กายก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว
จนแผ่นหลังของหยางหยาง แตะกับราวระเบียงเหล็กเย็นเฉียบส่งเสียงครืดเบา ๆ ตามแรงกระแทก ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ
หยางหยางเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยส่วนสูงที่ต่างกัน ทำให้ต้องเชิดคางเล็กน้อย ดวงตาเรียวยังคงมีประกายก่อกวนเหมือนเดิม
ไม่มีแววหวาดกลัว ไม่มีแม้แต่จะก้าวถอย กายยกแขนซ้ายขึ้นฝ่ามือวางลงบนราวเหล็ก ข้างตัวอีกฝ่าย จากนั้นแขนอีกข้างก็ยกตาม กักคนตรงหน้าไว้ระหว่างวงแขนทั้งสอง
"..."หยางหยางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนยกบุหรี่ขึ้นสูบหน้าตาเฉยควันสีขาวลอยผ่านระหว่างใบหน้าของทั้งคู่
"จะจับผมเหรอ?"น้ำเสียงยังสบาย ๆ "ต้องมีหมายจับก่อนนะคุณทนาย"
กายไม่ตอบดวงตาคมกริบ จับจ้องอีกฝ่ายราวกับกำลังอ่านคำให้การ
"รู้ไหม?..."น้ำเสียงทุ้มต่ำจนแทบกลืนไปกับเสียงลม
"คนเรามักโกหกด้วยปาก แต่ร่างกายโกหกยากกว่า"
หยางหยางเลิกคิ้ว "เหรอครับ?"
"เวลาพูดถึงเื่ที่ปิดบัง..."กายเหลือบมองปลายนิ้วที่คีบบุหรี่
"...กล้ามเนื้อมือจะเกร็ง รูม่านตาจะขยาย การหายใจจะถี่ขึ้น และคนที่กำลังโกหก..."
เขาโน้มใบหน้าลงอีกนิด "...มักหลบตา"
สายตาทั้งคู่ประสานกัน ไม่มีใครยอมหลบ ผ่านไปหนึ่งวินาที สองวินาทีสามวินาที หยางหยางยิ้มก่อน
"คุณทนาย..."
"ครับ” กายส่งเรียบ
"ผมไม่ได้หลบตานะ"
"..."กายมึนงง
"คุณต่างหาก"
"..."
"ที่กำลังมองปากผม"
กายชะงักไปเสี้ยววินาที แทบจะพร้อมกันนั้นเอง...กลิ่นสะอาดอ่อน ๆ ก็ลอยมาตามแรงลม ไม่ใช่กลิ่นบุหรี่ ไม่ใช่กลิ่นเหงื่อ
แต่เป็กลิ่นคล้ายสบู่สะอาด ปนกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่เพิ่งตากแดด...มันจางๆ แต่ชัดพอให้ััได้ กายขมวดคิ้วเล็กน้อย เป็ไปไม่ได้ คนที่เพิ่งสูบบุหรี่...ควรมีกลิ่นควันติดตัว
แต่ผู้ชายตรงหน้า กลับหอมสะอาดเสีย จนน่าประหลาด เขาเผลอชะงักอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะดึงสติและสีหน้ากลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม
"คุณหยางหยาง"น้ำเสียงเย็นลงกว่าเดิม
"ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเอาชนะคารม แค่มาบอกข่าวด้วยความหวังดี"
"และหวังว่าคุณจะเข้าใจ"เขาเว้นจังหวะ ก่อนพูดช้าลง
"และถ้าคุณกำลัง..คิดจะทำอะไร? ..จำไว้"
"การไม่พูดความจริง ไม่ได้ทำให้ความจริงหายไป..มันแค่รอให้วันที่ความจริงเปิดเผย..." เขามองลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย
"...คนที่เลือกเงียบ ต้องรับผลของความเงียบนั้นด้วย"
ความเงียบปกคลุมระเบียงแคบ ๆ หยางหยางจ้องหน้ากายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง สูด...แล้วพ่นควันออกช้า ๆ ควันสีขาวลอยผ่านหน้าคนตัวสูง
จากนั้นเขาก็คลี่ยิ้มบางๆ แต่มันทำให้เส้นเืตรงขมับของกายแทบกระตุก
"พูดจบหรือยังครับ"
"..."กายหายใจแรง
"ถ้าจบแล้ว..."
หยางหยางเขย่งตัวขึ้นเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงจริงใจ เสียจนฟังไม่ออกว่า กำลังกวน
"ช่วยหลบหน่อย......ผมจะตากผ้า"
"..."
"แล้วก็..แขนคุณ..."เขาใช้นิ้วจิ้มข้อศอกของกายเบา ๆ
"บังแดด..ต้นกระบองเพชรผมอยู่"
นาทีนี้..กายอยากจะจับคนตรงหน้า บีบคอเสียให้หมดลมหายใจเสียตรงนี้
ประตูเหล็กดัดปิดลงดัง...แกร๊ก...
เสียงรองเท้าหนังของกายค่อย ๆ ห่างออกไปตามโถงทางเดิน หยางหยางเดิน กลับมายืนพิงราวระเบียงที่เดิม บุหรี่ในมือไหม้ จนเหลือเพียงก้นกรอง
"...เฮ้อ"เขาขยี้มันทิ้งลงในกระป๋องกาแฟเก่าที่ใช้เป็ที่เก็บ
ก่อนยกมือเสยผมแรง ๆ "คนบ้าอะไรวะ!.."
บ่นจบก็หันไปมองประตู "...หล่อก็หล่อ "
"...แต่ปากร้าย..หึ!"
หยางหยางหัวเราะคนเดียว ก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง
"อิงอิงนะอิงอิง..สร้างเื่จนได้"
ความเ็ปลึกซึ้ง ที่พยายามซ่อนไว้ ทิวทัศน์ตึกรามบ้านช่องในเงามืดเบื้องหน้าชวนให้นึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น ของฝันร้ายเมื่อ 4 ปีก่อน
วันที่พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เสียชีวิตในทันที ทิ้งเขากับอิงอิงให้อยู่เผชิญโลกตามลำพัง ตอนนั้น ลุงกับอา ญาติฝ่ายพ่อทำทีเป็ยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างอบอุ่น
ช่วยจัดการเื่เงินสินไหมทดแทน และมรดกทั้งหมด แต่เพียงแค่ปีเดียว สันดานดิบก็เปิดเผย
ญาติหน้าเืเ่าั้ ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย โกงมรดก บ้าน และเงินทุกบาทไปจนหมดสิ้น ก่อนจะไล่พวกเขาสองคน ออกจากบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา
หยางหยางต้องกัดฟันเรียนให้จบ เขาพาน้องสาวตระเวนหาห้องเช่าถูกๆ ทำงานสารพัดหลังเลิกเรียน เพื่อความอยู่รอด
จนกระทั่งเขาเรียนจบปริญญาตรี แต่กลับเลือกสมัครงานในบริษัทขนส่งสินค้าที่ใช้แรงมากกว่าความรู้ เพราะเขาไม่จำเป็ต้องแต่งตัวดี ไม่ต้องมีสังคมชั้นสูง
แต่มันทำให้เขามีเงินใช้จ่าย และแบ่งเก็บ เขาหวังจะจ้างทนายเก่งๆ เพื่อฟ้องร้องเอาคืน สิ่งที่เป็ของเขากับน้อง
รถซีดานสีดำเคลื่อนตัวออกจากซอยแคบช้า ๆ กายยังจำกลิ่นสะอาดอ่อน ๆ ที่ติดอยู่ในความทรงจำเมื่อครู่
คนสูบบุหรี่...แต่ทำไมถึงไม่มีกลิ่นบุหรี่ ปลายนิ้วเคาะพวงมาลัยเป็จังหวะ อย่างครุ่นคิด...ก่อนรถจะเลี้ยวเข้าสู่ถนนใหญ่
.....................