ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 67 เคยได้อันดับหนึ่ง

            เมื่อได้ฟังหานรุ่ยแล้ว ดวงตาของจุนห่าวก็เปล่งประกาย เขาเอ่ยขึ้นว่า“ไข่มุกวิญญาณ สามารถช่วยในการบำเพ็ญเพียรได้ ถือว่าเป็นของดีที่หาได้ยากยิ่ง ถ้ามีโอกาสเราลองหาวิธีครอบครองมันกันเถอะถ้าเป็นเช่นนั้นพวกเราคงจะบำเพ็ญเพียรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เสี่ยวไป๋บอกว่า พวกเราบำเพ็ญเพียรกันช้าเกินไปเสียดายคุณสมบัติที่ดีของพวกเรา”

            หานรุ่ยขมวดคิ้วและพูดว่า “ไข่มุกวิญญาณไม่ได้ครอบครองกันง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ทั้งหมดล้วนอยู่ในเงื้อมมือของราชวงศ์และตระกูลใหญ่ในเมืองเย่ว์เซียนทั้งนั้นนักพรตระดับธรรมดาที่มีไข่มุกวิญญาณก็มักจะเก็บไว้ใช้เองและคงไม่ขายทิ้งแน่นอนไข่มุกนี้มักจะปรากฏอยู่ในการประมูล มีราคาพอกันกับยาวิเศษ” หานรุ่ยชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า “สรุปแล้ว บนแผ่นดินชางหลานของเรามีเส้นเลือดวิญญาณน้อยเกินไปหากเส้นเลือดวิญญาณมีมากกว่านี้ ไข่มุกวิญญาณก็คงจะไม่มีค่าถึงเพียงนั้นหรอก”

            “อย่างนี้นี่เอง ถ้าอย่างนั้นคงไม่ได้มาโดยง่ายเป็นแน่”จุนห่าวพูดอย่างเศร้าใจ จากนั้นเขาก็กล่าวจากความรู้สึกลึก ๆ ต่อว่า “เฮ้อทุกแห่งหนล้วนขึ้นอยู่กับอำนาจ หากมีอำนาจก็ย่อมได้รับสิ่งที่ดีที่สุดอย่างที่รุ่นที่สองจะได้มาครอบครองง่ายกว่ารุ่นที่หนึ่ง เพื่อลูก ๆ ของพวกเราที่จะกลายเป็นนักพรตรุ่นที่สองของครอบครัวเราในอนาคตข้าจะหนักเอาเบาสู้ และจะสร้างสภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียรที่ดีที่สุดให้แก่พวกเขา”

            “ลูกหลานตระกูลใหญ่จะได้รับทรัพยากรในการบำเพ็ญเพียรมากกว่านักพรตทั่วไปสภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียรก็ดีกว่าเช่นกันก็จริง ทว่าพวกเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบวงศ์ตระกูลเมื่อเทียบระหว่างราชวงศ์และ 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองเย่ว์เซียนในทุกสิบปีจะมีการแข่งขันเพื่อทำการตัดสิน นั่นคือ ‘การแข่งขันต่อสู้เพื่อแย่งชิงไข่มุกวิญญาณ’ ซึ่งจะแบ่งไข่มุกตามอัตราส่วน 5 : 4 : 3 : 2 : 1 โดยผู้ที่ได้อันดับหนึ่งจะมีสิทธิ์ครอบครองได้ถึงครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดไล่ไปจนถึงลำดับสุดท้ายที่จะได้เพียงแค่ 1 ใน 10 ส่วนของสิทธิ์การแจกจ่ายทั้งหมดเท่านั้นตระกูลที่มีไข่มุกวิญญาณน้อยก็จะกระทบไปถึงการบำเพ็ญเพียรของลูกหลาน หากแข่งแล้วได้ลำดับสุดท้ายทุกครั้งความพ่ายแพ้ของตระกูลก็คงอยู่ไม่ไกล” 

            เรื่องนี้จุนห่าวเข้าใจ เมื่อทรัพยากรในมือมีน้อย ก็ย่อมส่งผลต่อความเร็วในการบำเพ็ญเพียร“ถ้าอย่างนั้นเจ้าเคยเข้าร่วมการแข่งขันนี้ไหม?” จุนห่าวถามอย่างสงสัย

            “ข้าเคยเข้าร่วมเมื่อห้าปีก่อน ครานั้นข้าชนะการแข่งขันได้ที่หนึ่ง ทำให้ตระกูลหานของเราได้สิทธิ์ครอบครองไข่มุกวิญญาณครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดไปอีก10 ปี ตอนนั้นตระกูลให้รางวัลข้า โดยการให้ไข่มุกวิญญาณ 100เม็ด ข้าดีใจมาก เพราะปกติข้าได้ไข่มุกวิญญาณเพียง 5 เม็ดต่อเดือนเท่านั้น”

            “5 ปีก่อนอย่างนั้นหรือ ตอนนั้นเจ้าก็เพิ่งจะอายุ 15 ปีน่ะสิ!”จุนห่าวกล่าว อายุเพียง 15 ปี หานรุ่ยก็เป็นคนโดดเด่นขนาดนั้นแล้วหรือนี่เขาอยากเห็นหานรุ่ยในเวลานั้นเสียจริง ตอนนั้นหานรุ่ยจะต้องเป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตวิญญาณแข็งแกร่งมากเป็นแน่

            “ใช่ ตอนนั้นข้ามีอายุ 15 ปีครานั้นข้าเป็นอัจฉริยะในการบำเพ็ญเพียรของเมืองเย่ว์เซียนได้รับคำสรรเสริญอย่างเหลือล้น และการแข่งครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ตระกูลหานได้อันดับหนึ่งก่อนหน้านี้มีแต่ราชวงศ์เท่านั้นที่ได้อันดับหนึ่งมาตลอดแต่น่าเสียดาย หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นกับข้า คำสรรเสริญเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้น”หานรุ่ยกล่าวพลางหวนนึกถึงความทรงจำนั้น ยามนี้เขารู้สึกว่า ตัวเองช่างห่างไกลจากตอนนั้นเสียจริงจากคนที่มากความสามารถจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วในเวลานั้น พอเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นเขากลับได้รับบาดแผลมามากมายแทน

            เมื่อรับรู้ได้ถึงความเศร้าที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงของหานรุ่ย จุนห่าวก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อแล้วประกอบกับเดินทางมาถึงร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซวงหวาพอดิบพอดีจุนห่าวจึงพูดกับจุนตงและจุนหนานว่า “เด็ก ๆ วันนี้พ่อจะเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่อลังการให้พวกเจ้านะ”พูดจบก็พลางเดินเข้าไปในร้านพร้อมกันกับหานรุ่ยที่กำลังอุ้มลูกอยู่

            จุนห่าวเลือกห้องอาหารที่หรูหราเหมาะกับจำนวนคนในครอบครัวที่มี 4 คนพอดีจุนห่าวให้ลูกทั้งสองเลือกอาหารจานโปรด และสั่งอาหารที่หานรุ่ยชอบที่สุด ส่วนตัวเขากินอะไรก็ได้เพราะเขาเป็นคนไม่ค่อยเลือกกิน สุดท้ายจุนห่าวก็สั่งอาหารแนะนำของร้านเพิ่มอีกหนึ่งอย่างตอนนี้รอแค่ทางร้านยกอาหารมาเท่านั้น

            หานรุ่ยเห็นจุนห่าวสั่งอาหารมากมาย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและเอ่ยขึ้นว่า“จุนห่าว เจ้าสั่งอาหารเยอะไปรึเปล่า นี่เราต้องจ่ายหลายตำลึงเลยนะ ยามนี้พวกเราเหลือเงินอยู่ไม่มากแล้วประหยัดอะไรได้ ก็ประหยัดไว้ก่อนเถอะ”

            พอได้ฟังหานรุ่ย จุนห่าวก็โบกมือแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย พร้อมพูดอย่างคนร่ำรวยว่า“ถ้าเงินหมด ก็ค่อยหาใหม่สิ ตอนนี้กินอย่างสบายใจก็พอแล้ว ใช่ไหม? จุนตง จุนหนาน”

            “ใช่ ท่านพ่อพูดถูก ของที่อยู่ในท้องของเรา ถึงจะเป็นของเรา ชีวิตคนเราต้องมีเที่ยวเล่นและดื่มกินบ้างสิ”จุนหนานพูดด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว เขานึกในใจว่า ‘ท่านแม่คิดไม่ได้หรอก’

            “เจ้าไปฟังคำพูดนี้มาจากใครรึ?” หานรุ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนักพลางนึกในใจ ‘ความคิดของเจ้าลูกคนนี้ อันตรายจริง ๆ’

            “ข้าฟังจากเรื่องเล่ามา” เมื่อจุนหนานเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของหานรุ่ย ก็รีบสารภาพโดยพลัน

            “ตั้งแต่นี้ไปเจ้าต้องฟังเรื่องที่ไม่มีประโยชน์เช่นนี้ให้น้อย ๆ แล้วอ่านหนังสือให้เยอะๆ แทนนะ” หานรุ่ยพูดกับจุนหนาน ในแง่นี้ จุนตงดีกว่าจุนหนานอยู่มากทีเดียว แค่เห็นก็รู้แล้วว่าจุนตง คือ เด็กที่โตกว่าอายุ หายรุ่ยจึงค่อนข้างที่จะกังวลใจกับจุนหนาน

            “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านแม่” จุนหนานตอบอย่างเชื่อฟัง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาหารถูกยกเข้ามาพอดีความสนใจของจุนหนานจึงถูกเบี่ยงเบนไปจนหมดสิ้น

    คล้ายกับเรื่องชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน