บทที่ 10 ได้รับผลึกิญญา ในผลใต้พิภพซ่อนความลับไว้
"ขอรับ"
สวี่ไท่ผิงทำตามคำสั่ง เด็ดฝักถั่วออกมา แล้วค่อย ๆ แกะออกอย่างระมัดระวัง
"ท่านเทพธิดา นี่คืออะไรหรือ?"
หลังจากแกะฝักถั่วออก สวี่ไท่ผิงก็เห็นว่าข้างในมิใช่ถั่ว แต่เป็ผลึกใสเปล่งประกายระยิบระยับ
"นี่คือผลึกิญญา เป็ผลึกของปราณิญญาที่สะสมอยู่ในผืนดินแห่งนี้ ในอนาคต เวลาที่เ้าฝึกฝน ให้อมไว้ในปากเม็ดหนึ่ง แล้วใช้ร่วมกับตำรับยาที่ข้าให้ แม้แต่โครงกระดูกขาวก็ยังสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว"
เทพธิดาหลิงเยว่กล่าวอย่างมั่นใจ
"จริงหรือ?"
สวี่ไท่ผิงอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
"การฝึกฝนของกระดูกระดับขาวนั้นมิใช่เื่ยาก เพียงแต่แคว้นที่พวกเ้าอาศัยอยู่นี้ มรดกการฝึกฝนจำนวนมากได้หายสาบสูญไป จึงทำให้เกิดกรณีที่กระดูกระดับขาวไม่สามารถฝึกฝนได้"
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้า แล้วกล่าวต่อ
"ในบรรดาสมบัติที่ผลใต้พิภพบ่มเพาะ ผลึกิญญานี้ถือว่าเป็สิ่งของระดับต่ำที่สุด เพียงแต่ว่า ผืนดินแห่งนี้แห้งแล้งเกินไป จึงสามารถบ่มเพาะสมบัติระดับนี้ได้เท่านั้น แม้จะปล่อยให้มันเติบโตต่อไปอีกสักระยะ ก็คงแค่ทำให้คุณภาพของผลึกิญญาที่บ่มเพาะออกมาดีขึ้นเท่านั้น ไม่สามารถบ่มเพาะสมบัติวิเศษที่แท้จริงได้"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้นว่า "หากข้าปลูกเมล็ดพันธุ์นี้บนทั้งเจ็ดยอดเขา จะสามารถบ่มเพาะสมบัติวิเศษที่มีพลังอำนาจตามที่ท่านเทพธิดากล่าวได้หรือไม่?"
"เ้าช่างชาญฉลาด หากข้ามิใช่เพียงจิติญญา ข้าก็อยากรับเ้าเป็ศิษย์เสียจริง ๆ"
ยิ่งเทพธิดาหลิงเยว่พินิจสวี่ไท่ผิงผู้นี้ก็ยิ่งชอบใจเขามากขึ้น
สวี่ไท่ผิงถูกชมจนรู้สึกเขินอาย จึงเกาหัวเคอะเขิน
"แต่หาก้าให้ผลใต้พิภพบ่มเพาะสมบัติที่ทรงพลังมากขึ้น นอกจากการนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในสถานที่ที่อุดมไปด้วยพลังปราณเช่นเจ็ดยอดเขาแล้ว พวกเรายังมีอีกเื่หนึ่งที่ต้องทำ"
เทพธิดาหลิงเยว่เอ่ยขึ้น
"เื่อะไรหรือ?"
สวี่ไท่ผิงรีบถาม
"เ้าเด็ดฝักถั่วที่เหลืออีกสองฝักบนต้นถั่วก่อน แล้วแกะออกวางไว้บนฝ่ามือ"
เทพธิดาหลิงเยว่ไม่ได้อธิบายในทันที แต่ชี้ไปยังฝักถั่วสีมรกตสองฝักที่เหลืออยู่
"ขอรับ"
เมื่อเลือกที่จะเชื่อเทพธิดาหลิงเยว่แล้ว สวี่ไท่ผิงก็ทำอะไรได้อย่างเด็ดขาด ไม่ลังเลใจเลยสักนิด รีบเด็ดฝักถั่วทั้งสองแล้วแกะออก
สวี่ไท่ผิงพบว่าหลังจากแกะฝักถั่วทั้งสองออก ก็เป็ไปตามที่เทพธิดาหลิงเยว่กล่าวจริง ๆ ในฝักถั่วทั้งสองมีผลึกิญญารูปร่างคล้ายถั่วเหลือง
"ท่านเทพธิดา"
สวี่ไท่ผิงเก็บผลึกิญญารูปร่างคล้ายถั่วเหลืองของตนไว้ ก่อนจะแบมือส่งผลึกิญญาที่เหลือให้กับร่างเงาของเทพธิดาหลิงเยว่
สิ่งที่สัญญากับผู้อื่นไว้ เขาจะไม่เอาแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนที่เป็ของตนเอง เขาก็จะไม่ให้ผู้ใดแม้แต่น้อย
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้าอย่างพอใจกับการกระทำของเด็กหนุ่ม
นางชมเชยอยู่ในใจอีกครั้งว่า
‘วัยเยาว์เช่นนี้ แต่ทำสิ่งใดล้วนรอบคอบกล้าหาญ ลงมือทำสิ่งใดก็เด็ดเดี่ยวคล่องแคล่ว แท้จริงแล้วเป็คนในหมู่พวกเรา’
แต่นางมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่พยักหน้าให้เขา จากนั้นก็อ้าปากสูดผลึกิญญารูปร่างคล้ายถั่วเหลืองที่อยู่ในมือของสวี่ไท่ผิง
ซู้ด...
เสียงดูดเบา ๆ ดังขึ้น สวี่ไท่ผิงเห็นเพียงผลึกิญญาเจ็ดถึงแปดเม็ดในมือของเขา กลายเป็ปราณสีม่วง พุ่งเข้าไปในปากของเทพธิดาหลิงเยว่ ราวกับสายน้ำไหลลงสู่ทะเล
หลังจากที่เทพธิดาหลิงเยว่ดูดซับปราณสีม่วงที่แปรสภาพจากผลึกิญญาแล้ว สวี่ไท่ผิงพลันััได้อย่างชัดเจนว่าร่างของนางดูแจ่มชัดขึ้น มิได้เลือนรางราวกับหมอกควันที่ลอยไปตามสายลมอีกต่อไป
“ขอบคุณเ้ามากไท่ผิงที่ช่วยต่อชีวิตให้ข้า”
เทพธิดาหลิงเยว่มิได้ตระหนี่กับคำขอบคุณ
“ท่านเทพธิดาไม่ต้องเกรงใจ นี่เป็ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างท่านกับข้า”
สวี่ไท่ผิงสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหน้าอย่างใจเย็น
“เ้ากล่าวได้ถูกต้อง”
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็ชี้ไปที่ต้นถั่วด้านล่าง
“เ้าลองพินิจดู ต้นถั่วนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?”
สวี่ไท่ผิงจึงก้มลงมอง แล้วพบว่าต้นถั่วที่เคยดูมีชีวิตชีวา ยามนี้กลับเหี่ยวเฉาไปหมดแล้ว ราวกับเป็เพียงเศษหญ้าแห้ง ๆ
“ท่านเทพธิดา ต้นถั่วนี้เหี่ยวเฉาไปแล้ว พวกเราจะเอาเมล็ดพันธุ์จากที่ใด?”
แม้จะรู้สึกประหลาดใจ ทว่าสวี่ไท่ผิงก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเขารู้ว่าเทพธิดาตรงหน้าต้องมีวิธีจัดการแน่นอน
“ถามได้ดี”
เทพธิดาหลิงเยว่ยิ้ม
“นี่คือเื่ที่สองที่ข้าบอกว่าเ้าต้องทำ”
นางกล่าวต่อ
ยามได้ยินดังนั้น สวี่ไท่ผิงก็ตั้งใจฟัง ดวงตาจ้องมองเทพธิดาหลิงเยว่
เทพธิดาหลิงเยว่มิได้อ้อมค้อม บอกกับสวี่ไท่ผิงโดยตรงว่า
“ทุกครั้งที่ผลใต้พิภพออกผลแล้ว เมื่อผลทั้งหมดถูกเก็บเกี่ยวจนหมด ก็จะเหี่ยวเฉาไปเอง แม้จะรอจนถึงปีหน้า มันก็จะไม่ออกผลอีก”
"ถ้าอยากให้มันออกผลอีกครั้ง ต้องอาศัยเพลิงไร้ราก เผาทำลายต้นหญ้าแห้งนี้จนกลายเป็เถ้าถ่าน เมล็ดพันธุ์ของมันก็จะเกิดขึ้นมาจากเถ้าถ่าน พวกเราจึงเรียกขั้นตอนนี้ว่าผลาญเมล็ดพันธุ์"
คำตอบของหลิงเยว่ ทำให้สวี่ไท่ผิงต้องประหลาดใจอีกครั้ง
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาสนใจมากกว่าความประหลาดใจ ก็คือสิ่งที่เทพธิดาหลิงเยว่กล่าวถึง ‘เพลิงไร้ราก’
“ท่านเทพธิดา เพลิงไร้รากคืออะไรขอรับ?”
สวี่ไท่ผิงเอ่ยถาม
ราวกับเทพธิดาหลิงเยว่กำลังรอให้สวี่ไท่ผิงถาม หลังจากที่ได้ยินคำถามของเขา ก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา ก่อนจะอธิบายว่า
“เพลิงไร้รากก็เป็ไปตามชื่อของมัน คือเปลวไฟที่ไม่ต้องใช้สิ่งใดจุด”
"เพลิงไร้รากมีอยู่สองชนิด ชนิดแรกเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ส่วนอีกชนิดหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ฝึกตนใช้พลังปราณผสานกับวิชาฝึกฝนจนเกิดเป็เพลิงบริสุทธิ์"
"เพลิงไร้รากที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เรียกอีกอย่างว่าเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็สิ่งที่ล้ำค่า พบได้แต่มิอาจแสวงหา"
"เช่นนั้นเพลิงไร้รากที่เ้าจะหาได้ก็มีเพียงเพลิงบริสุทธิ์ที่ผู้ฝึกตนหลอมขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งมักจะอยู่ในของวิเศษหรือเครื่องรางต่าง ๆ"
หากเพียงแค่อธิบายเกี่ยวกับเพลิงไร้ราก เทพธิดาหลิงเยว่คงไม่จำเป็ต้องอธิบายอย่างละเอียดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่านางมีเจตนาที่จะชี้นำการฝึกฝนให้สวี่ไท่ผิง
"ขอบพระคุณท่านเทพธิดาที่ชี้แนะ"
สวี่ไท่ผิงรู้สึกว่าได้รับประโยชน์มากมาย จึงรีบค้อมศีรษะขอบคุณ
"ท่านเทพธิดาอยากให้ข้าไปตามหาเครื่องรางที่มีเพลิงบริสุทธิ์ใช่หรือไม่?"
เขาถามเทพธิดาหลิงเยว่เพื่อยืนยัน
"ฉลาดนัก"
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้าอย่างชื่นชม
"แม้ว่าเครื่องรางเพลิงบริสุทธิ์จะมิใช่สิ่งของหายาก และผลาญเมล็ดพันธุ์ผลใต้พิภพครั้งแรกไม่จำเป็ต้องใช้เพลิงบริสุทธิ์ที่มีระดับสูงมาก แต่สำหรับเ้าในยามนี้ คงไม่มีเงินพอจะซื้อหา ดังนั้นเ้าต้องฝึกฝนจนสำเร็จแล้วหลอมเพลิงบริสุทธิ์ด้วยตนเอง หรือไม่ก็ต้องพยายามดูแลสวนโอสถแห่งนี้ รอจนกว่าจะได้รับแต้มสำนักมากพอ แล้วค่อยไปแลกเปลี่ยน ไม่ต้องรีบร้อนมากนัก"
เทพธิดาหลิงเยว่ชี้แนะสวี่ไท่ผิง
"ท่านเทพธิดาโปรดวางใจ ข้าจะตั้งใจฝึกฝน และตั้งใจบำรุงสวนโอสถครึ่งหมู่นี้ มุ่งหวังว่าจะได้เพลิงบริสุทธิ์สำหรับการผลาญเมล็ดพันธุ์โดยเร็ว"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้าอย่างจริงจัง