยกล่าว
ซูฟานเดินออกไปโจวเว่ยก็เลยกล่าวเบาๆ ว่า “ข้ามีความจำเสื่อม เ้าก็ยังมาประสบอุบัติเหตุแบบนี้อีกพวกเราประสบเคราะห์ร้ายกันทั้งคู่แบบนี้ข้าคงจำต้องหาภรรยาคนที่สามให้ท่านพี่เสียแล้วล่ะ”
“เอ่อ นายท่านเรียกให้ข้ามาดูแลฮูหยินรองเ้าค่ะ” เจียงหยาเดินเข้ามาในห้องเ้านายและกล่าวกับฮูหยินใหญ่
“ให้นางพักผ่อนเยอะๆ ล่ะ งั้นข้าไปก่อนนะ” โจวเว่ยเห็นว่ามีคนดูแลหว่านชิงแล้ว
เจียงหยาเดินเข้าไปห่มผ้าให้ฮูหยินรองและพึมพำเบาๆว่า “เ้าช่างน่าสงสารยิ่งนักอุตส่าห์จะหาอัฐเอาไว้ออกตามหาท่านแม่และพี่สาว ยังไม่ทันเจอพวกเขาเลยเ้าก็มาประสบอุบัติเหตุแบบนี้อีก”
“เ้าจะต้องดูแลนางให้ดีล่ะ” ซูฟานเดินเข้ามาในห้องหว่านชิงอีกครั้งเพราะ้าคุยกับเจียงหยา
“เอ่อ นายท่าน! หว่านชิงนั้นไม่อาจช่วยงานได้อีกต่อไปแล้วท่านจะขับไล่นางไปหรือไม่” เจียงหยาสงสารเพื่อนนักสืบ
“ไม่เป็ไรหรอก ให้นางอยู่ที่นี่ในฐานะฮูหยินรองต่อไปนั่นแหละ” ซูฟานกล่าว
“จะดีหรือเ้าคะ” เจียงหยาคิดว่าหว่านชิงไม่อาจรับจ้างทำหน้าที่สืบได้อีกต่อไปแล้ว
“ข้าเองก็ี้เีแสดงละครแล้วเหมือนกัน” ซูฟานจะได้ไม่ต้องแกล้งทำเป็รักใคร่หว่านชิงต่อหน้าทุกคนอีก
“ท่านจะหาผู้หญิงมาแสดงบทบาทเป็ฮูหยินสามหรือเปล่าเ้าคะ” เจียงหยาสงสัย
“ไม่แล้วล่ะ ตอนนี้จากที่ข้าสังเกตพฤติกรรมของฮูหยินใหญ่นางยังคงจำอะไรไม่ได้จริงๆ ถึงสืบอะไรไปก็ไร้ประโยชน์” ซูฟานกล่าว
“นายท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ ข้าจะดูแลหว่านชิงเป็อย่างดี” เจียงหยาอาสาดูแล
“ข้าขอตัวไปดูโรงเกลือก่อนนะ” ซูฟานต้องไปทำงานต่อ
“เ้าค่ะ” เจียงหยารอให้เ้านายเดินออกไปแล้วค่อยเดินไปห้องครัวเพื่อเตรียมข้าวต้มร้อนๆ มาให้หว่านชิงทาน
ในเวลานี้หว่านชิงได้นอนอยู่ภายในห้องเพียงลำพังสักพักนางก็ลุกขึ้นนั่ง พร้อมกับพึมพำเบาๆ ว่า “เมื่อยจังเลย ไม่เป็ไร ข้าต้องอดทนข้าจะดูว่าพี่จือหม่าอี้จะแสดงเป็โจวเว่ยที่แสนดีได้สักกี่น้ำ”
พอได้ยินเสียงฝีเท้าหว่านชิงก็รีบนอนบนเตียงทันที
แม่สามีเดินมาดูอาการของหว่านชิงนางเข้ามานั่งข้างๆ ลูกสะใภ้พร้อมกับลูบหัวเบาๆ “เฮ้อ! ยังไงเ้าก็ยังถือว่าเป็ลูกสะใภ้ของข้าขอให้เ้าดีวันดีคืนก็แล้วกัน”
หว่านชิงนอนลืมตาแต่แกล้งพูดและขยับตัวไม่ได้เพื่อทำให้เหมือนคนเป็อัมพาต นางมีน้ำตาคลอเมื่อได้รับความห่วงใยจากแม่สามียามเมื่อหว่านชิงมองไปที่แม่สามีก็ยิ่งทำให้นางคิดถึงท่านแม่ของตัวเองเป็อย่างมากในเวลานี้นางได้สูญเสียท่านแม่ไปแล้ว และนางคิดว่าการที่ท่านแม่ได้รับพิษฮัวเหมยมันต้องเกี่ยวข้องกับพี่จือหม่าอี้อย่างแน่นอน ซึ่งหว่านชิงก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าพี่จือหม่าอี้ใช่โจวเว่ยจริงๆหรือไม่
“นี่เ้ารับรู้คำพูดของข้าอย่างนั้นหรือ” แม่สามีสงสัยเพราะมองเห็นหว่านชิงมีน้ำตาไหลและนางก็ช่วยเช็ดน้ำตาให้
หว่านชิงกระพริบตาเป็ทำนองว่านางรับรู้ทุกคำพูดของแม่สามีจริงๆ
“เอาล่ะ เ้าพักผ่อนเถอะ ข้าต้องไปคุมสาวใช้ทำงานบ้านต่อแล้ว” แม่สามีอยากให้ลูกสะใภ้พักผ่อน
***************************
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาโจวเว่ยได้อาสามาช่วยดูแลหว่านชิงดังนั้นทุกวันนางจะรับหน้าที่เป็คนป้อนอาหารให้หว่านชิงทานทุกมื้อ
“ทานอีกหน่อยนะ ข้าวต้มใกล้หมดแล้ว” โจวเว่ยกล่าว
หว่านชิงก็ยอมอ้าปากให้ความร่วมมือ
โจวเว่ยเช็ดปากให้หว่านชิงหลังจากนางดื่มน้ำเสร็จแล้วจากนั้นก็ช่วยประคองตัวนางให้นอนลงบนเตียงดีๆ
“ขอบคุณมากนะ ที่ช่วยดูแลฮูหยินรอง” ซูฟานอยู่ภายในห้องนอนของฮูหยินรองด้วยอีกคน
“ขอบคุณทำไมกัน พวกเราถือเป็คนกันเองอยู่แล้วนี่เ้าคะ” โจวเว่ยกล่าว
“เ้าเองก็ต้องรักษาตัว ให้ท่านหมอตรวจอาการของเ้าสักหน่อยดีมั้ย” ซูฟานเป็ห่วง
“แต่เห็นหงเหม่ยบอกว่าข้ามีหมอประจำตัวแล้วนี่เ้าคะนี่ข้าก็ทานยาของท่านหมอไม่เคยขาด” โจวเว่ยคิดว่าไม่จำเป็
“ให้ท่านหมอท่านอื่นตรวจ ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลยนี่” ซูฟานคิดว่าหมอคนใหม่อาจรักษาโจวเว่ยให้หายป่วยก็เป็ได้
“ก็ได้เ้าค่ะ” โจวเว่ยยอมใจอ่อน
***************************
วันถัดมาท่านหมอฉือได้ทำการตรวจอาการของโจวเว่ยที่ห้องปฐมพยาบาลภายในบ้านตระกูลซู
“อืม ฮูหยินก็ปกติดีนะขอรับ สภาพร่างกายก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรผิดปกติเลย”ท่านหมอฉือพยายามตรวจโดยละเอียด
“แต่ข้าจำอะไรไม่ได้เลยนะเ้าคะ อีกอย่าง ถ้าข้าไม่ได้ป่วยจริงๆท่านหมอซุยหานจะจัดยาให้ข้าทำไมกัน” โจวเว่ยแย้ง
“หมอซุยหาน หมอพิษอย่างนั้นหรือ ท่านไปรักษาโรคกับเขาอย่างนั้นหรือ”หมอฉือใ
“เขาคือหมอพิษหรือเ้าคะ” โจวเว่ยเองก็ใเช่นกัน
“ข้าขอดูยาของท่านจะได้หรือไม่” หมอฉืออยากรู้ว่าโจวเว่ยกินยาอะไร
“หงเหม่ย! เ้าจงไปนำยามาให้ท่านหมอฉือดูซิ” โจวเว่ยสั่ง
“เอ่อ คือว่า ยาหมดพอดีเ้าค่ะ” หงเหม่ยก้มหน้าตอบ
“งั้นเ้าก็ไปขอยาจากท่านหมอซุยหานอีกสิ” โจวเว่ยเองก็อยากรู้ว่านางกินยาอะไรกันแน่
“ท่านหมอซุยหานเดินทางไปเมืองอื่นแล้วเ้าค่ะ” หงเหม่ยรีบตอบ
“ทำไมช่างบังเอิญแบบนี้ เ้ากำลังปิดบังอะไรพวกข้าอยู่ใช่มั้ย” ซูฟานสงสัย
“ข้าไม่กล้าเ้าค่ะ ท่านหมอไม่อยู่แล้วจริงๆ” หงเหม่ยรีบพูดเช่นเคย
“แล้วทำไมเ้าถึงให้เ้านายไปรักษาตัวกับหมอพิษล่ะ” ซูฟานไม่เข้าใจ
“ขะ ขะ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่า เขาคือหมอพิษเ้าค่ะ” หงเหม่ยรีบแก้ตัว
“เอ่อ ท่านพี่เ้าคะ อย่าเอาผิดหงเหม่ยเลย นางคงไม่รู้จริงๆ เ้าค่ะ”โจวเว่ยรีบพูดช่วย
“เ้าไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ แบบนี้นะ” ซูฟานไม่ไว้ใจหงเหม่ย
“ข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายฮูหยินนะเ้าคะ และเอ่อบางทียาลูกกลอนนั่นอาจเป็ยารักษาโรคจริงๆ ก็เป็ได้” หงเหม่ยกล่าว
“ข้าแนะนำว่า ให้รอดูอาการฮูหยินสักหน่อย บางทีนางอาจจะดีขึ้นก็เป็ได้”ท่านหมอฉือแนะนำ
“นี่ท่านกำลังสงสัยว่ายานั่นอาจมีผลทำให้โจวเว่ยความจำเสื่อมใช่หรือไม่”ซูฟานเดาจากคำพูดของท่านหมอ
“ข้าสงสัยเช่นนั้นจริงๆ” ท่านหมอฉือกล่าว
“งั้นพ่อบ้าน จงสั่งลูกน้องกักบริเวณหงเหม่ยก่อน” ซูฟานเกรงว่าหงเหม่ยจะแอบทำอะไรตุกติก
“ขอรับ” ท่านพ่อบ้านกล่าว
“ขังข้าทำไมเ้าคะ ข้าไม่ใช่คนร้ายเสียหน่อย” หงเหม่ยใที่เห็นเด็กในบ้านกำลังเดินเข้ามาจับกุมตัวนาง
“เพื่อความบริสุทธิ์ใจ เ้าควรให้ความร่วมมือนะ” ซูฟานกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะ” หงเหม่ยยอมเดินตามพ่อบ้านไปอยู่ในห้องพระแต่โดยดีทำให้เด็กในบ้านไม่ต้องเสียเวลาจับกุม
เจียงหยาได้รับหน้าที่ดูแลฮูหยินใหญ่แทนหงเหม่ยชั่วคราว
“เ้าทำหน้าที่คุมข้าอย่างนั้นหรือ” โจวเว่ยกล่าวกับสาวใช้ข้างกายฮูหยินรองยามเมื่ออยู่ลำพังสองต่อสอง
“อย่าว่าเช่นนั้นเลยเ้าค่ะข้าแค่มารับใช้ท่านแทนหงเหม่ยชั่วคราวก็เท่านั้นเอง” ความจริงเจียงหยาตั้งใจจับตาดูพฤติกรรมของฮูหยินใหญ่
“ข้าอยากสูดอากาศภายนอก ขอเดินไปชมสวนดอกไม้จะได้มั้ย” โจวเว่ยรู้สึกอึดอัด เพราะนางไม่ได้อยู่กับคนสนิท
“ได้สิเ้าคะ” เจียงหยาเดินตามติดโจวเว่ยอย่างไม่ให้คลาดสายตา
***************************
ณห้องนอนส่วนตัวของฮูหยินรอง
“ข้าว่าเ้าไม่ได้ป่วยจริง ใช่มั้ยหว่านชิง” ซูฟานรู้สึกคลางแคลงใจ
หว่านชิงยังคงนอนลืมตาและนิ่งเฉยกับคำพูดของซูฟาน
“งั้นข้าขอทดสอบหน่อย” ซูฟานโน้มตัวไปหาหว่านชิงและแสดงท่าทางจะจูบกับนาง
หว่านชิงพยายามแข็งใจทำตัวนิ่งเฉยไว้แต่ภายในใจคิดว่า “ไม่ได้นะท่านจะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ”
ปากของซูฟานค่อยๆไปใกล้ปากของหว่านชิงทีละนิดๆ …