“ท่านพี่ ฮ่า ๆ อย่าถือสานางเลย นางยังเด็กนัก”
โจวจื่อโม่ รีบปรามพี่ใหญ่อย่างโจวซือหม่าทันที เพราะไม่อยากให้สถานการณ์ตึงเครียด และเขาเองก็ไม่ได้ถือสาหลานสาวของตนเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งรึไง!”
แต่คนเข้มงวดอย่างโจวซือหม่า ไม่มีทางปล่อยพฤติกรรมหยาบคลายของบุตรสาวจอมเย่อหยิ่งไปง่าย ๆ
“...”
เมื่อเห็นว่าเป็เช่นนั้น ก็ไม่มีใครกล้าออกหน้าช่วยอีกต่อไป เพราะรู้จักนิสัย เข้มงวดในกฎระเบียบของพี่ใหญ่
“...หลานขออภัยท่านอา ที่ทำตัวหยาบคลายใส่เ้าค่ะ”
อวี้เหยากล่าวคำขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก นางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสั่นไหวด้วยความน้อยใจ
“ท่านพี่...ดูของขวัญที่ลูกหญิงเตรียมมาให้หน่อยเถิด”
ฮูหยินใหญ่โยวหลานรีบส่งสัญญาณ ให้อวี้เหยาหยิบสิ่งของออกมา เพื่อหวังจะคลายอารมณ์โกรธของท่านพ่อลงไปได้บ้าง
“อ๊ะ เ้าค่ะ!”
อวี้เหยารับคำทันที ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้าเล็กน้อย
“ใน่ที่ท่านพ่อออกไปทำการค้านอกเมือง ลูกได้สั่งทำของขวัญชิ้นหนึ่งไว้เป็พิเศษ ตั้งใจจะมอบให้ท่านพ่อโดยเฉพาะ”
นางเอื้อมมือหยิบห่อผ้าไหมออกมา และเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับตั้งใจให้ทุกสายตาจับจ้อง
“นี่คือหยกหายากที่สุดในใต้หล้า ราคาสูงล้ำเกินกว่าสิ่งใด ลูกเลือกด้วยตนเองทุกขั้นตอน เพื่อให้สมเกียรติของท่านพ่อเ้าค่ะ”
น้ำเสียงของอวี้เหยาเจือความภาคภูมิใจอย่างไม่คิดปิดบัง
คางเชิดขึ้นเล็กน้อย แววตาเปล่งประกายโอ้อวด ราวกับมั่นใจว่าของชิ้นนี้จักทำให้ผู้เป็บิดาต้องพึงพอใจ แม้ท่าทีจะดูอวดรู้และเย่อหยิ่ง แต่ก็สะท้อนชัดถึงความเชื่อมั่นในตัวเอง และความคาดหวังที่จะได้รับคำยอมรับจากท่านพ่อที่นางเฝ้ารอมาเนิ่นนาน
“...”
โจวซือหม่า มองดูหยกสีขาวที่ถูกแกะสลักด้วยลวดลายหายากอย่างละเอียด ก่อนที่เขาจะรู้ได้ในทันที ว่าสิ่งที่อวี้เหยานำมานั้นเป็ของปลอม
“ท่านพ่อเ้าคะ?”
อวี้เหยาเอ่ยปากอีกครั้ง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะของชิ้นนี้นางทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้มา
“หลงเปา”
โจวซือหม่า พยักหน้าให้บ่าวคนสนิท นำสิ่งของไปเก็บไว้ในห้อง โดยที่ไม่แม้แต่จะมองมันอีกเลย
“อ๊ะ!? นี่!”
อวี้เหยาได้แต่ร้องท้วงอย่างเสียดาย นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าไปหาผู้เป็มารดาอย่าง ฮูหยินใหญ่
“แค่นี้ พ่อเ้าก็ไม่ลงโทษเ้าแล้ว...”
ฮูหยินโยวหลานกระซิบเสียงเบา ทันทีที่ลูกสาวเดินมานั่งข้าง ๆ
“แล้ว...”
สายตาเ็า เงยหน้ามองไปยังลานหินกว้างหน้าจวนหลักอีกครั้ง
“เฮอะ…”
อวี้เหยาหัวเราะหยันเบา ๆ ที่มุมปาก คางเชิดขึ้นอย่างไม่ปิดบังความดูแคลน
“คงมัวแต่เตร็ดเตร่ไร้สาระอยู่ที่ใดสักแห่งกระมัง ถึงได้ไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่เห็นความสำคัญของเวลาเช่นนี้”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า แฝงความดูถูกอย่างชัดเจน ดวงตาคมใสทอดผ่านไปอย่างเหยียดหยาม ราวกับอีกฝ่ายมิคู่ควรแม้แต่จะถูกกล่าวถึงในเรือนแห่งนี้ ถ้อยคำของอวี้เหยาคมคายราวคมเข็ม เต็มไปด้วยอคติและความไม่พอใจที่ฝังลึก หญิงสาวที่แม้จะอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่ในสายตาของนาง กลับเป็เพียงเงาจาง ๆ ที่ไม่ควรยืนอยู่ในระดับเดียวกับตน
นาง..เห้อเ้าเด็กคนนี้ ไม่รู้จักมารยาทกระมัง ข้าต้องกลับไปสั่งสอนสักหน่อยแล้ว!”
โจวจื่อโม่รู้ได้ทันที ว่าพี่ใหญ่ของเขากำลังรอใครอยู่
“ช่างเถอะ ๆ ข้าเองก็เหนื่อยมากแล้ว อยากจะพักสักหน่อย”