เฟยหรงเมื่อเห็นว่าพวกนางทั้งสามเดินไปด้วยกันเขาก็อดส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายไม่ได้ก่อนที่หันไปหาเฟยหงผู้เป็ปู่และขอตัวไปคุยกับพวกปิงซินและเดินออกไปจนไปพบเข้ากับพวกปิงซินที่กำลังนั่งอยู่ที่บริเวณริมสระบัว ชายหนุ่มไม่รอช้าและเดินเข้าไปหาในทันที
"คุณชายเฟยมีอะไรงั้นหรือ ถึงได้ตามพวกรามา"ปิงซินกล่าวออกมาเช่นนั้นเฟยหรงที่ได้ยินคำถามเขาจึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไปแล้วกล่าวถามนางไปในทันที
"พวกท่านเคยได้ยินนามเฟยเทียนหรือไม่"คำถามของเขานั้นเปรียบดังประกาศิต หญิงสาวทั้งสามที่เหมือนจะจับสังเกตุอะไรได้ต่างพากันมองหน้าเฟยหรงด้วยความประหลาดใจและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายก่อนที่จะกล่าวโดยไม่รอช้า "แน่นอนว่าย่อมเคยได้ยินอยู่แล้ว แต่พวกข้าไม่รู้ว่าจะเป็เฟยเทียนเดียวกับท่านคุณชายพูดถึงหรือไม่"
"ท่านยังจำได้หรือเปล่าที่ข้าบอกว่าสหายของข้าเป็มือกระบี่ที่แข็งแกร่งเป็อันดับสองน่ะ"เฟยหรงพยักหน้าทันที ปิงซินพลันกล่าวต่อไปว่า "มือกระบี่อันดับหนึ่งในรุ่นเดียวกับข้านั้นเองก็มีนามว่าเฟยเทียนเช่นกัน เขาเป็คนของตระกูลเฟยในทวีประดับสูงแต่ถูกไล่ออกมาเนื่องจากเหตุผลบางอย่างซึ่งข้าก็ไม่อาจทราบได้"
"คนนั้นแหละที่ข้าอยากรู้ พวกท่านมีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเขาหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความตื่นเต้นและมองไปที่ปิงซินอย่างคาดหวัง
"อืม ย่อมมีแน่นอนแต่ก็เป็เื่ราวทั่วไปที่ถูกกล่าวขานกันเท่านั้น เฟยเทียนนั้นมีฉายาเรียกกันต่างๆนาๆ มือกระบี่อันดับหนึ่งบ้าง เทวะที่อายุน้อยที่สุดบ้าง หรือแม้ประมูขน้อยแห่งหอกระบี่ดาวตกเองก็ใช่"
"อะไรน่ะ!! เขาบรรลุเทวะแล้วหรือแถมยังเป็ประมุขน้อยของหอกระบี่ดาวตกอีก!!"
"ใช่ เขาคือศิษย์ของเ้าหอกระบี่ดาวตกแน่นอนว่าเรียกว่าประมุขน้อยย่อมไม่ผิดอะไรนัก แต่ก่อนที่ข้าจะออกมาจากนิกายได้ข่าวว่าเขาหายตัวไปจากหอกระบี่ดาวตกอย่างไร้ร่องลอยจนตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน"นางกล่าวจบเฟยหรงที่ได้ยินพลันตีสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้หญิงสาวทั้งสามเริ่มจะจะจับทางอะไรได้บางอย่างแล้วในเวลานี้
'ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าท่านไปทวีปศักดิ์สิทธิ์แล้วหรอกนะ แค่ระดับเทวะเช่นนี้หากท่านคิดจะช่วยท่านแม่เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ'เฟยหรงคิดในใจ ขุมกำลังที่เป็ครองครัวของแม่เขามีระดับเทวะนับร้อย นี่ยังไม่รวมราชันเทวะหรือจักรพรรดิเทวะอีก ตอนนี้เขากังวลอย่างมากกังวลว่าพ่อของเขาจะรีบร้อนเกินไปจนพาตัวเองไปตาย ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาทำได้นั่นคือการรีบฝึกฝนและออกตามหาพ่อของเขาให้เร็วที่สุด
"เื่ที่พวกข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้หากท่านอยากรู้มากกว่านี้ในอีกห้าปีข้างหน้าเมื่อเข้าสู่หอกระบี่ดาวตกแล้วท่านก็ลองไปสอบถามเ้าหอเพราะข้าก็ไม่รู้อะไรไปมากกว่านี้แล้ว"
"ขอบคุณแม่นางที่ให้ข้อมูล ส่วนเื่เสี่ยวเซียน เซียนปิงเอ๋อ และจ้าวหลานข้าต้องขอรบกวนท่านแล้ว"
"เื่นั้นท่านอย่าได้กังวล เสี่ยวเซียนและเซียนปิงเอ๋อนั้นได้ชื่อว่าเป็ศิษย์ของข้าดังนั้นข้าต้องดูแลอย่างดีอยู่แล้วอีกทั้งสถานะข้าในนิกายก็ไม่ได้ต่ำต้อยดังนั้นหากใครอยากจะทำอะไรนางพวกเขาจะต้องเจอกับนิกายหิมะ์ทั้งนิกาย ส่วนจ้าวหลานนั้นแม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เป็ศิษย์อย่างเป็ทางการแต่ด้วยพร์ด้านกระบี่ของนางสูงล้ำอยู่แล้วสหายของข้าย่อมอยากได้นางเป็ศิษย์อย่างแน่นอนและนางจะได้รับการดูแลเป็อย่างดี"ปิงซินกล่าวออกมาเช่นนั้น
ปิงฮุ่ยก็กล่าวเสริมขึ้นมาอีกว่า "ท่านไม่ต้องห่วงคุณชายน้อย อาจารย์ของข้าและสหายของนางเป็ศิษย์ของเ้าสำนักเชียวนะดังนั้นย่อมไม่มีเื่ร้ายเกิดขึ้นแน่นอน"
เฟยหรงที่ได้ยินเช่นนั้นเขาก็พลันพยักหน้าและยิ้มให้พวกนางก่อนที่จะขอตัวกลับไปก่อนเนื่องจากมีธุระสำคัญ นั่นคือการรื้อฟื้นวิชาบ่มเพาะรวมไปถึงวิชายุทธเป็ของขวัญให้กับเ้าสาวทั้งสามคนของเขานั่นเอง
เจ็ดวันต่อมาทั่วทั้งเมืองถูกประดับไปด้วยโคมและผ้าแพรสีแดงงดงาม ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยงานสังสรรค์และงานเลี้ยง ส่วนในคฤหาสน์ของตระกูลเฟยนั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยแขกของทั้งสามตระกูล จะมีเพียงเซินปิงเอ๋อเท่านั้นที่นางไม่ได้มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนดังนั้นเสี่ยวเซียนจึงให้นางมาเป็พี่สาวและเคารพญาติผู้ใหญ่ของนางแทน
เวลานี้เหล่าแขกที่มางานต่างมองไปที่เฟยหรงด้วยความอิจฉาจนแทบกระอักเื หญิงสาวที่งามล่มเมืองทั้งสามกลับตกเป็ของเฟยหรงทั้งหมดเช่นนี้ไม่ให้พวกเขาอิจฉาได้อย่างไร แต่นอกจากอิจฉาแล้วพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีกเนื่องจากในเวลานี้ภายในเมืองใครๆก็รู้ถึงพร์และความแข็งแกร่งของเฟยหรงเป็อย่างดีดังนั้นการที่เขาได้เ้าสาวแสนสวยทั้งสามคนมาอยู่ในนั้นก็ไม่ได้ผิดคาดพวกเขาแต่อย่างใด
ภายในระยะเวลาพิธีก็ได้เล่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการเฟยหรงมองไปที่เ้าสาวของเขาทั้งสามที่สวมอาภรณ์สีแดงด้วยแววตาหลงไหลอย่างอดไม่ได้แต่เขาก็ต้องทน เนื่องจากแม้จะแต่งงานเขาก็จะยังไม่สามารถทำอะไรเ้าสาวสองในสามคนนี้ได้เนื่องจากมีพวกนางสีเส้นลมปราณพิเศษ หากเขาเผลอไปพรากพรหมณ์จรรย์พวกนางจะทำให้พร์ที่พวกนางมีถูกส่งต่อมาที่เขาซึ่งในเวลานี้เขาไม่้าให้มันเกิดขึ้น เพราะเฟยหรงเองก็ถือว่ามีพลังและความสามารถมากพออยู่แล้ว ดังนั้นพร์เ่าั้ให้ติดตัวพวกนางไปก่อนจะดีกว่ารอจนกว่าพวกนางจะไปถึงระดับนิพพานเขาถึงจะสามารถเชยชมทั้งสองคนนี้ได้อย่างเต็มที่
ส่วนภรรยาอีกคนอย่างจ้าวหลานเองแน่นอนว่านางว่านางไม่ได้มีเส้นลมปราณหรือกายศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใดแต่ตัวนางและอีกสองคนกลับตกลงกันว่าจะมอบความรักให้กับเฟยหรงพร้อมๆกันนั่นทำให้เฟยหรงอดทนต่อไปแม้จะมีภรรยาที่งดงามทั้งสามคนอยู่ตรงหน้าก็ตาม
หญิงสาวทั้งสามเมื่อเดินเข้ามาพวกนางต่างพากันไปข้างๆของเฟยหรงผู้เป็สามีก่อนที่พวกเขาจะทำพิธีเคารพบรรพบุรุษและแลกของดูต่างหน้าให้กันและกัน
โดยที่เสี่ยวเซียนมอบแหวนมิติที่สลักชื่อพวกนางและเฟยหรงเอาไว้ เซียนปิงเอ๋อได้มอบสร้อยหยกขาวรูปเกล็ดหิมะให้ และสุดท้ายคือจ้าวหลานที่มอบหยกเเกะสลักรูปกระบี่ให้ เฟยหรงรับพวกมันทั้งหมดด้วยความตื้นตันใจก่อนที่เขาจะเคลื่อนกายไปด้านหน้าใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของพวกนางทีละคน
"ของๆข้าแม้จะไม่ได้งดงามหากเทียบกับที่พวกเ้าให้ข้าแต่มันก็มีประโยชน์กับพวกเ้าเอามากๆดังนั้นจงใช้มันให้ได้"เฟยหรงกล่าวพร้อมถ่ายทอดทักษะที่เขาได้คัดเลือกมาทั้งหมดให้พวกนางจนทำให้ทั้งสามตั้งทำความเข้าใจทักษะกันอยู่พักใหญ่และภายในหนึ่งชั่วยามพวกนางก็ลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปที่เฟยหรงด้วยแววตาที่สั่นเคลือในใจเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความทราบซึ้งเนื่องจากทักาะที่เฟยหรงมอบให้มันช่างพิเศษและเหมาะกับพวกนางเป็อย่างมาก
เริ่มจากเสี่ยวเซียนที่ได้รับทักาะการบ่มเพาะเทพจันทราระดับ์ และทักษะยุทธผนึกเหมันต์นิรันทร์ เซียนปิงเอ๋อได้รับทักษะบ่มเพาะเหมันต์าระดับ์ และทักษะยุทธเทพธิดาเหมันต์ร่ายรำ สุดท้ายจ้าวหลานที่ได้ทักษะบ่มเพาะเทพราชัน และทักษะกระบี่เงาวายุ
ทักษะเหล่านี้ถูกเฟยหรงคัดเลือกและปรับแต่งมาเป็อย่างดีเพื่อให้เหมาะกับสมกับผู้หญิงของเขาแต่ละคน ดังนั้นจึงไม่จำเป็ต้องกังวลว่าจะมีผลข้างเคียงใดๆแถมนี่ยังเป็เคล็ดวิชาระดับ์เกือบทั้งหมดของเขาแล้วด้วย ดังนั้นการให้พวกนางไปในครั้งนี้ถือว่าเขายกสมบัติล้ำค่าที่สุดที่เขามีให้เลยก็ว่าได้
"ขอบคุณสามี"พวกนางทั้งสามคนกล่าวออกมาพร้อมกันท่ามกลางความงุนงงสงสัยของทุกคนในงานว่าเฟยหรงนั้นให้อะไรพวกนางไป ถึงแม้พวกเขาจะไม่เห็นมันแต่ก็คาดว่ามันคงสำคัญมากอย่างแน่นอน ผิดกับเฟยหงและปิงซินที่พวกเขาต่างรับรู้ว่าเฟยหรงได้ถ่ายทอดวิชาอะไรบางอย่างให้กับทั้งสามสาวไปและมันไม่ใช่ธรรมดาๆอย่างแน่นอนถึงได้ใช้การถ่ายทอดผ่านจิตวิญญานเช่นนี้
พิธีแต่งงานผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ถึงพิธีสุดท้านนั่นคือการเข้าห้องหอซึ่งแน่นอนว่าในค่ำคืนนี้มันช่างทรมานเหลือเกินสำหรับเฟยหรง เนื่องจากเขาอยากจะเชยชมพวกนางมากแต่ก็ไม่อาจจะทำได้และนั่นก้เพื่ออนาคตของพวกนางเองดังนั้นในค่ำคืนนี้นอกจากการกอดจูบกันแล้วเฟยหรงไม่ได้ทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้ และดูเหมือนพวกนางจะรู้จักดีดังนั้นจึงใช้เวลาที่เหลือนี้บ่มเพาะพลัง และในระหว่างที่พวกนางกำลังเข้าสู่การบ่มเพาะพลังนั้นเซียนปิงเอ๋อเห็นว่าได้ทีเอาคืนเ้าตัวร้ายนี่สักหน่อยดังนั้นนางจึงทำสีหน้ายั่วยวนและเดินไปโอบกอดสามีหนุ่มพร้อมทั้งปลดชุดของนางให้หลวมเล็กน้อยจนเห็นเนินูเาอันใหญ่โต และทำให้เฟยหรงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ในใจเต็มไปด้วยความลุ่มหลงก่อนที่เขาจะสลัดความคิดนั้นไปในนาทีสุดท้ายที่เขาจะลงมือและหันไปกล่าวกับเซียนปิงเอ๋อไปอย่างเคื่องๆว่า "คอยดูเถอะเมื่อเ้าถึงขั้นนิพพานเมื่อไรเ้าโดนหนักแน่!!"
เขากล่าวออกมาเช่นนั้นและเดินไปสงบสติอารมณ์ที่มุมหนึ่งของห้อง ทางด้านเซียนปิงเอ๋อที่ได้ยินก็พลันให้เราะคิกคักด้วยความสะใจ เพราะนี่ถือว่านางชนะเขาได้หนึ่งครั้งแล้วนั่นเอง ก่อนที่นางจะเดินกลับไปและบ่มเพาะพลังกับหญิงสาวอีกสองคนต่อไป