กลางดึกก้อนแป้งน้อยเว่ยซือหงนอนพลิกตัวไปมาท่าทางกระสับกระส่ายไม่สบาย จนหลิงจูสาวใช้คนสนิทที่หลิวลี่หงมอบให้มาดูแลก้อนแป้งน้อยเร่งรีบออกไปแจ้งข่าวนายหญิงกับนายท่านของตนเอง
“มีอะไรหลิงจูเหตุใดจึงมาดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้”
“แย่แล้วเ้าค่ะฮูหยินคุณหนูเป็อะไรไม่รู้เ้าค่ะ นอนดิ้นไปมา ทั้งยังตัวร้อนมากด้วยปลุกเท่าไหร่ก็ปลุกไม่ตื่นเ้าค่ะ” หลิงจูกล่าวบอกท่าทางร้อนรนเป็ห่วงเ้านายตัวน้อยยิ่งนัก
หลิวลี่หงฟังแล้วชะงักก่อนหันไปมองหน้าสามีแล้วเร่งรีบไปเรือนนอนของบุตรสาวทันที
ยังไม่ทันจะได้เข้าไปในห้องบุตรสาวเว่ยซือซานและหลิวลี่หงพลันััได้ถึงพลังปราณที่เอ่อล้นออกมาจากภายในสามีภรรยามองหน้ากันด้วยไม่อยากเชื่อ
“จะเป็ไปได้อย่างไรเ้าคะท่านพี่หงเอ๋อร์เพิ่งจะเจ็ดหนาวเท่านั้นเองนะเ้าคะ พลังปราณของลูกจะตื่นขึ้นได้เช่นไร” หลิวลี่หงพูดด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มยิ่งด้วยปกติพลังจะตื่นก็ต่อเมื่ออายุ 9 หนาว
“พี่ก็ไม่รู้เช่นกันเรารีบเข้าไปดูลูกกันก่อนเถอะ” เว่ยซือซานเป็ห่วงบุตรสาวที่พลังปราณตื่นก่อนกำหนดขณะเดียวกันบอกพ่อบ้านอวิ๋นให้ไปตามบิดาของตนมาโดยเร็ว
สามีภรรยาเร่งเข้าไปในห้องนอนบุตรสาวตัวน้อยอย่างรวดเร็วก่อนผงะกับพลังปราณที่เข้าปะทะพวกเขาจะไม่ให้ตื่นใได้อย่างไร นี่มันเป็พลังปราณที่รุนแรงมากแรงปะทะที่ส่งมาขวางกั้นพวกเขาเอาไว้นั้นไม่ธรรมดาเลย เขาที่มีพลังปราณระดับจอมยุทธ์ยังอึดอัดใจภรรยาของเขาที่มีพลังปราณระดับแม่ทัพเล่าจะอึดอัดขนาดไหน
“ลี่เอ๋อร์เ้าไหวหรือไม่”
“วะไหวเ้าค่ะท่านพี่” หลิวลี่หงตอบตะกุกตะกัก แม้หายใจแทบไม่ออกแต่นางไม่ใส่ใจนางห่วงบุตรสาวคนเดียวมากกว่า เว่ยซือซานยังไม่ได้กล่าวสิ่งใดเสียงเอะอะของบิดามารดารวมถึงบุตรชายสองคนพลันแทรกเข้ามา
“อาซานลี่เอ๋อร์ เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”
“ท่านพ่อ/ท่านแม่”
“เกิดสิ่งใดขึ้นพ่อบ้านอวิ๋นบอกพ่อว่าพลังของหงเอ๋อร์ตื่นก่อนกำหนด”
ยังไม่ทันได้รับคำตอบจากบุตรชายเว่ยซือหลิวรีบก้าวไปยืนด้านหน้าของทุกคนพร้อมกลางม่านพลังปราณระดับปราชญ์ครอบคลุมทุกคนไว้ทันท่วงที
สมาชิกตระกูลเว่ยทุกคนรวมถึงพ่อบ้านอวิ๋นหลิงจูและหลิงอิงสาวรับใช้ข้างกายเว่ยซือหงพลันแตกตื่นกับพลังที่ปะทุออกมาจากก้อนแป้งน้อยพร้อมทั้งตระหนกใกับเหตุการณ์ตรงหน้า ต่างคนต่างอ้าปากค้างแววตาฉายความไม่เชื่อ พูดออกมาพร้อมกัน
“เป็ไปไม่ได้!” หากไม่มีใครสามารถละสายตาไปจากเหตุการณ์ตรงหน้าได้สักคนเดียว เป้าสายตาเป็ใครไปไม่ได้นอกจากเว่ยซือหงที่นอนหลับสนิทบนเตียงกว้าง
ร่างกายเว่ยซือหงปะทุพลังปราณออกมาอย่างต่อเนื่องยิ่งนาน แรงกดดันยิ่งเพิ่มมากขึ้น เส้นแสงเล็ก ๆ ผุดออกมาจากร่างเ้าก้อนแป้งทีละเส้นๆ แต่ละเส้นมีสีแตกต่างกันไป นี่คือการตื่นของพลังธาตุ ประกอบไปด้วยสีฟ้า สีแดงสีเขียว สีน้ำเงิน และสีขาว นับได้จากเส้นแสงเ่าั้มีถึง 5 สี!
์! เ้าตัวน้อยมีธาตุถึง 5 ธาตุด้วยกัน!
ตอนนี้คนทั้งเก้าที่ยืนเป็สักขีพยานของการตื่นพลังปราณและพลังธาตุของเว่ยซือหงใจนไม่รู้จะใอย่างไรแล้วสายตาหลายคู่จับจ้องไปยังพลังธาตุทั้งห้าที่ม้วนเป็เกลียวประสานกันอย่างไม่ละสายตาแม้จะสงสัยว่าพลังสีทองที่โอบล้อมเว่ยซือหงและเกลียวธาตุทั้งห้าคือสิ่งใดก็ตามที เนิ่นนานกว่าพลังที่ตื่นขึ้นของเ้าตัวน้อยจะยอมสงบร่างกายเล็ก ๆ นั่น ค่อย ๆ ดูดซับพลังทั้งหมดที่ปะทุออกมากลับคืนเข้าสู่ร่างกายทีละนิดๆ กระทั่งไม่หลงเหลือกลิ่นอายใด ๆ
“์บุตรสาวข้ามีธาตุถึงห้าธาตุด้วยกัน!” เว่ยซือซาน
“สองธาตุปกติสามธาตุพิเศษ”หลิวลี่หง
“ธาตุน้ำธาตุไฟ ธาตุพฤกษา ธาตุน้ำแข็ง และธาตุแสง!”เว่ยซือหลิวกล่าวบ้าง
“ไหนจะพลังปราณสีทองโอย... อาหลางอาเหลียงประคองย่าทีย่าจะเป็ลม” หลินซือเหยากล่าวพร้อมกับร่างกายที่ซวนเซ
“ท่านย่า/ท่านย่า”สองพี่น้องเว่ยซือหลางเว่ยซือเหลียงรีบเข้าประคองร่างท่านย่าของตนอย่างว่องไวพร้อมรับยาหอมจากพ่อบ้านอวิ๋นมาจ่อจมูกผู้เป็ย่าอย่างรวดเร็วส่วนสาวรับใช้ข้างกายทั้งสองคนของน้องสาวนั้นเป็ลมไปั้แ่เห็นพลังธาตุที่แตกต่างกันทั้งห้าธาตุแล้ว
“นายท่านตั้งสติก่อนเถอะขอรับข้าน้อยว่าอีกไม่นานฮ่องเต้จะต้องเสด็จมาที่จวนเว่ยของพวกเราแน่”พ่อบ้านอวิ๋นแม้จะยังตื่นใกับเหตุการณ์พลังตื่นของคุณหนูตัวน้อย แต่เขาตั้งสติได้เร็วกว่าผู้ใดแม้ว่าก่อนหน้านี้นายท่านใหญ่จะเร่งค่ายกลป้องกันภัยของจวนไว้แล้ว แต่ก็ไม่ควรประมาททางที่ดีหาทางรับมือไว้ดีกว่า
“โอใช่ ๆ พวกราชวงศ์จะต้องรับรู้ถึงกลิ่นอายพลังปราณของเ้าตัวน้อยแน่” นายท่านใหญ่เว่ยซือหลิวกล่าวพร้อมพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ
“ท่านพ่อเช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดีขอรับ” เว่ยซือซานกล่าวอย่างกังวล จะปิดบังก็ไม่ได้พลังปราณของบุตรสาวเขามากเกินไป อย่างไรฮ่องเต้และผู้าุโคนอื่น ๆที่มีพลังระดับปราชญ์ย่อมรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายพลังปราณที่ปะทุออกมาแน่
“ข้าว่าบอกพวกเขาไปตามตรงว่าพลังของอาหงตื่นก่อนกำหนดแต่ปิดเื่พลังธาตุไว้ดีกว่าหรือไม่เ้าคะข้าไม่วางใจผู้ใดเ้าค่ะ กลัวว่าจะมีคนโลภใช้อาหงเป็เครื่องมือสู่อำนาจแม้ว่าตอนนี้อำนาจในแคว้นของเราจะปรองดองกันดี ไม่มีศึกภายในแต่ถ้ามีคนรู้เื่ของอาหงมากเกินไป อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้”
“ลี่เอ๋อร์พูดถูกข้าเห็นด้วยว่าเราควรปิดเื่พลังธาตุของหลานสาวไว้ จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง ความอิจฉาริษยาทำร้ายคนได้”ฮูหยินผู้เฒ่าหลินซือเหยากล่าวสมทบกับความคิดของลูกสะใภ้
“จริงดังท่านแม่และท่านย่าพูดนะขอรับแม้อำนาจภายในแคว้นโจวของเราจะดูปรองดองกัน อำนาจจากตระกูลใหญ่ต่าง ๆ เท่าเทียมกันแต่ถ้าเมื่อไรที่ตระกูลใดตระกูลหนึ่งเรืองอำนาจกว่าตระกูลอื่น ๆ ขึ้นมาข้าว่าไม่ดีแน่” เว่ยซือเหลียงพูดหลังจากวิเคราะห์เื่ราวภายในต่าง ๆในแคว้นแล้ว
“ข้าเห็นด้วยขอรับทั้งนี้เพื่อปกป้องน้องสาว และตระกูลเว่ยของเราแล้ว ยังถือเป็การปกป้องแคว้นโจวของเราไปในตัวด้วยทุกคนอย่าลืมสิขอรับ ความอิจฉาริษยาก่อให้เกิดาได้ตอนนี้แม้จะไม่มีาระหว่างแคว้น เพราะพวกเราทำสัญญาสงบศึกแต่ถ้ามีข่าวเื่ของหงเอ๋อร์มีพลังธาตุถึงห้าธาตุหลุดออกไปซ้ำยังมีธาตุพิเศษถึงสามธาตุ ข้าว่าแย่แน่ขอรับ บางทีหากถึงตอนนั้นสัญญาสงบศึกอาจไม่มีผลแล้วก็ได้”เว่ยซือหลางที่วิเคราะห์เหตุการณ์ได้ลึกซึ้งกว่าน้องชายกล่าวบ้าง
แน่นอนถ้าสมาชิกในจวนคนอื่นคิดได้สองพ่อลูกอย่างเว่ยซือหลิวและเว่ยซือซานจะคิดไม่ได้ได้อย่างไร ทั้งสิ่งที่พวกเขาคิดยังน่ากลัวมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่า
อำนาจภายในแคว้นโจวดูเหมือนสงบก็จริงทว่าความจริงมันมีคลื่นใต้น้ำซ่อนอยู่ ถึงไม่ได้กล่าวออกไป แต่เหล่าคนตระกูลใหญ่ย่อมรู้กันดีว่าพวกเขาขัดขากันในมุมมืดอยู่เป็นิจ
ส่วนสัญญาสงบศึกเป็สัญญาที่แคว้นโจวร่วมลงนามกับแคว้นอื่น ๆภายในทวีปนภาครามว่าจะไม่ก่อากัน เนื่องจากปัญหาจากเหล่ามารและปัจจัยจากอาหารการกินมีผลนานนับร้อยปีทว่าถ้าเื่เว่ยซือหงแพร่ออกไป ใครเล่าจะรู้ว่าแคว้นต่าง ๆ ยังจะยอมนิ่งเฉยอยู่อีกหรือไม่ต่อให้สัญญาสงบศึกนั้นจะทำเป็อักขระสัญญาเืก็ตามทีบางทีความอิจฉาริษยากลัวแคว้นอื่นเรืองอำนาจกว่าแคว้นตนอาจน่ากลัวกว่าความตายก็ได้ทว่านั่นนับเป็ปัญหาเล็กน้อยหากเทียบกับบุคคลในเงามืดอย่างพวกมาร!
นับั้แ่เหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในคืนเทศกาลหยวนเซียวคืนเดียวกับที่เว่ยซือหงเกิด พวกมารพากันเงียบหายไปผิดปกติ จากเดิมที่ควรออกรังควานสร้างปัญหาให้กับชาวบ้านกลับพากันเก็บหางราวกับว่าดินแดนนี้ไม่เคยมีพวกมันดูเหมือนว่าน่ายินดีแต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย!
ห้าปีก่อนสองพ่อลูกตระกูลเว่ยได้ร่วมประชุมกับตัวแทนที่มาจากดินแดนเบื้องบนพร้อมกับราชวงศ์เหล่าผู้นำตระกูล และผู้าุโคนอื่น ๆ ร่วมหารือกันในเื่นี้ความว่าพวกมันไม่ได้หายไปไหน พวกมันยังอยู่ที่เดิมแค่เก็บหัวเก็บหางตนเองได้ดีเท่านั้น
ทั้งนี้ตัวแทนจากดินแดนเบื้องบนยังกล่าวว่าให้จับตาดูไว้ให้ดีอย่าได้หละหลวมด้านการป้องกันเป็อันขาด ด้วยเหตุนั้นทำให้สองพ่อลูกตระกูลเว่ยระแวงมาจนถึงวันนี้!
ตอนแรกพวกเขาไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกี่ยวกับบุตรหลานของตนเองทว่าหลังเป็ประจักษ์พยานการตื่นขึ้นของพลังปราณพลังธาตุจะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่ได้แล้วมองอย่างไรก้อนแป้งน้อยของพวกเขาต้องเกี่ยวข้องกับเื่นี้แน่!
สองพ่อลูกหันมาสบตาและพยักหน้าให้กัน
“พ่อบ้านอวิ๋นเ้าไปรับหน้าคนที่มาเยือนก่อน เอาใบชาพลังปราณออกมาชงรับแขกด้วยเล่าเช่นไรฮ่องเต้ต้องมาด้วยตนเองแน่”
“ขอรับนายท่านใหญ่”พ่อบ้านอวิ๋นรับคำเว่ยซือหลิวและหายออกไปจากห้องนอนคุณหนูตัวน้อยทันที
“เ้าใหญ่ลูกไปรับแขกกับพ่อและท่านปู่ด้านนอก เ้ารอง อยู่เป็เพื่อนท่านแม่และท่านย่าคอยดูแลหงเอ๋อร์และสาวใช้สองคนนี้ที่นี่”
“ขอรับท่านพ่อ/ขอรับท่านพ่อ”สองพี่น้องรับคำพร้อมกัน
หลังพูดทำความเข้าใจกันอีกเล็กน้อยเว่ยซือหลิวเดินนำบุตรชายและหลานชายออกจากห้องหลานสาวทันที ส่วนหลินซือเหยาหลิวลี่หงและเว่ยซือเหลียงคอยเฝ้าดูอาการเ้าตัวน้อยไม่ให้มีสิ่งใดคลาดสายตาแทน