ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 174 ทำความดีในวันนั้น

            จิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าประโยคที่ว่า ‘พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว’ เป็นคำอธิบายเรื่องชาติกำเนิดของเธอได้ดีที่สุด เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก

            หยางหว่านซิ่วก็ไม่ได้โต้แย้งคำพูดของจิ่งเยี่ยนกุย ด้วยสภาพของจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวา ตายไปเสียยังดีกว่า มีชีวิตอยู่ก็เปลืองข้าวเปลืองน้ำ

            เมื่อหยางหว่านซิ่วไม่คัดค้าน จิ่งจงอี้และอาหญิงเล็กจิ่งก็ยิ่งไม่พูดอะไร พวกเขาเองก็รู้สึกว่าจิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาเป็นคนน่าอับอาย

            ส่วนซูไป่ชิง หลังจากที่ได้เห็นเรื่องวุ่นวายในหมู่บ้านอิ๋นซานครั้งนั้น เขาก็คิดว่าการมีพ่อแม่แบบนั้น ตายไปเสียยังดีกว่า

            ลู่เฉียวตงก็รู้สึกว่าตัวเองถามคำถามที่โง่ๆ ออกไป จึงพูดว่า “ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอคิดถึงเรื่องที่เจ็บปวด”

            จิ่งเยี่ยนกุยกลับยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องที่เจ็บปวดอะไรค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วพูดแทรกขึ้นมา “เวลาก็ป่านนี้แล้ว ถ้าไม่รังเกียจก็ทานข้าวเย็นที่บ้านได้นะ”

            ลู่เฉียวตงหันไปมองเยวี่ยฉิงจ้าว เธอยิ้มแล้วถามว่า “แบบนี้จะไม่รบกวนเกินไปเหรอคะ?”

            “ไม่รบกวน ไม่รบกวน!” หยางหว่านซิ่วยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเราเพิ่งย้ายมา ก็มีแขกผู้มีเกียรติมาเยือน ฉันดีใจจนไม่ทันตั้งตัวเลย!”

            ใครบอกว่าฮวงจุ้ยของบ้านหลังนี้ไม่ดี ตอนนี้ดูเหมือนว่าดีมากๆ เลย! พวกเราเพิ่งย้ายมาก็ได้รับคำสั่งซื้อใหญ่ขนาดนี้ ต่อไปชีวิตต้องดีขึ้นเรื่อยๆ แน่ๆ!

            เมื่อเยวี่ยฉิงจ้าวได้ยินหยางหว่านซิ่วพูดแบบนี้ ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนแล้วค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วเตรียมพร้อมที่จะให้พวกเขามาทานอาหารที่บ้านตั้งแต่เช้า ระหว่างทำความสะอาดก็ยังหาเวลาไปซื้อของสดมา

            ตอนที่เธอไปซื้อของก็เห็นคนขายกระต่าย เลยซื้อมาอย่างละตัว แถมยังซื้อปลาช่อนตัวใหญ่ แล้วก็ผักตามฤดูกาลมาอีก

            คนเยอะขนาดนี้ หยางหว่านซิ่วคนเดียวคงทำไม่ไหว อาหญิงเล็กจิ่งและจิ่งจงอี้ก็ไปช่วยทำอาหาร ปล่อยให้จิ่งเยี่ยนกุยพูดคุยกับพวกเขา

            ลู่เฉียวตงรบเร้าให้จิ่งเยี่ยนกุยไปปรุงยา จิ่งเยี่ยนกุยจึงนำสมุนไพรที่เตรียมไว้เมื่อวานออกมาแช่น้ำไว้ในหม้อขนาดใหญ่ก่อน ขั้นตอนการแช่ยาคนมักจะมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันสำคัญมาก ทั้งอุณหภูมิของน้ำและเวลาเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจอย่างมาก เพราะมันมีผลโดยตรงต่อคุณสมบัติยาสมุนไพรว่าจะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่หรือไม่

            การแช่ยาต้องใช้เวลา ในสภาพอากาศตอนนี้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

            ลู่เฉียวตงเห็นเธอเดินวนไปวนมา เขาเงียบไปสักพักก็พูดขึ้นว่า “ขอโทษ”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าเขาขอโทษเรื่องที่ถามเธอไปเมื่อครู่ เธอจึงคลี่ยิ้มแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นไรจริงๆ ถ้าคุณรู้สึกผิด ก็สั่งซื้อจากฉันเยอะๆ ก็ได้ค่ะ”

            เมื่อก่อนลู่เฉียวตงรู้สึกว่าเธอห้าวหาญเกินไป แถมยังเห็นว่าเธอพยายามหาเงินอย่างสุดชีวิต ก็ยังรู้สึกว่าเธอทำอะไรเกินตัวไปหน่อย แต่พอตอนนี้รู้ว่าเธอสูญเสียพ่อแม่ ต้องอยู่กับปู่ย่า อีกทั้งปู่ย่าก็แก่แล้ว บ้านหลังนี้มีเธอเป็นคนแบกรับภาระ

            แถมปีนี้เธอก็อายุแค่สิบเจ็ดปี ในบรรดาพี่น้องผู้หญิงของเขาในวัยเท่านี้ นอกจากอ่านหนังสือและออดอ้อนแล้วก็ทำอะไรไม่เป็น แต่เธอกลับเป็นคนเดียวที่แบกรับภาระของครอบครัว เขาก็รู้สึกเห็นใจเธออย่างบอกไม่ถูก

            เขานึกถึงเรื่องที่ตั้งใจข่มขู่เธอในวันนี้ ก็รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไป จึงตัดสินใจในใจว่าต่อไปจะไม่แกล้งทำให้เธอตกใจอีกแล้ว

            ลู่เฉียวตงมองเธอแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “จากขนาดธุรกิจของเธอตอนนี้ ต่อให้ฉันสั่งซื้อไปแล้ว เธอก็ส่งของไม่ทันหรอก”

            จิ่งเยี่ยนกุยกำหมัดอย่างจริงจังแล้วพูดว่า “รอส่งคำสั่งซื้อรอบนี้เสร็จแล้ว ฉันจะขยายขนาดการผลิต ถึงตอนนั้นต่อให้คุณสั่งซื้อมาเยอะแค่ไหน ฉันก็ส่งให้ได้ รับประกันคุณภาพและส่งตรงเวลาแน่นอน”

            ลู่เฉียวตงเห็นท่าทางจริงจังของเธอก็รู้สึกดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างไม่คาดคิด แต่ในฝ่ามือกลับเต็มไปด้วยผิวหนังที่ด้านหนา

            เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงน้องสาวตัวน้อยของเขาที่หายไป จนถึงตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอและไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ถ้าน้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ก็คงจะอายุเท่าเธอ และไม่รู้ว่าจะต้องลำบากเหมือนกับเธอหรือเปล่า

            เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “ดีเลย รอโรงงานของเธอสร้างเสร็จ ฉันจะสั่งของจากเธอเยอะๆ”

            เขาพูดถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า “ตอนนี้เธอมียาอยู่แค่ชนิดเดียวเหรอ? ไม่คิดจะผลิตยาชนิดอื่นด้วยเหรอ?”

            คำถามนี้จิ่งเยี่ยนกุยก็คิดไว้แล้ว เธอต้องการจะทำให้ธุรกิจใหญ่โตและแข็งแกร่ง แต่จะพึ่งแค่ยารักษาบาดแผลอย่างเดียวก็ไม่ได้ จึงพูดว่า “ยาชนิดอื่นต้องผลิตอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ด้วยขนาดธุรกิจของฉัน แค่คำสั่งซื้อของคุณก็ยังทำไม่ทันเลย รอให้ธุรกิจขยายตัวก่อนแล้วค่อยผลิตยาชนิดอื่นค่ะ”

            เธอพูดถึงตรงนี้ก็มองเขาแล้วแย้มยิ้ม “การที่คุณถามคำถามนี้ ฉันจะเข้าใจว่าต่อไปถ้าฉันมียาตัวใหม่ ฉันก็จะสามารถส่งตัวอย่างยาให้คุณได้ใช่ไหมคะ?”

            ตอนนี้ลู่เฉียวตงใจกว้างมาก “แน่นอน ตราบใดที่ยาของเธอดีกว่าคนอื่น ฉันสามารถเลือกซื้อยาของเธอเป็นอันดับแรก”

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าถึงแม้ปกติเขาจะพูดจาไม่ค่อยน่าฟัง แต่ก็ไม่ใช่คนไม่ดี เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะคะ!”

            ลู่เฉียวตงเห็นเธอหัวเราะออกมาก็ดูน่ารักมาก จึงเบือนหน้าหนีแล้วพูดว่า “ไม่ต้องขอบคุณฉันแค่ทำความดีวันเดียว”

            จิ่งเยี่ยนกุยทำหน้าทะเล้นใส่เขา เขาจึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้

            อาหารเที่ยงวันนี้หลากหลายมาก หยางหว่านซิ่วคิดว่าลู่เฉียวตงและเยวี่ยฉิงจ้าวมาจากเมืองหลวง คงทานเผ็ดไม่ค่อยได้ จึงใส่เห็ดหอมและหน่อไม้ดองลงไปตุ๋นในน้ำซุปไก่ ส่วนกระต่ายก็นำมาทำเป็นกระต่ายผัดพริก ปลาช่อนหั่นเป็นชิ้นๆ ใช้ผักกาดดองที่หมักเองแล้วนำมาทำเป็นปลาต้มผักกาดดอง จากนั้นก็ใช้แป้งข้าวเจ้าทำเป็นทำหมูสามชั้นนึ่งแป้ง

            ส่วนผักก็จะมีมะเขือผัดน้ำมันหอย ถั่วฝักยาวผัดหมู ใบมันเทศผัดกระเทียม แล้วก็หัวไชเท้าที่หยางหว่านซิ่วปลูกเอง ซึ่งเพิ่งจะมีใบออกมาแค่สองใบ

            ฝีมือการทำอาหารของหยางหว่านซิ่วดีมาก อาหารทุกจานทั้งสีสันสวยงาม กลิ่นหอมชวนทานและรสชาติที่ยอดเยี่ยม และยังอร่อยกว่ามื้อกลางวันที่กินเมื่อวานอีก กระทั่งเยวี่ยฉิงจ้าวที่เลือกทานก็ยังชมว่าเธอทำอาหารอร่อย

            หยางหว่านซิ่วที่ได้รับคำชมก็ยิ้มจนหุบไม่ได้ “ปลาจานนี้เยี่ยนกุยสอนฉันทำ ยัยหนูนี่ทำอร่อยกว่าฉันอีก ถ้าครั้งหน้าพวกคุณมาทานข้าวที่บ้านอีก ให้หล่อนทำให้กินก็ได้นะ”

            เยวี่ยฉิงจ้าวเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น พวกเราคงต้องมารบกวนบ่อยๆ แล้วค่ะ ก็ร้านอาหารที่นี่กระทั่งผัดผักก็ยังใส่พริก บะหมี่ก็ยังใส่พริกป่น ฉันทานไม่ค่อยได้จริงๆ”

            คนเมืองหยางเฉิงชอบทานเผ็ด เรียกได้ว่าขาดเผ็ดไม่ได้เลย

            เมื่อวานตอนทานข้าวเธอได้บอกให้ร้านอาหารผัดผักโดยที่ไม่ต้องใส่พริก แต่คนทำอาหารกลับทำหน้างงๆ แล้วพูดว่า “ไม่ใส่พริกแล้วจะผัดได้ยังไง?”

            เพราะอาหารไม่ถูกปาก เยวี่ยฉิงจ้าวจึงไม่ได้ทานอะไรมากนักตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้ลู่เฉียวตงเป็นห่วงมาก

            เมื่อลู่เฉียวตงเห็นว่าเยวี่ยฉิงจ้าวทานอาหารอร่อยก็พูดกับจิ่งเยี่ยนกุยว่า “หรือว่าช่วงนี้พวกเรามาพักที่บ้านเธอก่อนดีไหม รบกวนคุณย่าช่วยทำอาหารให้หน่อยนะครับ แม่ของผมไม่ค่อยสบาย อยู่ที่นี่การจะทานอาหารที่ถูกปากก็ยากจริงๆ ครับ”

            เยวี่ยฉิงจ้าวก็อยากอยู่กับจิ่งเยี่ยนกุย และอยากมาพักที่นี่ด้วย แต่ก็กลัวว่าจะรบกวนคนอื่น จึงนึกลังเล

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592