“ในถ้ำนี้มืดจริงๆ ขอนั่งสมาธิปรับลมหายใจ กับปรับสายตา ก่อนละกัน”
นิลกาฬนั่งขัดสมาธิ เอามือผสานไว้ที่ตัก ตั้งจิตสมาธิ หายใจเข้า พุท หายใจออก โท
ก่อนที่จะมายังก็อตโทเปียนั้น นิลกาฬเป็นเด็กกำพร้าที่มีคนนำเขาทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง แล้วหลวงตาท่านเก็บนิลกาฬมาเลี้ยง สอนธรรมมะ หลักคำสอนต่างๆ การนั่งสมาธิ และการเรียนหนังสือ นิลกาฬนั้นแทบจะเป็นเด็กอัจฉริยะ
เมื่ออ่านหนังสือไปแล้ว1รอบก็สามารถจดจำได้ทั้งหมดทันที
หลังจากเวลาผ่านไป 30 นาที “อาการบาดเจ็บบรรเทาลงแล้ว สายตาเองก็เริ่มชินกับความมืด จะออกจากถ้ำก็ไม่ได้ด้วย สงสัยเราคงต้องเดินเข้าไปในถ้ำเพื่อหาทางออกเองแล้วสินะ” หลังจากที่นิลกาฬพูดจบก็ได้เดินสำรวจภายในถ้ำ ภายในถ้ำนั้นเป็นถ้ำขนาดเล็กที่สามารถเดินได้เพียง 1 คนเท่านั้น
หลังจากที่นิลกาฬเดินเข้ามาในถ้ำได้ 1 ชม. นั้น ก็ยังไม่เห็นปลายทางสะที
“จะทำยังไงดีละทีนี้จะไปต่อก็ไม่รู้ว่าทางมันจะไกลแค่ไหน จะกลับก็ไม่ได้ด้วย” หลังจากที่เดินได้ 2 ก้าว นิลกาฬก็ตกลงไปในหลุมขนาดเล็ก
“นี่มันอะไรกันวะเนี่ยยยย!!”
เป็นเวลากว่า 10 นาที กว่านิลกาฬจะลงมาถึงพื้นด้านล่าง
ตูบ
“โอ้ยๆ เจ็บตูดไปหมดแล้วเนี่ย พื้นหินก็แข็ง ล่วงลงมายิ่งกว่าเล่นรถไฟเหอะอีก เราเองก็ไม่เคยเล่นรถไฟเหาะ เลยไม่รู้เหมือนกันว่ามันเหมือนกันไหม”
หลังจากนั้นนิลกาฬได้มองสำรวจไปรอบห้องที่ตกลงมา ห้องนี้มีขนาดเท่ากับสนามบาสเกตบอล ฝั่งตรงข้ามของเขานั้นมีแท่นสีดำและคำภีร์สีดำสนิท อยู่บนแท่น และข้างๆแท่นนั้นก็เหมือนจะมีคนสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวนั่งอยู่ข้างๆ
“เห้~ คุณที่นี้ที่ไหนบอกข้าได้ไหม ข้าหลงทางมา คุณจะช่วยบอกทางออกให้ข้าหน่อยได้ไหม เห้~” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากฝ่ายตรงข้าม
“หรือว่าเขาจะตายแล้ว ทำไงดีละ เหมือนทางออกจะมีทางเดียวสะด้วย”
หลังจากที่นิลกาฬหันไปมองยังทางที่ตัวเองล่วงลงมา ก็รู้สึกเสี่ยวสันหลังวาวทันที
เขาได้ทิ้งตัวลงไปด้านหน้าทันที ชุดคลุมดำได้พุ่งเข้ามาด้านหลังของนิลกาฬอย่างรวดเร็วเพื่อจะจับคอนิลกาฬ แต่เขาสามารถหลบได้ หลังจากนั้นนิลกาฬเลยใช้ขาถีบไปที่ชุดคลุมดำ แต่ชุดคลุมดำสามารถหลบได้ และใช้มือจับไปที่ขาของเขาแล้วเหวี่ยงไปยังมุมอีกฝั่ง ทำให้หลังของเขานั้นกระแทกกับกำแพงเต็มๆ และกระอักเลือดออกมา
“เวรเอ่ย ทั้งพลังและความเร็ว เราสู้มันไม่ได้เลยจริงๆ แค่จะมองตามความเร็วให้ทันก็จะแย่อยู่แล้ว ดีนะที่เรามีปฏิกิริยาตอบโต้ที่ดีกว่าชาวบ้านเขา ไม่งั้นคงเสร็จมันไปตั้งแต่ทีแรกแล้ว เอาวะเป็นไงเป็นกัน" นิลกาฬได้ยืนตั้งการ์ดแบบมวยไทย
ทำให้ชุดคลุมดำงงเป็นอย่างมาก หลังที่งงสักพักชุดคลุมดำก็ได้พุ่งเข้ามาต่อยใส่หน้านิลกาฬ
แต่นิลกาฬได้เอี่ยวตัวหลบไปด้านขวาเล็กน้อย ทำให้ชุดคลุมดำต่อยพลาด นิลกาฬได้เข้าประชิดตัวและกอดคอตีเข่าเข้าไปทีท้องน้อยเป็นชุด หลังจากนั้นนิลกาฬก็เหวี่ยงชุดคลุมดำออกไป และเขาก็พุ่งตามไปและใช้ขาขวายันไปทีหน้าอก ทำให้ชุดคลุมดำหงายหลังลงกระแทกพื้นอย่างแรง และปิดฉากด้วยการกระโดดและใช้เข่าทั้ง2ข้างกระแทกไปที่หน้าอกอย่างแรง ทำให้ชุดคลุมดำกระอักเลือดออกมาคำโต และแน่นิ่งไป และมีแสงสีดำค่อยๆสลายกลายเป็นอากาศ เหลือไว้เพียงชุดคลุมดำ
“ท่านได้ฆ่า มอนสเตอร์ระดับราชันย์ ราชันย์ยักษา ได้รับผลึกวิญญาณ ลูกแก้วธาตุหยินเมื่อท่านดูดซับลูกแก้วสามารถได้รับธาตุหยิน 20-40 แต้ม เนื้อไม่สามารถกินได้”
“เอออออออ่!! ทำไมมอนสเตอร์ระดับราชันย์ถึงถูกฆ่าตายง่ายๆแบบนี้ละ แล้วยังได้ผลึกวิญญาณอีก เท่าที่ลุงชางบอกในโลกนี้มอนสเตอร์จำพวกธาตุหยินและธาตุหยางหายากสุดๆเลยไม่ใช่หรอ และยิ่งความสามารถของธาตุหยินและธาตุหยางยังคลุมเครืออยู่เลยไม่รู้ว่าทำอะไรได้บ้าง ยังไงก็เพิ่มธาตุก่อนละกัน” หลังจากที่นิลกาฬหายตกใจก็ได้หยิบลูกแก้วขึ้นมา ทำการนั่งสมาธิโดยว่างลูกแก้วไว้บนมือ และดูดซับธาตุหยินในลูกแก้ว
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
ท่านได้รับธาตุหยิน 1 แต้ม
……
นิลกาฬสามารถดูดซับธาตุหยินได้ทั้งหมด 35 แต้ม
“เรานี้มันโชคดีจริงๆสามารถได้ธาตุหายากและยังได้ผลึกวิญญาณมอนสเตอร์ระดับราชันย์อีก ไหนของดูหน่อยเป็นผลึกวิญญาณแบบไหน” นิลกาฬได้หลับตาลงแล้วทำสมาธิและมองเข้าไปในจิตของตัวเอง เข้าได้พบกับยักษ์ตัวสีเขียวเพศหญิงยืนอยู่ “นิเองเป็นผู้หญิงหรอ” หลังจากใช้จิตมองไปที่วิญญาณราชันย์ยักษาแล้วนั้น [ตรวจสอบ]
“ผลึกิญญาระดับราชันย์ ราชันย์ยักษา ประเภท ทักษะ สสารมืด”
“ไหนขอลองของหน่อยว่ามันเป็ยังไง [สสารมืด]” หลังจากใช้ทักษะแล้วนั้นก็ได้มีฝุ่นผงสีดำลอยออกมาจากตัวของนิลกาฬ เป็เหมือนกับออร่าสีดำปกคลุมนิลกาฬ หลังจากเรียกออกมาสักพัก ฝุ่นสีดำก็ได้ลอยไปยังชุดคลุมสีดำของราชันย์ยักษา แล้วทำให้ชุดคลุมถูกย่อยสลายกลายเป็ฝุ่นผงสีดำไปทันที และมารวมตัวกับฝุ่นผงของนิลกาฬ
“มันสามารถทำอะไรได้มั้งเนี่ย” หลังจากที่นิลกาฬการมองไปรอบห้องแห่งนี้นั้น ได้ทำให้ฝุ่นผงสีดำก่อตัวกันเป็กำแพงหนาๆรอบตัวนิลกาฬ
“เอ๋ เดียวนะหรือว่ามันสามารถกลายเป็อะไรก็ได้ตามที่เราคิด”
หลังจากนั้นนิลกาฬได้นึกถึงดาบซามุไรแบบในหนังญี่ปุ่น ฝุ่นผงสีดำก็เปลี่ยนจากกำแพงและกลายเป็ดาบซามุไร ยาว 1 เมตร
“เป็อย่างที่คิดจริงๆด้วย ฝุ่นผงพวกนี้หรือว่ามันจะคือสสารมืด มันจะกลายเป็อะไรก็ได้ตามที่เราคิด ได้ทักษะดีๆมาใช้สะงั้น" หลังจากนั้นนิลกาฬก็ยกเลิกทักษะ
“ดูเหมือนว่าการเรียกทักษาออกมาจะต้องใช้สมาธิสูงในระดับหนึ่งอยู่เหมือนกัน ไหนมาดูสิว่าคำภีร์อันนั้นคืออะไร”
นิลกาฬจึงเดินเข้าไปหยิบคำภีร์เพื่อที่จะอ่าน แต่หลังจากที่จับคำภีร์ไปแล้วนั้นก็ได้มีแสงสว่างเกิดขึ้นทำให้นิลกาฬต้องหลับตาลง
หลังจากหลับตาได้สักพักนิลกาฬก็เห็นภาพาขนาดใหญ่ ซึ่งมุมมองของเขาเป็มุมมองบุคคลที่1 กำลังสู้กับทหารนับแสนนับล้าน ดูเหมือนว่าเขาจะต่อสู้กับศัตรูนับล้านด้วยตัวคนเกียว ทหารรอบๆตัวของเขานั้นมีทั้ง คนั์ เทพ เทวทูต นางฟ้า เผ่าสมิง มนุษย์เงือก เอลล์ ภูติ ต้นไม้โบราณ
ปีศาจ มนุษย์ ฯลฯ ได้ล้อมเขาไว้หมดทุกทิศทางเพื่อไม่ให้เขาหนี เขานั้นได้รับาเ็สาหัสและใกล้จะตายเต็มทีแล้ว จึงได้ตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้ายเรียกะเิบิ๊กแบงออกมา ทำให้เกิดการะเิครั้งใหญ่ของจักรวาลทุกๆคน ทุกๆที ที่อยู่บริเวณรอบรัศมีะเิได้หายกลายเป็จุลไปหมดสิ้นส่วนตัวเขาเองนั้น มีสสารมืดมาห่อหุ้มเอาไว้ ทำให้โดนแรงะเิผลักกะเด็นกะดอนลอยมายัง ก็อตโทเปียเขต 1 และได้ล่วงลงมาอยู่ที่ใต้ดินแห่งนี้ เนื่องจากว่าเขานั้นาเ็สาหัสและกำลังจะตาย จึงได้ใช้พลังที่เหลืออยู่อันน้อยนิด สร้างคำภีร์นี้ขึ้นมา หลังจากสร้างคำภีร์เร็จ ตัวเขาก็ได้เรียกสสารมืดออกมาคลุมร่างกายเอาไว้และจำศีลเป็เวลานาน และภาพก็ตัดมาตอนที่นิลกาฬล่วงลงมาและพยายามต่อสู้กับนิลกาฬก่อนที่จะตายลง
“ถึงว่าทำไมมอนสเตอร์ระดับราชันย์ถึงได้ตายง่ายจัง ที่แท้มันก็กำลังจะตายอยู่แล้ว”
“เ้าหนูถ้าข้าไม่ย้ายจิตของข้ามาที่คำภีร์ มีหรือที่เ้าจะชนะข้าได้” เสียงของหญิงสาวดังมาจากที่ไหนก็ไม่รู้
“ใครนะออกมานะ” นิลกาฬพูดด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“ไม่ต้องใไปเ้าหนู ข้าก็คือั์ตัวที่เ้าจัดการไปนั้นและ ถ้าข้าไม่ย้ายจิตมาอยู่ในคำภีร์เ้าคิดว่าเ้าจะสู้ข้าที่เป็มอนสเตอร์ระดับขั้นสุดยอดได้ หึ” เสียงของหญิงสาวกล่าวอย่างภูมิใจ
“มอนสเตอร์ขั้นสุดยอดแต่ที่ข้าฆ่าไปเป็มอนสเตอร์ระดับราชันย์ไม่ใช่หรอ อย่ามาหลอกข้าให้ยาก" นิลกาฬพูดด้วยความสงสัย
“ถ้าเ้าจะไม่เชื่อก็เื่ของเ้า ตอนที่ข้าสร้างคัมภีร์ข้าได้ย้ายจิตของข้าเข้ามาในคัมภีร์ ส่วนร่างกายหยาบที่าเ็สาหัสนั้นระหว่างจำศีลก็ทำให้ระดับพลังของข้าลดลงมาเหลือแค่ระดับราชันย์ เ้าหนูเ้าถือว่าโชคดีมากๆเลยรู้ไหม ที่เ้ามาเจอข้าในที่แห่งนี้ ข้าเห็นศักยภาพของเ้าแล้ว และเ้ายังได้รับทักษะสสารมืดของข้าไปอีก ทำให้ข้าเห็นว่าเ้าคู่ควรที่จะเป็ผู้ฝึกวิชาจากศาสตร์แห่งจักรวาล” เสียงของหญิงสาวพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“โทษทีนะแต่ข้าไม่สนใจฝึกวิชาอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ข้ากำลังรีบหาทางออกไปจากที่นี้” หลังจากพูดจบนิลกาฬก็ได้เดินสำรวจรอบๆถ้ำ เผื่อว่าจะมีทางออก
“เดียวสิเ้าหนู เ้าไม่รู้จักพลังแห่งจักรวาลหรอ มันคือพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าท่ีเ้าจะจินตนาการได้อีกนะ” เสียงหญิงสาวพูดด้วยความร้อนรน
“โทษทีแต่ผมไม่สน” หลังจากนิลกาฬปฏิเสธไปก็เดินสำรวจต่อ จริงๆแล้วนิลกาฬเขาก็สนใจศาสตร์แห่งจักรวาลอยู่เหมือนกันว่ามันเป็วิชาแบบไหน แต่ตอนนี้เขามีเวลาไม่มาก เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดียังไงไม่รู้ เขาจะต้องรีบกลับหมู่บ้านให้ได้โดยเร็ว
หลังจากที่นิลกาฬไม่สนใจ ทำให้หญิงสาวเริ่มกังวลเป็อย่างยิ่ง เนื่องจากไม่มีใครสามารถเดินทางมาที่นี้ได้อีกแน่นอน ถึงนางจะเหลือแค่จิตแต่ก็ยังสามารถใช้พลังศาสตร์แห่งจักรวาลได้อยู่ถึงแม้ว่าพลังของนางจะอ่อนแอลงก็ตาม แต่นางสามารถรู้ได้ว่าไม่มีใครสามารถมาที่แห่งนี้ได้ง่ายๆอีกแน่ จิตของนางตอนนี้เองก็อ่อนแอเต็มทีแล้ว เนื่องจากบริเวณรอบูเาลูกนี้มีแต่มอนสเตอร์ระดับราชันย์อาศัยอยู่ ถึงจะเป็เพียงมอนสเตอร์เขต1 แต่ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่คนธรรมดาในเขต1จะสามารถต่อสู่ได้
หลังจากที่เห็นว่านางเงียบไปเป็เวลานาน นิลกาฬก็สามารถคิดได้แล้วว่าจะออกไปจากที่นี้ยังไง นิลกาฬเรียกใช้ทักษะสสารมืดออกมาแล้วเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็ขาแมงมุมจากด้านหลังของเขาแล้วปีนไปยังรูที่เขาล่วงลงมา
“งั้นผมไปก่อนนะแล้วเจอกันใหม่ ถ้ามีโอกาศ"
เสียงของนิลกาฬทำให้นางได้สติกลับคืนมา 'ไม่นะ แบบไม่ดีแน่ๆ ถ้าเ้าหนูนั้นจะออกไปแบบนี้ เหลือแต่วิธีนั้นวิธีเดียวสินะ' นางคิดในใจ