BABY I LOVE YOU เดือนละแสนแฟนหลอก หลอก

    ตอนที่ 30

    หลังจากคณะกรรมการกลับไปไอซ์กับโซลาห์นั่งอยู่ในออฟฟิศมองพีกับระวิเดินเข้ามา โซลาห์จับปากกาเคมียืนเท้าเอวอยู่หน้าไวท์บอร์ดติดผนัง ไอซ์นั่งเก็บเอกสารใส่แฟ้มก่อนกันมายิ้มให้ระวิ

    “เหนื่อยไหมคะ พวกคุณทำดีมากเลยค่ะ ทุ่มเทขนาดนี้” ระวิเข้ามายืนอยู่หน้าไอซ์ พีวางเอกสารพักเหนื่อยอมยิ้มให้กับสิ่งที่ลงแรงไปเมื่อครู่ โซลาห์วางปากกาลงฉีกยิ้มให้ระวิ

    “ขอบคุณครับ แล้วนี่คุณวิมีเ๱ื่๵๹อะไรถึงมานี่ครับ” ไอซ์ลุกขึ้น

    “คุณย่าให้วิมาหาคุณค่ะ วิมีเ๹ื่๪๫จะคุยด้วย” 

    “ครับเชิญครับ” ไอซ์เดินนำระวิออกจากออฟฟิศ โซลาห์หมุนตัวมองตามตาละห้อยจนพีจับสังเกตได้มองโซลาห์วางมือลงจับผ้าถุงหันหน้าเข้าไวท์บอร์ดถอนหายใจยาว

    “คุณโซลาห์ครับ คุณท่านเรียกไปพบไม่ใช่หรือครับ” พี่ได้โอกาสบอก

    “เออ ใช่ อะไรอีกเนี้ย” โซลาห์ถึงกับคอตกหันมาบอกพี “คุณพี ถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณช่วยส่งฉันขึ้นรถกลับกรุงเทพด้วยนะคะ รู้สึกการเผชิญครั้งนี้มันจะรุนแรง” 

    “คิดมากไปหรือเปล่าครับ” 

    “ไม่หรอกค่ะ คุณย่าอะต้องหาทางไล่ฉันออกแน่ๆ ไปนะคะ” โซลาห์ยิ้มบางๆเดินออกจากออฟฟิศไปอีกคน พีส่ายหน้าเหนื่อยใจแทน

    ไอซ์พาระวิเดินดูถังไม้โอ๊คหน้าโรงบ่มไวน์ ดูสีหน้าทั้งคู่มีความสุขมากมายจนโซลาห์ที่แอบมองอยู่เกิดอาการจ๋อยทันทีหมุนตัวกลับเดินหน้านิ่งออกไป ระวิฉีกยิ้มจับถังไม้โอ๊คมองไอซ์ที่เลิกคิ้วแซวเธอ

    “คุณวิลองยกถังไหมครับ รับรองเรียกเหงื่อได้ดีทีเดียว”

    “ยังงี้กล้ามก็ขึ้นแย่สิคะ วิไม่ใช่หญิงแกร่งนะ แล้วทำไมต้องยกออกมาข้างนอกด้วยละคะ” 

    “คุณอยากรู้จริงๆหรอ มันเป็๲สูตรเฉพาะครับ ถ้าคุณสนใจผมจะบอกให้”

    “สนใจสิคะ” 

    “คุณจะเป็๲คนแรกที่รู้สูตรเรา”

    “เป็๞เกียรติอย่างสูงเลยค่ะ” 

    “ถังไม้โอ๊คจะรับแดดสร้างอุณหภูมิซึมเข้าสู่ไวน์เป็๲วิธีทำให้ไวน์เข้มข้นไม่เหมือนกันแต่ต้องมีกำหนดระยะไวน์ไม่แก่และไม่อ่อนเกินไป ทุกอย่างต้องสมส่วนไม่งั้นรสชาติเพี้ยนไปเลย” ไอซ์เอามือล้วงกระเป๋ามองถังไม้โอ๊คอย่างภูมิใจอยู่ข้างระวิที่ยิ้มกรุ้มกริ่มกอดอกมองไอซ์

    “คุณไอซ์คะ วิมีเ๹ื่๪๫จะบอก” 

    “ครับ เ๱ื่๵๹อะไร” ไอซ์เอียงหน้ามองระวิที่ยิ้มบางๆให้เขา

    โซลาห์เดินเปิดประตูเข้ามาในเรือนแก้วมองหญิงชรานั่งจิบน้ำชาอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะอาหารเหลือบมองเธอที่เข้ามามองแก้วไวน์ห้าแก้ว โซลาห์นั่งปาดเหงื่อมองหญิงชราสวมแว่นตากอดอกมอง

    “อยู่ที่นี่ตั้งนาน รู้รึเปล่าว่ารสชาติไวน์ของจรัญวัลเล่ย์มีรสแตกต่างจากไร่อื่นอย่างไง ไหนลองบอกสิว่าแก้วไหนของจรัญวัลเล่ย์” สุรีย์กระตุกยิ้มปรายตามองแก้วห้าแก้วก่อนหยุดสายตามาที่โซลาห์ที่ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่

    “คือ หนูชิมไม่ได้หรอกค่ะ แพ้ไวน์” โซลาห์ก้มหน้าเอามือลูบแขน

    “ดื่มไวน์ไม่เป็๲แล้วคิดจะเป็๲ไฮโซเทียบเท่าตาไอซ์ ชาติตระกูลเธอเป็๲ใคร” สุรีย์เริ่มบุกจนโซลาห์ผวาเย็นวูบ

    “แม่เป็๞แม่บ้านอยู่บ้านเฉยๆ หนูไม่มีชาติตระกูลดีเหมือนคุณวิหรอกค่ะ ไม่มีอะไรคู่ควรเท่าคุณไอซ์เลย และหนูก็ไม่ได้คิดว่าจะอยู่กับคุณไอซ์ไปตลอด เขามีสิทธิ์ที่จะเลิกยุ่งกับหนูทุกเมื่อ อีกอย่างหนูก็ไม่ได้หวังมรดกคุณย่าหรอก มือก็มีหาเองได้ค่ะ คุณย่าไม่ต้องห่วงถึงเวลาเมื่อไหร่หนูจะหลีกทางให้ ขอตัวนะคะ” โซลาห์ทำหน้านิ่งก้มหัวให้หญิงชราก่อนเดินออกไป สุรีย์ยิ้มมุมปากมองแก้วไวน์ทั้งห้าแก้วอย่างอารมณ์ดีผิดกับโซลาห์ที่เดินคอตกกลับไปที่โรงหมักอย่างไร้ชีวิตชีวา เธอจับแก้มนึกถึงไอซ์เมื่อเช้าก็อดอมยิ้มไม่ได้แต่พอเดินผ่านโรงบ่มไวน์ภาพแสลงใจ ไอซ์ยืนชนแก้วกับระวิชิมไวน์ด้วยรอยยิ้มก่อนกระซิบกระซาบกันอย่างสนิทสนมหยอกล้อกันมากขึ้น

    ปึก

    ก้นโซลาห์ล้มกระแทกพื้นอย่างง่ายดายเมื่อชนกับพีที่เดินจ้ำอ้าวไม่มองทางเลี้ยวเข้าโรงบ่มไวน์ พีผงะรีบช่วยพยุงโซลาห์ลุกขึ้น ไอซ์กับระวิเหลียวมองอย่างแปลกใจแล้วเดินเข้ามาหา

    “ขอโทษครับ ผมเดินไม่ดูทาง” 

    “ฉันเองฉันเดินไม่ดูมัวแต่เหม่อ ขอโทษค่ะ” โซลาห์บอกก่อนเดินเลี่ยงไปโรงหมัก ไอซ์มองฉงนก่อนเห็นรอยถลอกที่แขนโซลาห์

            “เดี๋ยว…” เขารีบคว้าหัวไหล่โซลาห์รั้งไว้แต่เธอแกะมือเขาออกเดินก้มหน้าไปต่อ ไอซ์ขมวดคิ้วมองแผ่นหลังเธอช้าๆก่อนหันมามองพีกับระวิที่ทำหน้างง เขารีบยื่นแก้วไวน์ให้พี วิ่งหน้าตั้งไปที่โรงหมัก ระวิกอดอกถอนหายใจยาวอย่างหนักใจแทนก่อนฉีกยิ้มให้พีที่รับหน้าที่พาระวิชมไร่

    ที่โรงหมัก โซลาห์ยืนพิงถังสีฟ้าก้มดูแขนตัวเองปัดเบาๆก่อนมองคนงานที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานแล้วไปพักกินข้าวที่บ้านตัวเองเหลือเพียงโซลาห์อยู่ข้างในคนเดียว

    “เฮ้อ...ทำไงดี แม่จ๋า คิดถึงแม่จังเลย รู้สึกใจมันโหวงเหวงแฮะ ฉันเป็๲อะไรของฉันเนี้ย คนที่คู่ควรกับเขามาแล้วควรจะพอได้แล้ว” โซลาห์นั่งลงกอดเข่าก้มหน้าปาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่

    “ฉันไม่ได้รักเขา บ้าจริง!” โซลาห์เอามือกุมหน้าสบถเช็ดน้ำตาก่อนลุกขึ้นเดินไปล้างหน้าที่ก๊อกน้ำจนชุ่มเปียกไปหมด

    “มีปัญหาอะไร” เสียงไอซ์ทำโซลาห์ผงะตาโตรีบเช็ดหน้าปิดก๊อกน้ำยืนมองเขาเดินเข้ามาหาเธอพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้เธอ

    “ไม่มีอะไรนี่คะสบายมาก” โซลาห์ฝืนยิ้มเอาผ้าเช็ดหน้าของเขามาเช็ดเองเบี่ยงตัวหลบไปทางอื่น ไอซ์มองตามอย่างไม่เข้าใจก่อนคว้ามือโซลาห์ดึงกลับมาหาเขา

    “ตาแดงขนาดนี้ไม่มีอะไรงั้นหรอ บอกมา” ไอซ์จับแขนเธอไว้ไม่ให้หนี

    “ก็ไม่มีอะไร ฉันคิดถึงแม่ไม่ได้หรือไง” โซลาห์จ้องหน้าเขาที่ขมวดคิ้วจับผิด

    “คุณย่าทำอะไรเธอ” 

    “เกี่ยวอะไรกับคุณย่า เปล่านี่ คุณนะเพ้อเจ้อ ตัวร้อนหรือเปล่าหรือว่าบ้าไปแล้ว อย่ายุ่งกับฉันเลยเอาเวลาไปดูแลคุณวิดีกว่า” โซลาห์ยิ้มบางๆยักคิ้วแซว “เจอสาวใหม่อย่าลืมเด็กกะโปโลคนนี้ละ”

    “โซลาห์…”

    “อะ อย่าเรียกชื่อฉันห็วนๆสิมันสยอง ไปนะ หิวละ อย่าลืมพาคุณย่ากับคุณวิไปหาอะไรทานละ” โซลาห์ตบไหล่เขาที่ปล่อยมือออก

    “แล้วเธอละ” เสียงไอซ์อ่อนลง

    “กินกับคนงานแถวนี้แหละ ไม่อยากกินกับคุณย่าเดี๋ยวท่านไม่เจริญอาหาร”  

    “เย็นนี้มีงานเลี้ยง ต้อนรับสิ่งดีๆเธอว่าไง” 

    “ไม่รู้ดิแล้วแต่ จะให้ดีถามคุณวิดีกว่า ฉันไม่มีหัวทางด้านนี้ เธออาจมีความคิดที่ดีกว่าฉัน โอ๊ย ไม่ไหวแล้วหิว ไปก่อนนะคะ” โซลาห์ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มวิ่งออกไปจากโรงหมัก ไอซ์มองผ้าเช็ดหน้าที่ตกอยู่กับพื้นก่อนเอื้อมมือเก็บกำไว้ด้วยสีหน้าหนักใจ