รถกระบะคันนั้นตัดสินใจแล่นขึ้นตีคู่กับเขาเพื่อหวังจะแซงขึ้นข้างหน้าอีกครั้งหนึ่ง เ้าของรถคงคิดว่ารถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้ายังแล่นอยู่อีกไกล ถ้าขับแซงตอนนี้แล้วตีกลับเข้าเลนตามเดิมคงจะไปพ้นก่อนที่มันจะขับมาถึง
คมกริชหันไปมองหน้าคนที่อยู่ในรถอย่างอยากรู้อยากเห็นว่ามันเป็ใคร ถึงมีรถคู่แฝดกับเขาที่เหมือนแม้กระทั่งป้ายทะเบียนรถ
แล้วชายหนุ่มก็อ้าปากค้าง เมื่อเห็นใบหน้าของคนขับรถชัดเจนเต็มสองตา จากแสงไฟของรถบรรทุกที่สาดส่องมากระทบ มันเป็คนที่เขารู้จักเป็อย่างดี...
พลันนั้น...ยานพาหนะสองคันที่แล่นมาบนทางเดินรถเดียวกัน กำลังจะเคลื่อนเข้าหากันอย่างไม่มีทางจะหักหลบได้ทัน รถกระบะคันนั้นเร่งแซงรถของเขาไม่พ้น...
คมกริชหัวใจเต้นรัวเหมือนตีกลอง เมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!!
แต่ในวินาทีต่อมาเขากลับรู้สึกว่าหัวใจแทบจะหยุดเต้นเอาเสียดื้อ ๆ
เมื่อภาพทั้งหมดที่ส่งสัญญาณต่อการรับรู้นั้น อันตรธานหายไปจากท้องถนนจนหมดสิ้น เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่า ความมืดมิดและเงียบกริบของรัตติกาลอันหนาวเหน็บนี้ ไม่มีรถบรรทุกสินค้า ไม่มีรถกระบะเสริมหลังคาที่เหมือนกับรถของเขายังกับแกะ มีเพียงเขาที่เป็สิ่งมีชีวิตเดียวในเวลานี้
เสียงล้อรถบดขยี้กับพื้นถนน ด้วยแรงเสียดทานจากการหยุดเคลื่อนที่อย่างกะทันหันดังเอี๊ยดใหญ่ในความมืดมิด
คมกริชตัดสินใจเปิดประตูรถลงมา แล้วมองไปบนความว่างเปล่าของท้องถนน สายลมหนาวละเลี่ยผ่านผิวเนื้อบริเวณที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด บังคับให้เส้นขนตั้งชูชันสนองรับความเย็นะเืของค่ำคืนอย่างปฏิเสธไม่ได้
ความหวาดกลัวในสิ่งที่ไร้ตัวตนแล่นจี๊ดเข้าจับขั้วหัวใจอย่างไม่ได้รับเชิญ ชายหนุ่มพยายามถามตัวเองในใจว่าเขากำลังเผชิญกับสิ่งใดอยู่ เขาขี้ขลาดเกินไปกับการรับรู้เื่ราวเหล่านี้
สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขากระโจนกลับขึ้นรถเป็พัลวัน เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปบนถนนสายพิศวงอย่างไม่คิดชีวิต
พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย ไอ้พวกสัมภเวสีเ่าั้มันจะตามมาหลอกหลอนเขาไปถึงไหนกัน มาให้เห็นครั้งเดียวแล้วหลอกให้ตายคาที่ไปเลยยังจะดีเสียกว่า
แต่นี่อะไร... มาหากันตั้ง 2-3 รอบ กว่าจะรู้ตัวเองว่าโดนผีหลอกก็แทบหัวะเิ เพราะคิดไปคิดมาหลายตลบว่ามันคืออะไรกันแน่
สิ้นสุดกันทีกับค่ำคืนที่แสนโหดร้าย กลับไปถึงบ้านพ่อจะเข้าวัดทำบุญเรียกขวัญล้างซวยมันซะ 9 วัดเลยเป็ไง พวกแกทั้ง 4 คน เอ๊ย! 4 ตน ตั้งหน้าตั้งตารอรับบุญจากฉันได้เลย จะให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็ไม่บอกกันดี ๆ มาหลอกหลอนกันจนแทบหัวใจวายตาย เกือบได้เป็ผีเฝ้าถนนเหมือนพวกแกไปเสียแล้ว
กลับไปคราวนี้จะขอไปลาออกจากงานมันเสียเลย ไม่เอาอีกแล้วไอ้อาชีพเซลล์แมนขายของใช้ฟุ่มเฟือยพวกนี้ พอกันทีกับการเดินทางยามค่ำคืนที่ต้องเสี่ยงกับการขวัญหนีดีฝ่อจากการรังควานของพวกสัมภเวสีข้างทาง เพราะถ้ามีคราวหน้าแล้วเกิดแจ็คพ็อตแตกขึ้นมายังไงล่ะก็ เขาเองต่างหากที่อาจจะได้กลายเป็สัมภเวสีผีเร่ร่อนแทนพวกมันซะเอง
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ชายหนุ่มยังคงคิดไม่ตก ก็ผู้ชายคนที่ขับรถกระบะคันนั้นน่ะสิ เขายังอดขนลุกซู่อยู่ไม่หาย รูปร่างหน้าตาของมันบ่งบอกจนเขาแยกไม่ออกเลยว่ามันเป็ภาพลวงตา ที่เกิดจากอำนาจของภูติผีปีศาจข้างถนนเท่านั้น หรือจะเป็ลางบอกเหตุอะไรบางอย่างกันแน่
ตีสองกับอีกสิบห้านาที...
แล้วสิ่งที่คมกริชคิดเอาไว้ก็ตอบสนองเขาในเวลาต่อมา เมื่อพบว่าตัวเองกำลังขับรถมาตรงที่เดิมอีกครั้งหนึ่งแล้ว...
ต้นไทรใหญ่ตั้งตระหง่านริมทางข้างหน้านั้น มันกำลังเรียกเขาให้เข้าไปสู่อ้อมกอดอันน่าสะพรึง กิ่งก้านสาขาดำทะมึนของมัน ดุจอ้อมแขนปีศาจที่พร้อมอ้ารับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในค่ำคืนสนธยา
รถบรรทุกที่แล่นมาแต่ไกลพร้อมกับดวงไฟสองดวงนั้น กำลังจะมาทวงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้อุบัติขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งรถกระบะคันนั้นก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน เพียงแต่ตำแหน่งที่มันแล่นอยู่บนท้องถนนตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิม มันแล่นอยู่ข้างหน้าเขา ส่วนเขากำลังขับตามหลังมันไป
(เชิญอ่านตอนที่ 5 ตอนจบ)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)