ณ โถงทางเข้าห้องอาหารโรงแรม The Anemone
“สวัสดีค่ะ พีท” ทันทีที่เสียงสัญญาณจากลิฟต์แก้วใสแวววาวส่งเสียงแจ้งเตือน เสียงหวานใสที่คุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมา ทำให้ชายร่างสูงที่กำลังยืนรอท่าอยู่นานยิ้มกว้างออกมาทันที
“โอ้ว สวัสดีครับซูซี่ คุณดูเหนื่อยๆนะครับ เดินทางมาไกลเป็ยังไงบ้างครับ ไหวมั้ย? นี่ต้องให้ผมอุ้มคุณเข้าไปหรือเปล่าเอ่ย?” ริมฝีปากหยักหนาเอ่ยตอบกลับทักทาย “คู่ค้า” คนสำคัญของเขา พร้อมกันนั้นดวงตาคมของเขากวาดมองไปยังหญิงสาว ที่กำลังยืนจังก้าพร้อมหยุมหัวเขาตลอดเวลา แค่เห็นหน้าตามู่ทู่พร้อมกับริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นเขาก็มั่นใจว่าอีกไม่เกิน 10 นาที แม่สาวน้อยตรงหหน้าจะต้องบ่นอะไรออกมาเป็แน่ เขายอมรับว่าเธอเป็สวย ฉลาด ไม่ว่าใครที่ได้เห็นเธอก็อดที่จะชื่นชอบไม่ได้ และเมื่อคิดได้เช่นนั้น มันก็ทำให้เขาถึงกับต้องตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยคิดที่จะเคยจีบเ้าหล่อนเลยสักครั้งกันนะ
“ใช่ค่ะเดินทางมามันก็เหนื่อยบ้างเป็ปกติ แต่ก็ดูเหมือนคุณจะเหนื่อยกว่าฉันนะคะ ฉันเพิ่งสวนกับ "อลิเซีย" ไปเธอสวยมาก” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูดเสียงเล็กเสียงน้อย พร้อมกับลอยหน้าลอยตา
“ผมเป็คนที่มีรสนิยมที่ดีเสมอ คุณนี่รู้ลึกรู้ดีจริงๆเลยนะครับ สมแล้วที่รู้จักผมมาหลายสิบปี ” สิ้นคำของหญิงสาวตรงหน้า ริมฝีปากหนาก็ระบายยิ้มกว้างออกมา เมื่อคิดได้ว่าที่ผ่านมานั้นเขา “ติดอะไร”
“หลายสิบอะไรกันพีท ฉันน่ะมันสาวน้อยนะคะ ลืมตาดูโลกมายังได้ไม่เท่าไหร่ปีเอง ส่วนประโยคแรกฉันจะถือว่ามันเป็คำชมก็แล้วก็กันนะคะพีท” เธอยังคงลอยหน้าลอยตาส่งยิ้มหวานให้เขา สมกับตำแหน่ง “ ยัยเด็กกวนประสาท” ที่เขาใช้เรียกเธอในใจมาตลอดเวลาที่รู้จักกับเ ธอมา
“แน่นอนคนสวย ถ้าคุณคิดว่ามันเป็คำชม ผมก็จะยืนยันว่ามันเป็คำชมเพื่อให้คุณสบายใจ ขอโทษนะครับ นี่คุณไปมุดป่าหาเห็ดมาหรือไง” เขากล่าวพร้อมกับเอื้อมมือหนาไปหยิบเศษใบไม้ ที่ติดอยู่เรือนผมนุ่มสลวยของเธอ ก่อนจะแกล้งแซวเธอ แม้เขาจะรู้ดีว่าเธอคงจะไปเดินเล่นซุกซนที่สวนสาธารณะสักแห่งแบบที่ชอบทำเสมอๆ หาใช่ไปเดินเก็บเห็ดเลียนแบบอินฟลูสาวต่างแดนที่เธอชอบสรรหามาดู แถมยังเที่ยวบังคับให้คนอื่นดูเพื่อปั่นวิวอีกด้วย
“คุณนี่น่ารักไม่เปลี่ยนเลยนะคะพีท ฉันดีใจจริงๆเลยที่ได้ร่วมงานกับคุณ” ดวงตาคมเหลือบหันไปมองยังกระจกบานใหญ่ที่อยู่ด้านหลังเธอ และเขาเห็นว่านิ้วเรียวยาวของเธอกำลังไขว้กันแน่น “เด็กเลี้ยงแกะ ” หลายๆครั้งเขาก็คิดว่าเธอเป็
“ผมก็ใจดีกับทุกคนนั่นแหละครับ แต่จะมากเป็พิเศษสำหรับเด็กดีที่น่ารักมาก ๆ แบบคุณ แปะ ๆ คุณชอบให้ทุกคนปรบมือให้คุณใช่มั้ยครับตอนคุณเป็เด็ก ๆ น่ะ นี่ผมทำให้แล้วนะครับแบบที่คุณชอบไง” ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะปรบมือเสียงดัง แบบเดียวกับที่เขามักจะทำให้เธอเมื่อครั้งเยาว์วัย ด้วยอยากจะแกล้งให้ยายเด็ก “โรบอทจอมเผด็จการ” ให้โมโหขึ้นมา
“ขอบคุณมากนะคะพีท ” เธอแกล้งพูดเสียงเรียบพร้อมทั้งงอหน้า
“คุณพ่อคุณเป็อย่างไรบ้าง สิ้นปีนี้ผมอาจจะไปเยี่ยมท่านที่เมืองไทย ” เขาถามถึงบิดาของเธอผู้เป็หุ้นส่วนเก่าแก่ของครอบครัว ที่ตอนนี้วางมือทุกอย่างให้ลูกๆเป็คนจัดการ
“ท่านสบายดีค่ะ อันที่จริงท่านฝากมาบอกคุณด้วย ว่าคิดถึงนะ "หนุ่มน้อย"” เธอเน้นประโยคหลังเป็พิเศษ
“ก็อย่างว่าอ่ะนะ หนุ่มน้อยน่ารัก ๆ อย่างผมเนี่ย ใคร ๆ ก็พากันคิดถึงเสมอแหละครับ” เขาหันมาส่งยิ้มให้กว้างพร้อมทำหน้าตาที่คิดว่าน่ารักสุด ๆ ก่อนจะได้รับการบึนปากจากเ้าหล่อนเป็การคอนเฟิร์มถึงความน่ารักสดใสของตัวเขาเอง
“Lady First” มือหนาผายไปยังลิฟต์อีกตัวทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด
ดวงตาคมแอบชำเลืองมองไปยังเ้าของมือเรียว ที่คอยขยับชุดเดรสสีดำไปมาอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มตัดสินใจถอดสูทเนื้อดีออก แล้วสวมทับไปยังหัวไหล่มนทันที เขาคิดว่าเธอคงจะไม่มั่นใจกับชุดเดรสตัวนี้ ที่คาดเดาเอาเองว่าก่อนหน้ามันคงจะไม่ได้พอดีตัวขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะ” ถึงแม้อีกฝ่ายจะทั้งปากร้าย และกวนประสาทกับเธอเสมอมาั้แ่เด็กจนโต แต่หญิงสาวก็รู้ดีว่าเขานั้นมีความปราถนาดีกับเธอมาตลอด ถ้าไม่นับความ “ป.ส.ด” ของเขาแล้วล่ะก็ ชายหนุ่มก็นับว่าเป็คนที่ดีมากทีเดียว
“ไม่เป็ไรนะครับ ผมเข้าใจครับว่าชุดที่มันขยายจนปริ มันก็ใส่ไม่สนุกแบบนี้แหละ คุณจะเอาชุดใหม่มั้ยครับ เดี๋ยวผมให้คนหามาให้” ปีเตอร์ยิ้มหวานจนตาหยีให้กับเธอผ่านกระจกบานเล็ก และนั่นมันก็ทำให้หญิงสาวรับรู้ได้ทันที ว่าเธอคงจะยังต้องนับว่า “ปีเตอร์ โฮลมส์” เป็คนไม่ดีต่อไป เพราะไอ้ความกวนโอ๊ยของเขานี่มันเกินจะเยียวยาจริงๆ
ใบหน้าคมเข้มแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มกว้าง หลังจากได้เห็นใบหน้างองุ้มของคนตัวเล็ก ก่อนจะะเิหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เมื่อเ้าหล่อนเงยหน้ามางับข้อมือของเขาเข้าอย่างจัง ในขณะที่เขาพยายามใช้ฝ่ามือขยุ้มเข้าไปยังเรือนผมนุ่มสลวยที่จัดแต่งมาอย่างดี จากนั้นาระหว่างสองหนุ่มสาวก็ดำเนินต่อไป