ในที่สุด การรอคอยก็ครบกำหนด เสียงสัญญาณเริ่มต้นดังสะท้อนผ่านลำโพงเหนือศีรษะอย่างชัดเจน
“ลุยกันเลยเว้ยพวกเรา!”
“ฆ่าพวกแม่งให้หมดโลก!”
เสี้ยวอึดใจถัดมา เสียงเฮจากนักเรียนกว่าสองร้อยชีวิตก็กระหึ่มก้องราวคลื่นทะเลซัดเข้าฝั่ง พลังแห่งความฮึกเหิมผสมผสานกับแรงกดดันก่อนหน้า กลายเป็แรงผลักดันที่ผลักพวกเขาให้ก้าวเข้าสู่สนามการทดสอบที่เจ็ดโดยพร้อมเพรียง
ฝีเท้านับร้อยกระแทกพื้นคอนกรีตดังสะท้อนต่อเนื่อง เงาร่างของเหล่านักล่าัฝึกหัดพุ่งผ่านรั้วเหล็กสูงใหญ่เข้าไปยังพื้นที่เบื้องหน้า
ซึ่งเผยให้เห็นภาพของเมืองขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้าง อาคารสูงแตกร้าว บางแห่งพังทลายเหลือเพียงโครงเหล็กโผล่พ้นออกมาจากกองเศษหิน ถนนหลายสายแตกเป็ร่องลึก เศษกระจกและเศษปูนกระจัดกระจายเต็มพื้นดิน ราวกับสถานที่แห่งนี้เคยผ่านหายนะอันรุนแรงมาก่อน
ทุกคนต่างมีแผนการของตน บางกลุ่มมุ่งหน้าไปยังอาณาเขตนอกด้วยความรอบคอบ บางคนเลาะเลียบตึกสูงเพื่อหาจุดซุ่มโจมตี
บางรายวิ่งเข้าไปตามตรอกแคบที่เต็มไปด้วยเงามืด แต่ละทีมกระจายตัวไปยังทิศทางที่วางไว้ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน เ้าหน้าที่กว่าสามสิบคนก็เข้าประจำตำแหน่งบนอาคารสูงทั่วทั้งเมือง กล้องส่องทางไกลและอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวถูกตั้งค่าเรียบร้อย ดวงตาคมกริบของผู้ควบคุมสาดส่องไปตามถนนที่ว่างเปล่าและเงามืดที่อาจซ่อนอันตรายไว้
พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ แต่เฝ้าจับตามองทุกการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีหากมีการเปิดสัญญาณฉุกเฉิน
หวงเยี่ยแยกตัวออกมาเพียงลำพังั้แ่ก้าวแรก วิ่งเข้าไปตามถนนสายหนึ่งที่ทอดลึกเข้าสู่ใจกลางเมืองร้าง กลิ่นอับชื้นของซากอาคารผสมกับกลิ่นคาวจางๆที่ลอยคละคลุ้งในอากาศ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเปี่ยมไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว
เสียงคำรามดังขึ้นจากที่ไกล ก่อนจะตอบรับด้วยเสียงคำรามอีกสายหนึ่งที่กึกก้องสะท้อนผ่านซากตึก
นักเรียนหลายคนที่ไม่เคยััประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนต่างหยุดชะงักไปชั่วครู่
หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อรับรู้ว่าตนอยู่ท่ามกลางดินแดนที่สัตว์ประหลาดเป็เ้าของ
หวงเยี่ยหยุดยืนอยู่กลางถนนสายแคบ พลางกวาดสายตามองไปรอบตัว
“เอาละ.. งั้นเรามาเริ่มต้นการเก็บแต้มิญญากันเลยไหม?”
ไม่นานนัก เงาขนาดใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกมาจากมุมตึกที่พังทลาย
สัตว์อสูรัตนแรกปรากฏกายต่อหน้าชายหนุ่ม มันมีรูปร่างคล้ายแรดขนาดมหึมา สูงเกินสองเมตร ผิวกายหนาทึบและแปรเปลี่ยนราวมีเกล็ดแข็งซ้อนทับกันเป็ชั้น เขาแหลมยาวโค้งเล็กน้อยสะท้อนแสงแดดอ่อนๆ ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองหวงเยี่ยด้วยความดุดัน
“แรดัเขาแหลม!”
หวงเยี่ยเอ่ยชื่อมันเบาๆ ขณะกระชับหอกสีดำในมือแน่น
เมื่ออสูรเห็นมนุษย์ยืนขวางทาง มันก็ส่งเสียงคำรามต่ำลึก ก่อนจะก้มศีรษะลงและพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว พื้นถนนสั่นะเืทุกครั้งที่เท้าหนักอึ้งกระแทกลงมา เขาอันคมกริบมุ่งตรงหมายแทงร่างของชายหนุ่มให้ทะลุในคราเดียว
หวงเยี่ยไม่ถอย
ร่างของเขาพุ่งเข้าใส่เช่นเดียวกัน หอกเหล็กกล้าสีดำถูกยกขึ้นในท่วงท่ามั่นคง ก่อนจะถูกแทงออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
“ปัง!”
แรงกระแทกจากการชนทำให้หวงเยี่ยถอยหลังไปเล็กน้อย ฝ่าเท้าลากเป็รอยยาวบนพื้นคอนกรีต
ทว่าหอกสีดำที่แหลมคมกลับเสียบลึกเข้าไปยังบริเวณใต้เขาของมัน ซึ่งเป็จุดที่เกราะเกล็ดทับซ้อนบางลงกว่าบริเวณอื่น
แรดัเขาแหลมส่งเสียงคำรามสั้นๆ ก่อนร่างมหึมาจะชะงักนิ่ง มันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหนักแน่น
【สังหารสัตว์อสูรัระดับแรกเริ่ม ได้รับแต้มิญญา 10 แต้มค่ะ】
ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้รับแต้มิญญาชุดแรก หัวใจของเขาเต้นแรงกว่าเดิม ความคึกคักแล่นผ่านทั่วร่าง ราวกับสายเืกำลังเดือดพล่าน
“ไม่เลว.. ถ้าสังหารพวกมันได้สักยี่สิบตัว ข้าคงสามารถยกระดับพลังของตนเองด้วยระบบกลืนกินัได้อย่างรวดเร็วเป็แน่”
ตราบใดที่สิ่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์ั ระบบกลืนกินัก็จะนำการสังหารเ่าั้ แปรเปลี่ยนเป็แต้มิญญาหลั่งไหลเข้าสู่ผู้โดยตรง ขณะที่กลไกภายในข้อมือเรืองแสงวาบ รับรู้ทุกลมหายใจแห่งการล้มลงของศัตรู
“เป็เช่นนี้แล้ว…”
คำพูดยังไม่ทันจบประโยค เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งกระโจนออกมาจากตรอกมืดอย่างฉับพลัน
ลมอากาศแตกออกเป็ทางเมื่อร่างนั้นทะยานเข้าใส่ ั์ตาสีแดงฉานสะท้อนประกายดิบเถื่อน กลิ่นสาบคาวลอยมาก่อนหน้าชั่วเสี้ยวอึดใจ สัญชาตญาณอันรุนแรงแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบด้านเย็นวาบ
กรงเล็บคมกริบกวาดอากาศฉับไว หมายตัดศีรษะมนุษย์ตรงหน้าให้ขาดสะบั้นในคราเดียว
ทว่าหวงเยี่ยมิได้ยืนรอรับความตาย ก่อนหน้านั้นเขาััได้ถึงความผิดปกติ กลิ่นคาวปะปนกับฝุ่นผงซากอาคาร บอกเตือนถึงการซุ่มรอในเงามืด เขาเอนตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว ร่างพลิกหลบอย่างเฉียดฉิว ปลายกรงเล็บเฉือนผ่านเส้นผมเพียงเล็กน้อย
หวงเยี่ยไม่เปิดช่องว่างให้มันตั้งหลัก เขาเหวี่ยงขาเตะเข้าไปอย่างเต็มแรง
ร่างอสูรปลิวกระเด็นชนกำแพงตึกที่แตกร้าว
เงานั้นเผยตัวชัดเจนภายใต้แสงแดดอ่อน มันมีรูปร่างคล้ายแมวขนาดใหญ่กว่ามนุษย์หนึ่ง่แขน กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ขนสีหม่นเข้ม ลวดลายจางๆคล้ายเงาจันทร์ทอดทับอยู่ตามลำตัว เขี้ยวแหลมยื่นพ้นริมฝีปาก ดวงตาแดงเรืองแสงด้วยความโกรธแค้น
“แมวัเงาจันทร์!”
สัตว์อสูรัดีดตัวลุกขึ้นทันที เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเงาที่ไร้น้ำหนัก แต่มันช้าเกินไปเพียงเสี้ยววินาที
หอกสีดำในมือชายหนุ่มแทงทะลวงตรงไปยังทรวงอกของมัน พละกำลังทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านปลายเหล็กกล้า เสียงฉีกเนื้อดังชัดเจน แรงผลักดันยังไม่สิ้นสุด เขาผลักร่างของมันถอยไปจนติดกับซากอาคาร ปลายหอกตรึงมันไว้กับผนังแตกหัก
“กะ.. กรร!”
แมวัเงาจันทร์คำรามเสียงต่ำสะท้อนผ่านซากตึก
ความเกรี้ยวกราดฉายชัดในดวงตา มันพยายามดิ้นรน กรงเล็บกวาดอากาศอย่างไร้ทิศทาง
แต่แรงชีวิตค่อยๆเลือนหาย
ลมหายใจขาด่
ดวงตาสีแดงหม่นลงทีละน้อย
ร่างนั้นแน่นิ่งไปในที่สุด
【สังหารสัตว์อสูรัระดับแรกเริ่ม ได้รับแต้มิญญา 10 แต้มค่ะ】
เสียงแจ้งเตือนจากระบบกลืนกินัดังขึ้นอีกครั้ง
ขณะที่ตัวเลขบนข้อมือประมูลผลก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
หวงเยี่ยถอนหายใจยาว ดึงหอกออกจากผนัง เศษฝุ่นร่วงกราวตามแรงกระชาก
“ไอ้พวกนี้อันตรายจริงๆ เผลอๆอาจร้ายกาจกว่าแรดัเขาแหลมเสียอีก!”
“เพราะมันเคลื่อนไหวได้เร็วดั่งเงา เป็เหมือนฝันร้ายของนักล่าัระดับแรกเริ่มเลยเชียวละ”
เสียงคำรามแว่วไกลออกไปอีกสายหนึ่ง ทำให้บรรยากาศรอบด้านยิ่งตึงเครียด
เขาหันมองไปยังตรอกอื่นๆที่ยังคงเต็มไปด้วยเงามืด
“ข้าก็ได้แต่หวังว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆจะไม่ตกเป็เหยื่อของมันหรอกนะ”
หวงเยี่ยสะบัดคราบเืออกจากปลายหอกเล็กน้อย สองศพแรกกลายเป็แต้มิญญาสะสมภายในระบบ เขาไม่หยุดอยู่กับที่ ฝีเท้าเริ่มออกวิ่งกระทบพื้นอีกครั้ง และคราวนี้ก็มุ่งหน้าเข้าไปยังอาณาเขตที่ลึกกว่าเดิม