ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 154 คนสวนที่อ้อนแอ้นที่สุดในประวัติศาสตร์

            

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ร่องรอยของความเสียใจพลันปรากฏขึ้นในหัวใจของพระสนมเต๋อเฟย

             

            หากวันนั้นนางไม่หูเบาและยอมปล่อยให้ฮูหยินเยว่พาเยว่ถิงไป

             

            เกรงว่าหย๋าเอ๋อร์คงไม่เจ็บป่วยรุนแรงถึงเพียงนี้

             

            “พระชายาเห็นว่าท่านหลับไปแล้วดังนั้นจึงเข้าครัวเพื่อทำอาหารให้พระองค์ด้วยตนเองเพคะ”

             

            ปรนนิบัติรับใช้มานานหลายปีจิ่นเยว่เข้าใจพระสนมเต๋อเฟยดี

             

            อันที่จริงวันนั้นพระสนมเต๋อเฟยอยากปกป้องเยว่ถิง

             

            ทว่าฮูหยินเยว่มีฮองเฮาคอยหนุนหลัง วันนั้นจึงมีนางกำนัลของฮองเฮาตามมาด้วย

             

            ดังนั้นแม้จะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายแล้วพระสนมเต๋อเฟยก็จำต้องอนุญาต

             

            ทุกคนคิดไม่ถึงเลยว่าฮูหยินเยว่จะใจคอโหดเหี้ยมนางไม่ยอมปล่อยลูกสาวตนเองไปง่ายๆ

             

            ดังนั้นลึกๆ ในหัวใจแล้ว พระสนมเต๋อเฟยจึงรู้สึกผิดต่อหลินเมิ้งหยาและเยว่ถิง

             

            “ยกเข้ามาทั้งหมดนั่นแหละระวังหน่อย อย่าทำให้เหนียงเหนียงตื่น”

             

            หลินเมิ้งหยาส่งเสียงอ่อนโยนจากนั้นเหล่านางกำนัลก็ยกอาหารเข้ามาภายใน

             

            “พระชายาเหนียงเหนียงตื่นแล้วเพคะ”

             

            จิ่นเยว่เข้าไปบอกด้วยความประสงค์ดีหลินเมิ้งหยารีบเดินเข้าไป พร้อมทั้งส่งเสียงอ่อนหวาน

             

            “ถวายคำนับหมู่เฟยหลายวันมานี้ร่างกายของหย๋าเอ๋อร์ไม่แข็งแรง กลัวจะนำไข้หวัดมาแพร่ใส่หมู่เฟยดังนั้นจึงมิได้มาถวายคำนับ หมู่เฟยได้โปรดลงโทษเมิ้งหยาด้วย”

             

            พระสนมเต๋อเฟยสำรวจสีหน้าของหลินเมิ้งหยาแต่นางกลับแสดงท่าทางประหนึ่งไม่เคยมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นอีกทั้งยังแสดงความอบอุ่นใจกว้างดังเดิม

             

            ไร้ซึ่งความห่างเหินยังคงแสดงความสนิทสนมดังเดิม

             

            เมิ้งหยาเป็นเด็กดีนางให้อภัยในสิ่งที่ตนเองได้ทำผิดพลาด

             

            “เด็กคนนี้นี่เหตุใดจึงผอมลงมากขนาดนี้ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันอย่าได้พูดเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลกันเลย”

             

            พระสนมดึงมือหลินเมิ้งหยาขึ้น ความเสียใจของพระสนมเต๋อเฟยแปรเปลี่ยนเป็นเอ็นดูหลินเมิ้งหยาแทน

             

            นางเป็นเด็กที่รู้ความและว่านอนสอนง่ายลูกชายของนางช่างโชคดียิ่งนัก

             

            “ได้ยินน้าจิ่นเยว่เล่าว่าช่วงนี้หมู่เฟยไม่รู้สึกอยากอาหารนอนหลับไม่สนิท ดังนั้นหม่อมฉันจึงทำอาหารบำรุงเหล่านี้มาให้มิรู้ว่าหมู่เฟยจะสามารถเสวยได้หรือไม่”

             

            สั่งให้คนนำยามาวางลงตรงหน้าพระสนมเต๋อเฟย นางคิดเห็นต่างจากผู้อื่น

             

            อาหารในจานล้วนมีสีสันสวยงามไร้ซึ่งกลิ่นเหม็น

             

            จู่ๆพระสนมเต๋อเฟยก็นึกอยากอาหาร ใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก

             

            รสชาติอาหารไม่อ่อนหรือจัดจ้านมากจนเกินไป

             

            พระสนมเต๋อเฟยดีใจมากจากนั้นเสวยไปเกินกว่าครึ่ง

             

            “หมู่เฟยที่สวนของหม่อมฉันมีดอกเก๊กฮวยบานเต็มสวน หม่อมฉันพาพระองค์ไปดูดีหรือไม่เพคะ? ”

             

            หลังรับประทานอาหารเสร็จพระสนมเต๋อเฟยรู้สึกง่วงเล็กน้อย

             

            ทว่าข้อเสนอของหลินเมิ้งหยาส่งผลต่อก้นบึ้งของหัวใจนาง

             

            ชมดอกเก๊กฮวยในฤดูใบไม้ร่วงเหยียบย่ำหิมะในฤดูหนาว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเรื่องงดงาม

             

            ก่อนที่จะออกเรือนแต่งงานมีเพียงช่วงเวลาเหล่านี้เท่านั้นที่พระสนมเต๋อเฟยจะมีโอกาสละทิ้งสถานะคุณหนูใหญ่ประจำตระกูลออกไปและได้ผ่อนคลายกับเพื่อนพี่น้องหญิงทั้งหลาย

             

            คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้นางหวนนึกถึงความทรงจำแต่เก่าก่อน

             

            นางพยักหน้าตกลงจิ่นเยว่รีบสั่งให้ทุกคนเข้ามาแต่งตัวให้กับพระสนมเต๋อเฟยให้เรียบร้อยก่อนที่ทุกคนจะเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลิวซิน

             

            ทุกคนพากันออกเดินจากตำหนักหยาเสวียนเพื่อเดินไปยังตำหนักหลิวซินของหลินเมิ้งหยา

             

            พวกนางจงใจเดินอยู่ทางด้านหลังหลินเมิ้งหยากับจิ่นเยว่เดินตามทางด้านหลังสุด

             

            หลังจากมองซ้ายมองขวาไม่เห็นใครหลินเมิ้งหยาจึงเอ่ย

             

            “ช่วงนี้พระสนมเต๋อเฟยมีอาการปวดศีรษะไม่รู้สึกอยากอาหาร นอนหลับไม่สนิท อีกทั้งยังไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย?”

             

            จิ่นเยว่พยักหน้าลงร่องรอยของความกังวลเผยอยู่ในดวงตา

             

            “พระชายาท่านรู้หรือไม่ว่าเหนียงเหนียงป่วยด้วยโรคอันใด?”

             

            พระชายาอวี้ถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้า

             

            นางเรียนวิชาการแพทย์แผนตะวันตกส่วนการแพทย์แผนจีนได้เรียนเพียงผิวเผินเท่านั้น

             

            หลังจากสูดกลิ่นในห้องของพระสนมเต๋อเฟยเรดาร์ในสมองของนางปรากฏชื่อยาพิษปริมาณน้อยนิดสองสามประเภท

             

            แม้จะครุ่นคิดหลายรอบแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่ายาพิษเหล่านั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

             

            “เหนียงเหนียงชอบทำอะไรเป็นประจำตลอดสิบปีมานี้บ้างหรือไม่?”

             

            แม้ยาพิษเล็กน้อยเหล่านี้จะไม่อันตรายถึงชีวิตแต่ถ้าหากอยู่ใกล้ตัวนานเข้า จะส่งผลให้เจ็บป่วยในระยะยาว

             

            จิ่นเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตอบ

             

            “เหนียงเหนียงปฏิบัติตัวตามระเบียบอย่างเคร่งครัดบางทีอาจเพราะเป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาอย่างเนิ่นนานแล้วดังนั้นตอนนี้หม่อมฉันจึงยังนึกไม่ออก มีอะไรหรือเพคะ? หรือว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น? ”

             

            กิจวัตรประจำวันทำมาอย่างเนิ่นนานจนถึงตอนนี้แต่อาการป่วยเพิ่งเกิดขึ้น

             

            เกรงว่าคนที่วางยาจะต้องระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก

             

            ยาพิษบางชนิดหากได้รับต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน จะส่งผลทำให้ร่างกายอ่อนแอ

             

            เห็นได้ชัดว่าพระสนมเต๋อเฟยกำลังมีอาการเช่นนี้

             

            เมื่อช่วงอายุย่างเข้าสู่วัยกลางคนภูมิคุ้มกันจะเริ่มลดลง ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

             

            “ตอนนี้ข้าเองก็ยังตอบไม่ได้ว่ามีสิ่งใดที่ผิดปกติเช่นนั้น นับจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าลองแอบหยิบของที่เหนียงเหนียงใช้เป็นประจำออกมา ข้ามีวิธีทดสอบมันอีกทั้งช่วงนี้จะต้องกินอาหารและยาให้มากพยายามให้พระสนมเต๋อเฟยดื่มน้ำอุ่นมากหน่อย ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

             

            แม้เรดาร์จะร้องบอกวิธีแก้พิษแต่ส่วนใหญ่ล้วนต้องใช้ยาในการถอนพิษ

             

            หากนางคิดจะเข้าไปรักษาอาการของพระสนมเต๋อเฟยเช่นนั้น นางจะต้องหาวิธีการที่ละเอียดรอบคอบ

             

            ทันใดนั้นสมองพลันเปล่งประกาย...ป๋ายหลี่รุ่ย

             

            จริงสิ!ที่คุกใต้ดินยังมีป๋ายหลี่รุ่ยที่ใช้ยาพิษในการรักษาอยู่นี่นา

             

            หากเป็นเขาเขาอาจมีวิธีดี ๆ ก็ได้

             

            หลินเมิ้งหยาตัดสินใจก่อนจะเดินแยกจากจิ่นเยว่

             

            หันหน้ากลับไปทางตำหนักอย่างมิได้ใส่ใจก่อนจะได้เห็นชายเสื้อสีเทาที่มุมหนึ่งของประตูตำหนัก

             

            ขณะที่คิดจะตรงไปที่นั่นป๋ายซ่าวบังเอิญเข้ามาเดินข้างกายนาง

             

            “นายหญิงเหนียงเหนียงตามท่านให้ไปด้านหน้าเพื่อชมดอกเก๊กฮวยด้วยกันเจ้าค่ะ”

             

            ป๋ายซ่าวดีอกดีใจเป็นอย่างมากดังนั้นนางจึงมองไม่เห็นเจ้าของชายเสื้อสีเทาคนนั้น

             

            เพียบพริบตาเดียวคนผู้นั้นก็หายไป

             

            นางหันหน้ากลับหลินเมิ้งหยาพยักหน้าลง

             

            หรือเมื่อครู่นางจะตาฝาด

             

            “อืม ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

             

            ดอกเก๊กฮวยในตำหนักหลิวซินงดงามกว่าดอกเก๊กฮวยทุกที่ในเมืองหลวง

             

            ดอกเก๊กฮวยถูกปลูกเรียงรายทุกย่อมหญ้าในสวนแห่งนี้

             

            ใช้หินสามสีโรยเป็นทางเดินเล็กๆ

             

            บนพื้นที่ว่างเปล่าทั้งสองฝั่งถูกไล่ระดับทั้งสีสันต้นอ่อน ต้นโตเต็มวัย เรียงตามช่วงเวลาดอกไม้บานของดอกเก๊กฮวย

             

            “ไอหยาพวกเจ้าดูสิ รีบมาดูเร็ว หย๋าเอ๋อร์เอาใจใส่ยิ่งนัก ทั้งสวนเต็มไปด้วยดอกเก๊กฮวยไม่มีต้นไหนเลยที่ไม่ออกดอก หย๋าเอ๋อร์ ใครเป็นคนดูแลสวนของเจ้าอย่างนั้นหรือ? ”

             

            เยื้องย่างเข้าไปหาหลินเมิ้งหยาเดินตามพระสนมเต๋อเฟยไปยังศาลาเล็กในสวน

             

            แม้พระสนมเต๋อเฟยจะได้เห็นความงดงามในวังหลวงจนชินตาแล้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังอดที่จะตกตะลึงกับภาพบรรยากาศตรงหน้าไม่ได้

             

            “อ๋อคือว่า....”

             

            “หนู่ปี้เป็นคนปลูกเองเจ้าค่ะคิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกใจเหนียงเหนียง หนู่ปี้รู้สึกมีความสุขยิ่งนัก”

             

            หลินเมิ้งหยาคิดจะเอ่ยว่าคนสวนในตำหนักของตนเองต้องเงียบไปเมื่อได้ยินเสียงแหบแห้งมีเสน่ห์เล็กน้อยเสียงหนึ่ง

             

            หันหน้าไปทางต้นเสียงหลินเมิ้งหยาตกใจอ้าปากค้าง

             

            คนที่เดินเข้ามาสวมใส่ชุดกระโปรงสีแดงแม้รูปร่างจะสูงกว่าสตรีทั่วไป แต่ก็มิได้มีมัดกล้ามดั่งกายร่างกำยำ

             

            ใบหน้างดงามน่ามองเมื่อเทียบความงามกับป๋ายซ่าว ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดกว่ามาก

             

            “หนู่ปี้ฮวากูขอถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟยถวายคำนับพระชายา”

             

            แม้จะแสดงท่าทางออกนอกหน้าไปเสียหน่อยทว่ากลับรู้จักกฏระเบียบเป็นอย่างดี

             

            พระสนมเต๋อเฟยหรี่สายตาเย็นชาราวกับว่ามิพึงพอใจ

             

            “เจ้าเป็นใคร? ”

             

            หันหน้าไปมองทางหลินเมิ้งหยา

             

            สมองของนางพลันครุ่นคิดหลินเมิ้งหยาทำได้เพียงพูดปดเท่านั้น

             

            “คือว่า....นี่คือเสี่ยวเซี่ย1 คนหนึ่งของท่านอารองของหม่อมฉันเพคะเหตุเพราะนางสามารถดูแลดอกไม้ได้เป็นอย่างดี หลังจากท่านอารองจากไปแล้วดังนั้นหม่อมฉันจึงรับนางเข้ามาอยู่ในจวนเพื่อคอยดูแลดอกไม้ในสวนแห่งนี้เพคะ”

             

            หลินเมิ้งหยาเป็นคนโกหกหน้าตายไร้ซึ่งท่าทางกระสับกระส่าย หวังว่าพระสนมเต๋อเฟยจะเชื่อคำโกหกของนางในครั้งนี้

             

            “เอ๋?ญาติอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็ช่างเถิด ออกไปก่อนต่อจากนี้ไปหากจะว่าจ้างใครจะต้องทำตามกฎระเบียบให้ดี เข้าใจหรือไม่? ”

             

            แม้จะไม่ชอบท่าทางอ้อนแอ้นของฮวากูแต่ถึงกระนั้นนางก็ดูแลดอกไม้ในสวนได้เป็นอย่างดี

             

            ถึงอย่างไรหย๋าเอ๋อร์ก็เป็นคนเก่งหญิงสาวท่าทางเย้ายวนตรงหน้ามิมีทางก่อเรื่องอันใดได้อย่างแน่นอน

             

            “คือว่า...หม่อมฉันกับฮวากูขอออกไปเก็บดอกเก๊กฮวยมาชงชาก่อนนะเพคะหมู่เฟยโปรดรอสักครู่”

             

            หลินเมิ้งหยารีบจับมือฮวากูแล้วพาออกไปที่ห้องด้านหลังสวน

             

            ทันทีที่ปิดประตูลงหลินเมิ้งหยาส่งเสียงเข้ม

             

            “เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์อยากตายหรืออย่างไร แต่งตัวเป็นผู้หญิงทำไมกัน? ”

             

            ฮวากูไม่ นางคือชิงหูที่แต่งกายเป็นหญิงสาวใบหน้าเรียวเล็กแดงระเรื่อตรงหน้าส่งเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมา

             

            “ไอหยาเหรินเจีย2ก็แค่คิดว่าแต่งเป็นหญิงสาวแล้วสนุกดีดูซิ ข้าสวยกว่าเจ้าอีกใช่หรือไม่? ”

             

            แสดงท่าทางอ้อนแอ้นยั่วยวนตั้งใจทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกคลื่นไส้

             

            ขณะเดียวกันหลินเมิ้งหยารู้สึกอึ้งเล็กน้อย

             

            สวรรค์โปรดเหตุใดสวนของนางจึงมีคนผิดปกติเช่นนี้อยู่กันนะ

             

            ยังไม่ทันที่จะได้ตำหนิชิงหูด้านนอกก็เกิดเสียงแผดร้องขึ้น

             

            เกิดอะไรขึ้น?

             

            หลินเมิ้งหยาเลิกสนใจชิงหูก่อนจะวิ่งไปทางสวน

             

            แต่กลับไม่รู้ว่าเหล่าสาวใช้กำลังวิ่งไล่อะไรอยู่

             

            “โฮก....”

             

            “บรู๋ววว....”

             

            เสียงร้องเล็กๆ น่ารักดังขึ้น

             

            ใต้กระโปรงของหลินเมิ้งหยาพลันปรากฏร่างของอาเสว่และอาป๋าย

             

            อาเสว่และอาป๋ายหันหน้าไปทางสาวใช้ที่กำลังล้อมเข้ามาไร้ซึ่งความกลัว พร้อมทั้งแยกเขี้ยว

             

            “หยุดเดี๋ยวนี้เกิดอะไรขึ้น? ”

              

            หลินเมิ้งหยาขมวดคิ้วแน่น

             

            สาวใช้เหล่านั้นรีบชักมือกลับทว่าดอกเก๊กฮวยราคาแพงในสวนกลับเริ่มร่วงโรยมากขึ้นเพราะแรงกระทืบเท้าของพวกนาง

             

            “ไอหยานี่เป็นฝีมือของนักฆ่าคนใดกันข้าอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจกว่าจะปลูกต้นเก๊กฮวยเขียวขึ้นมาได้ ฮือฮือแล้วแบบนี้ข้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร”

             

            เสียงแหลมสูงดังขึ้นหลินเมิ้งหยาสะดุ้งโหยง

             

            ชิงหูกระโดดออกมาก่อนจะร้องไห้โวยวาย

             

            แม้แต่หลินเมิ้งหยายังรู้สึกว่าชิงหูแสดงออกเกินจริงไปมาก

             

            ขี้เกียจสนใจเข้าแต่หันหน้าไปทางสาวใช้เหล่านั้น

             

            “เกิดอะไรขึ้น?เหตุใดจึงทำเช่นนี้? ”

             

            สาวใช้เหล่านั้นรู้ได้ทันทีว่าพวกตนซวยแล้วดอกเก๊กฮวยเหล่านั้นมีราคาเป็นอย่างมาก เกรงว่าแม้แต่ชีวิตของพวกนางก็คงชดใช้ไม่หมด

             

            ดังนั้นพวกนางจึงหมอบตัวลงเพราะความหวาดกลัว





             

    หมายเหตุ

                  เสี่ยวเซี่ย1 หมายถึงภรรยาอนุ

                  เหรินเจีย2 คือคำเรียกแทนตัวเองในลักษณะออดอ้อนเช่น เค้า ตัวเอง

                                                     

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663