Our Rhythm จังหวะของเรา

    ตอนที่3.วันธรรมดาที่ไม่เหมือนเดิม

     

    ตอนที่ 3 :วันธรรมดาที่ไม่เหมือนเดิม

    เสียงซดน้ำซุปดัง “ซู๊ดดด”

    “อร่อย!”

    เจยกนิ้วโป้งให้แม่ทันทีพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง ร้านบะหมี่เล็ก ๆ แถวหน้าบ้านเริ่มมีลูกค้าขาประจำเข้ามานั่ง ไอร้อนจากหม้อน้ำซุปลอยกระจุยกระจายแข่งกับอากาศยามเช้า “วันนี้อารมณ์ดีนะเรา” แม่ยิ้มทักขณะลวกเส้น เจหัวเราะร่วน

    “ก็…ดีขึ้นแล้วค่ะม้า”

    พ่อที่กำลังหั่นหมูแดงหันมามองขำๆ “เมื่อวานร้องไห้จนตาบวมเป็๲ปลาทอง”

    “พ่อ!” เจเบิกตาโต หน้าแดงแปร๊ด

    พ่อหัวเราะลั่น “ชีวิตมันก็แบบนี้แหละลูก อกหักเ๱ื่๵๹เล็ก กินไม่อิ่มสิเ๱ื่๵๹ใหญ่”

    เจพยักหน้ารับ “หนูโอเคแล้วน่า”

    เธอดันชามบะหมี่ออก หยิบขาตั้งกล้องและโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมไลฟ์ข๰่๥๹เช้าก่อนไปเผชิญเวรกรรมที่ออฟฟิศ

    “สวัสดีค่าาา วันนี้เรามาแต่งหน้าก่อนออกไปทำงานกัน!”

    เสียงเธอสดใสเจื้อยแจ้วเหมือนคนแบตเต็มร้อย นิ้วเรียวเกลี่ยรองพื้นไปพลาง ทักทายคนดูไปพลาง แต่ในใจ…ภาพเมื่อคืนกลับโผล่ขึ้นมาแทรกซ้อน ผู้หญิงผมบ๊อบเรียบเฉียบ เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนเล็กน้อย เสียงนิ่ง ๆ ที่พูดแทงใจดำ... และปลายนิ้วเรียวที่ก้านแก้วไวน์ช้าๆ

    (เจคิด: กลิ่นน้ำหอมพี่เขายังติดจมูกอยู่เลย... บ้าจริง!) 

    เจส่ายหัวเบา ๆ เรียกสติ พึมพำกับตัวเอง “คิดอะไรเนี่ย…”

    อีกด้านหนึ่ง บ้านเดี่ยวชั้นเดียวเล็กๆ ย่านชานเมืองที่ตกแต่งสไตล์มินิมอล ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็๞ระเบียบและเงียบกริบ ปราณนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน หน้าจอแล็ปท็อปไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป เธอพิมพ์ต่อเนื่องมาหลายชั่วโมงแล้ว นิ้วเรียวเคาะแป้นคีย์บอร์ดช้า ๆ แต่มั่นคง เธอหยุดมือเมื่อโทรศัพท์สั่นครืดคราดบนโต๊ะ

    “หนิง” เธอกดรับสาย พิงหลังกับเก้าอี้

    “เมื่อคืนโอเคไหม” หนิงถาม “เจไม่ได้กวนจนเธอรำคาญใช่ไหม”

    ปราณเงียบไปเล็กน้อย นึกถึงเด็กสาวหน้าตายุ่งเหยิงที่กระดกไวน์เหมือนกินน้ำเปล่า “ไม่”

    หนิงหัวเราะอย่างโล่งอก “ดี ฉันกลัวเธออึดอัด ปกติเธอเกลียดคนพูดมากจะตาย” “เธอ…คุยเก่ง”

    หนิงชะงักปลายสาย “นั่นชมใช่ไหม”

    “อืม”

    “งั้นฉันจะบอกข่าวดี” น้ำเสียงหนิงเปลี่ยนเป็๲โหมดการงานทันที

    “นิยายที่เธอเขียนทิ้งไว้ในเว็บ…ยอดมันพุ่งมาก นักอ่านเรียกร้องอยากได้เล่ม”

    “อันไหน?”

    “นามปากอันตรธานน่ะ”

    ปราณนิ่งไป สายตามองออกไปนอกหน้าต่างห้อง

    “ฉันอยากตีพิมพ์” หนิงยื่นข้อเสนอ

    ปราณถอนหายใจเบาๆ หยิบแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ

    “ก็ได้”

    “จริงนะ!”

    “แต่ฉันไม่อยากยุ่งกับขั้นตอนอะไรทั้งนั้น คุยกับโรงพิมพ์ ทำอาร์ตเวิร์ก... ฉันไม่เอา” “ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง…แต่๰่๭๫นี้ฉันยุ่งมาก” หนิงเว้นจังหวะ

    “ฉันจะให้เจมาช่วยประสานงานกับเธอ”

    ปราณเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟ เงียบไปหนึ่งจังหวะ

    “น้องฉันน่ะ ว่างหลังเลิกงาน ให้มาช่วยวิ่งเอกสารหรือช่วยเธอตรวจปรู๊ฟก็ได้”

    ภาพริมฝีปากที่ขยับเจื้อยแจ้วเล่าเ๹ื่๪๫ครอบครัวพร้อมรอยยิ้มกว้างผุดขึ้นมาในหัวปราณอีกครั้ง

    “แล้วแต่เธอ” เสียงตอบกลับไปเรียบ ๆ เหมือนไม่ใส่ใจ

    แต่หลังวางสาย ปราณไม่ได้พิมพ์งานต่อทันที เธอมองเคอร์เซอร์ที่กะพริบบนหน้าจอ ในหัวมีประโยคหนึ่งวนเวียนอยู่

    'เราพยายามเต้นตามจังหวะเพลงที่ไม่ใช่ของเรา' มุมปากของคนหน้าตึงยกขึ้นเล็กน้อย... จังหวะเพลงของเด็กคนนั้น ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว

    ...

    บ่ายวันเดียวกัน เจแอบหลบมาเข้าห้องน้ำเพื่อหนีสายตาจิกกัดของหัวหน้า โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืด

    “พี่หนิง”

    “เลิกงานแล้วแวะมาหาฉันที่สำนักพิมพ์หน่อย”

    “มีอะไรคะพี่” เจถามพลางเอาน้ำตบหน้าเรียกความสดชื่น

    “มีงานพิเศษให้ช่วย”

    เจยิ้มกว้างทันที งานพิเศษหมายถึงเงิน และเงินหมายถึงทางรอดจากออฟฟิศนรกนี่ “ได้เลยค่ะ!”

    เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เดินออกจากห้องน้ำด้วยฝีเท้าที่เบาขึ้น โดยไม่รู้เลยว่า งานพิเศษนั้น…จะทำให้เธอต้องกลับไปเจอเ๽้าของกลิ่นน้ำหอมและสายตาดุๆ คู่นั้นอีกครั้ง และครั้งนี้ มันจะไม่ใช่แค่ความบังเอิญที่ร้านไวน์ แต่เป็๲จังหวะที่เริ่ม

    บีบให้เส้นทางของคนสองคน... ซ้อนทับกันอย่างตั้งใจ