โยนหินล่อหยก 2
จื่อเจียงเดินนำจื่อฮุยมาถึงยังห้องรับรองพิเศษ ซึ่งเป็นห้องที่จื่อเจียงใช้ชมการประลองก่อนหน้า น้ำและอาหารว่างถูกยกมาเสริฟแทบจะทันทีที่ทั้งสองก้าวเท้าผ่านธรณีประตู
เมื่อจื่อฮุยสายตาเหลือบไปเห็น ก็เอ่ยกำชับขึ้นกับนักสู้ที่ตัวเองพามาด้วยเสียงดัง...ว่าให้นักสู้ของมันระวังอาหารการกิน แม้จะกำชับต่อ...ว่าเป็นเพราะช่วงนี้อากาศอบอ้าว อาหารบูดเสียง่ายถ้าเกิดท้องเสียมาจะยุ่งยาก แต่ผู้คนในห้องล้วนเข้าใจความในที่แฝงอยู่ว่าหมายให้ระวังถูกวางยาก่อนขึ้นประลอง
ตามแผนการที่วางไว้ยิ่งจื่อฮุยแสดงออกรอบคอบมากเท่าใด จื่อเจียงยิ่งประเมินนักสู้ของจื่อฮุยไว้สูงส่งมากขึ้นตามไปด้วย บวกกับนิสัยโดยธรรมชาติของจื่อเจียงซึ่งเป็นพวกขี้ระแวงสงสัย ทำให้จื่อเจียงมั่นใจว่าจื่อฮุยต้องการมารีดไถตัวเองอย่างแน่นอน
"หลังเสร็จสิ้นคู่ประลองด้านล่าง ข้าจะส่งต้าเฉิงลงไป พร้อมพนันข้างคนของข้าหนึ่งพันเหรียญทอง" จื่อฮุยเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าการประลองของนักสู้ในสนามประลองด้านล่างกำลังจะจบลง
"แน่นอน" จื่อเจียงฉีกยิ้มกว้าง เพราะการพนันต่อให้จื่อฮุยจะได้เงินไปเท่าใดในตอนต้น มันที่เชี่ยวชาญธุรกิจก็มีหนทางทำกำไรกลับคืนมา แต่โดยปกตินั้นมันจะทำกำไรกลับคืนมาด้วยความได้เปรียบของค่าอัตราต่อรองโดยเฉลี่ยจากผีพนันทั้งหลาย แต่เพราะผู้ที่ร่วมพนันวันนี้คือจื่อฮุย จื่อเจียงจึงหมายมั่นเจาะจงว่าจะรีดไถเงินทองของลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ของมันกลับคืน "แต่ว่าเจ้าอยากได้คู่ต่อสู้พเนจร หรือว่าคนของสนามประลองกันเล่า"
"อืม...ข้าอยากได้คนของท่าน แต่หากมีใครขึ้นมาท้าทายก่อน ข้าก็มิขัด"
"ดีตกลงตามนั้น หากเป็นนักสู้พเนจรขึ้นมา ข้าจะทุ่มแทงฝั่งตรงข้ามเล่นกับเจ้าเอง"
"ตกลงตามนั้น" จื่อฮุยพยักหน้ารับด้วยความยินดี
.
.
"ดีจริง ๆ วันนี้ล้วนมีแต่เรื่องสนุกสนานให้ชมดู"จิวซินเอ่ยขึ้น พร้อมชี้ไปยังห้องทำงานของจื่อเจียงที่แขวนลอยเด่นอยู่เบื้องบน "เฟยเซียงเจ้าว่าวันนี้ระหว่างนักสู้ของจื่อคนพี่ กับจื่อคนน้องใครจะมีชัยกัน"
เฟยเซียงเข้ามาชมดูการประลองในสนามประลองเป็นตายในวันนี้ เป็นเพราะรู้สึกผิดที่โกหกปิดบังจิวซิน แต่แท้จริงนางมิได้ชมชอบการต่อสู้ฆ่าฟันเท่าใดนัก "อืม...ข้าก็ไม่รู้สิ แต่ที่นี่เป็นสถานที่ของจื่อเจียงดังนั้นข้าว่าจื่อคนพี่คงจะไม่ยอมเสียหน้าง่าย ๆ กระมัง"
"อืม วิเคราะห์ได้มีเหตุผล"
ผู้คนในเมืองหยกม่วงต่างรับรู้เรื่องราวแก่งแย่งอำนาจภายในตระกูลจื่อเป็นอย่างดี แม้ภายนอกดูกลมเกลียวแต่เบื้อง
หลังกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการประลองกันในรอบต่อไปจึงเป็นหัวข้อสนทนาที่ทุกผู้คนล้วนพูดถึง
เจ้าหน้าที่สนามประกาศชื่อ...ต้าเฉิงพร้อมระดับพลัง ก่อนจะบอกข้อเสนอของการประลอง ว่าหากนักสู้พเนจรคนใดล้มต้าเฉิงได้จะได้รับเงิน 100 เหรียญทองเพิ่มพิเศษจากนายน้อยจื่อฮุย แต่หากไม่มีใครกล้าท้าประลองกับต้าเฉิงภายในเวลายี่สิบลมหายใจ สนามประลองเป็นตายจะส่งผู้ประลองเข้าร่วมประลองกับต้าเฉิงเอง
ต้าเฉิงที่ยืนอยู่บนเวทียังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความกังวลแต่อย่างใด ก่อเกิดเป็นสภาวะลึกล้ำสุดยากคาดเดา
ทุกผู้คนเมื่อได้ยินเจ้าหน้าที่สนามประกาศ ก็คิดในใจว่าคงไม่มีใครกล้าขึ้นไปประลองกับต้าเฉิงเป็นแน่ และต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยการปะทะกันของนักสู้จากสนามประลองกับต้าเฉิงด้วยใจจดจ่อ
"ข้าเอง..!" เสียงดังเรียกทุกสายตาให้จับจ้อง เสวี่ยหมิงก้าวเดินอย่างทุลักทุเลกลับขึ้นไปบนเวที ในสภาพที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสุราเหม็นคลุ้ง "ข้าจะสู้กับเจ้าเอง" เสวี่ยหมิงแสดงท่าทางเดินเหินขึ้นไปด้วยอาการโซซัดโซเซ กลับกล้าท้าทายคนของจื่อฮุย ทำให้ทั้งเวทีส่งเสียงเชียร์ และโห่ฮาขึ้นอีกครั้ง
.
.
"เจ้านั่น มันเป็นใครกัน" จื่อฮุยย่นหัวคิ้วเอ่ยถามจื่อเจียง
"ก็เป็นแค่นักสู้พเนจรที่เมามายอยากอวดโอ่ก็เท่านั้น แต่ในเมื่อมันก้าวขึ้นเวทีข้าก็จำเป็นต้องให้การประลองเริ่มต้นขึ้น"
"อืม แล้วเงินพนันของข้าเล่า"
"อัตราต่อรอง หากเจ้าชนะได้หนึ่งในห้าส่วน"
"หนึ่งในห้า น้อยเพียงนี้เชียว" จื่อฮุยแสดงความผิดหวังออกทางใบหน้าได้อย่างแนบเนียน
"แน่นอนก็คู่ต่อสู้พเนจรผู้นี้มีระดับฝึกตนเพียงพื้นฐานลมปราณขั้นที่สอง แต่ที่มีน้ำหนักขึ้นมาบ้างเพราะมันเพิ่งจะชนะคนของสนามประลองในระดับเดียวกัน"
"อืม ตกลงงั้นข้าก็ทุ่มแทงหนึ่งพันเหรียญทองเช่นเดิม"
เมื่อทุกอย่างพร้อมการประลองก็เริ่มต้นขึ้น ต้าเฉิงพุ่งเข้าไปจู่โจมเสวี่ยหมิงในทันที หมัดดังตูมปะทะเข้าที่กลางหน้าอก ส่งร่างที่เสมือนผู้คนเมามาย ล้มกลิ้งตกเวทีไปภายในหมัดเดียว
ผลการประลองทำให้จื่อฮุยกล่าวชมเชยต้าเฉิงไม่ขาดปาก และทำให้มันได้เงินจากสนามประลองไป 200 เหรียญทอง เมื่อการประลองรอบแรกผ่านไป ต้าเฉิงยังคงยืนสงบนิ่งบนเวทีจนครบกำหนด 20 ลมหายใจ สนามประลองเป็นตายจึงได้ส่ง ผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 3 ขึ้นไปต่อสู้ การต่อสู้เป็นไปอย่างคู่คี่สูสี แต่สุดท้ายต้าเฉิงก็สามารถเอาชัยได้ในที่สุด ทำให้ตอนนี้จื่อฮุยได้เงินจากการประลองถึง 1100 เหรียญทองแล้ว
แม้จะเสียเงินไปพันกว่าเหรียญแต่จื่อเจียงก็หาได้สนใจ เพราะนักสู้ที่ส่งไปนั้นเพื่อประเมินความสามารถของต้าเฉิง และเมื่อรับรู้แล้ว มันก็เริ่มแผนการต่อไปในทันที "จื่อฮุยนักสู้ของเจ้าเอาชนะนักสู้ที่ระดับพื้นฐานลมปราณระดับสามของข้าได้ไปแล้ว หากจะสู้ต่อไปข้าจำต้องส่งคู่ต่อสู้ที่ฝีมือสูงกว่านักสู้ของเจ้าลงไป เจ้าจะว่าอย่างไร"
"แน่นอน แต่หากคนของท่านมีระดับพลังมากกว่า อัตราต่อรองก็ย่อม..."
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าย่อมไม่เอาเปรียบเจ้า ข้าจะส่งคู่ต่อสู้ที่มีอายุน้อยที่สุดลงไปประลอง หวังว่าเจ้าคงไม่ใจแคบทุ่มแทงเพียงน้อยละ"
"อายุน้อย" จื่อฮุยก่อนเข้ามายังสนามประลองล้วนทำการบ้านมาก่อน เขารู้ดีว่านักสู้ของจื่อเจียงในระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 นั้นมีผู้ใดบ้าง และก็มั่นใจว่าต้าเฉิงคงไม่อาจเอาชนะได้อยู่แล้ว แต่คำอายุน้อยก็ทำให้จื่อฮุยล้วนแปลกใจเพราะว่ามันไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามีผู้ฝึกตนวัยเยาว์คนใดที่มีระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ 4 มาอยู่ใต้สังกัดของจื่อเจียง
"ใช่ คนที่ข้าจะส่งลงไปนั้นอายุเพียงแค่สิบห้าปีเท่านั้น"
"โอ...สิบห้าปี ข้าก็อยากจะเห็นนักสู้มากพรสวรรค์เช่นนี้ลงประลอง และในเมื่อท่านพี่เกริ่นนำเสียขนาดนี้ ข้าย่อมมือเติบอยู่แล้ว"
"ดี ในเมื่อเจ้าตกลงข้าก็สบายใจ"
ครานี้จื่อฮุยย่นคิ้วครุ่นคิด "ได้แล้วอัตราต่อรองเป็นเท่าไรกัน"
"อัตราต่อรองในคราต่อไปหากเจ้าแทงหนึ่งส่วนทางเรายินดีจะจ่ายให้สองส่วน เจ้าเห็นว่าเป็นเช่นไร"
"อายุสิบห้าปีงั้นรึ ตกลง...งั้นครานี้ข้าอยากเป็นฝ่ายรับพนันบ้าง"จื่อฮุยจำเป็นต้องเร่งวงเงินพนันให้สูงขึ้น แต่เพื่อทำให้แนบเนียนมันจึงให้จื่อเจียงเป็นผู้เสนอ แต่หากว่าสูงจนเกินไปเขาก็สามารถต่อรองลดลงมาได้
"ตกลง งั้นข้าขอแทงข้างคนของข้าแปดพันเหรียญทอง เจ้าจะรับไหวไหม"
"ตกลงแปดพันเหรียญทอง"
"ดี" สิ้นคำกล่าว ผู้ฝึกตนที่เดินเข้ามาในห้องก็ทำให้จื่อฮุยถึงกับอ้าปากค้าง เพราะว่าเขารู้จักมันผู้นี้เป็นอย่างดี...ลี่ฝาง
"ลี่ฝาง" จื่อฮุยเอ่ยขึ้นอย่างลืมตัว เพราะไม่คิดว่าลี่ฝางจะถูกชักจูงไปอยู่ฝั่งของจื่อเจียงได้รวดเร็วเพียงนี้ แต่เพื่อแผนการที่วางไว้มันจึงต้องสงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ก่อน "ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเจอเจ้าที่นี่"
"ข้าก็เช่นกัน" ลี่ฝางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราวกับมิได้ให้น้ำหนักจื่อฮุยแต่อย่างใด "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอลงไปที่เวทีประลองก่อน"
จื่อเจียงพยักหน้าลี่ฝางก็ค้อมกายต่ำคำนับตอบ เป็นการแสดงออกต่อหน้าจื่อฮุยว่ามันได้เลือกข้างชัดเจนแล้ว แท้จริงแล้วจื่อเจียงมีนักสู้หลายคนที่สามารถเอาชนะต้าเฉิงได้ แต่เพื่อต้องการแสดงขุมกำลังเพื่อข่มขู่จื่อฮุย มันจึงเจาะจงให้ลี่ฝางแสดงตัวในครั้งนี้ และแน่นอนว่าการต่อสู้ดำเนินไปไม่นานนัก ต้าเฉิงก็ไม่อาจต้านทานฝีมือของลี่ฝาง พ่ายแพ้โดยที่ไม่อาจจู่โจมถูกแม้แต่คราเดียว หลังชนะการประลองลี่ฝางยังคงหยุดยืนอยู่บนเวทีอย่างมาดมั่น ราวกับรูปสลักของนักรบหนุ่มที่ไม่มีวันถูกทุบทำลาย
หลังจากต้าเฉิงพ่ายแพ้ ทำเงินในกระเป๋าของให้จื่อฮุยหลังหักลบกันแล้วยังขาดทุนไปถึง 2900 เหรียญทองในคราเดียว จนเกิดอาการเลือดขึ้นหน้า "จื่อเจียงเจ้ารับแทงพนันไม่อั้นสินะ" จื่อเจียงเอ่ยพร้อมกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ
"แน่นอน" จื่อเจียงยิ้มเย้ยอยู่ในใจเมื่อเห็นอาการร้อนรนของจื่อฮุย
"ดี...!!! งั้นคู่ต่อสู้คนต่อไปของลี่ฝาง ข้าจะขอทุ่มแทงฝั่งตรงข้ามทุกคนเอง" จื่อฮุยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดกว่าเดิม เพื่อความสมบทบาท
"อา..."จื่อเจียงระบายลมจากปาก เพราะมันรู้ดีว่าต่อให้จื่อฮุยหาคู่ต่อสู้ที่เอาชนะลี่ฝางมาได้ มันก็สามารถเอาเปรียบได้ด้วยอัตราต่อรอง ต่อให้แพ้พ่ายก็ไม่ได้เสียหายมากมายนัก
.
.
ลี่ฝางที่เพิ่งชนะมายังอยู่ในอาการลำพอง มองกวาดไปยังทุกผู้คนที่อยู่ด้านล่างเวที ราวกับว่าไม่มีใครเก่งกาจพอจะเอาชนะตัวมันได้
"อืม...ข้าเองก็ชักคันไม้คันมือ อยากจะสั่งสอนเจ้าเด็กใหม่นี่ดูสักครั้ง"จิวซินลุกขึ้นยืนหมายจะออกไปแสดงฝีมือต่อหน้าเฟยเซียง แต่แล้วจู่ ๆ เฟยเซียงก็ฉุดชายเสื้อของจิวซินเอาไว้จนจิวซินต้องหันกลับมาถาม "มีอันใดรึ"
"เจ้าดูนั่น" เฟยเซียงอมยิ้มพลางชี้ไปที่เสวี่ยหมิงที่กำลังเดินตรงไปที่เวทีประลอง ในใจล้วนคาดเดาแผนการของนักปรุงยาอี้เฟยออกเกินกว่าห้าส่วนแล้ว แต่ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดจื่อฮุยถึงได้สมรู้ร่วมคิดด้วย