มธุรดากลับเข้าห้องเปลี่ยนชุดนอน ก่อนจะเดินอย่างเงียบเชียบไปที่ห้องครัวอีกครั้ง.. ภาพกระป๋องเบียร์จากสระน้ำยังคงติดอยู่ในความทรงจำ
เธอยกมือเปิดตู้เย็น ั์ตากลมกวาดสายตามองหากระป๋องเบียร์ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นภายในอุ้งมือ รอยยิ้มก็หวานปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"อะแฮ่ม"
ร่างบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกระแอมไอที่ห่างออกไปไม่ไกล มธุรดาหันขวับไปตามเสียง
แซมเมอร์นั่นเอง..
หญิงสาวพ่นลมหายใจออกทางปาก มือบางยกทาบหน้าอกอย่างเคยตัวพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจผ่านความมืดภายในห้องครัว
ทำไมถึงตามหลอกหลอนฉันนักนะ.. มธุรดาคิดในใจ
แซมเมอร์หัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกฝ่ายสะดุ้ง
"ย่องเบาเก่งนะ" เสียงทุ้มกล่าว
มธุรดานิ่วหน้า
"คุณมาอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่" เสียงหวานถาม ก่อนจะนึกเสียใจที่ถามไปอย่างไม่ยั้งคิด..
"เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่นานพอที่จะเห็นเธอย่องมาขโมยเบียร์ฉันก็แล้วกัน" เสียงทุ้มตอบทันควัน
ถามให้โดนจิกกัดต่อแท้ๆ .. เธอบอกตัวเองในใจ
ฉันไม่ได้ขโมย.. มธุรดาอยากจะแก้ตัว.. เธออยากตอบไปแบบนั้น แต่เธอรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มตรงหน้า
มธุรดาเลือกที่จะเพิกเฉยเขา.. เธอจึงทำท่าจะเดินกลับออกไปจากห้องครัว
ร่างบางที่เดินหันหลังให้อย่างไม่สนใจทำให้คนยั่วเก่งขมวดคิ้วจ้องแผ่นหลังบาง แซมเมอร์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่พอใจกับการกระทำนั้น ั์ตาดำขลับขุ่นมัวพอ ๆ กับอารมณ์ของเขา
“เฮ้! นั่นเบียร์ฉันนะ” ชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้
มธุรดาชะงักฝีเท้า ร่างบางหันกลับไปมองชายหนุ่มก่อนจะมองกระป๋องเบียร์ในมือ
“ฉันไม่ดื่มก็ได้ค่ะ” เสียงหวานกล่าว ทำท่าจะเดินเอากระป๋องเบียร์ไปเก็บในตู้เย็น แต่เสียงทุ้มกลับค้านก็ขึ้นมาเสียก่อน
“ช่างเถอะ ๆ ถือว่าเป็ค่าที่เธอมาส่งเอกสารวันนี้ก็แล้วกัน”
มธุรดาเลิกคิ้ว
“แค่พูดว่า ‘ขอบคุณ’ ก็ได้นะคะ” เธอเอ่ยต่อ
แซมเมอร์ไม่ตอบ เฉสายตามองไปรอบ ๆ โดยปกติเขาไม่ใช่คนนิสัยคนจองหองไม่รู้จักขอโทษหรือขอบคุณ แต่กับสถานการณ์นี้และหญิงสาวตรงหน้า เขารู้สึกไม่อยากยอมรับมันสักเท่าไหร่
มธุรดาได้ยินเสียง ‘ชิ..’ ดังรอดไรฟันกึ่งถอนหายใจกึ่งไม่พอใจจากอีกฝ่าย เธอไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้จึงตัดสินใจจบบทสนทนาตรงหน้า
“ช่างมันเถอะค่ะ ฉันก็ไม่ได้คาดหวังคำขอบคุณของคุณั้แ่แรก.. ฉันแค่อยากช่วยคุณลุงก็เท่านั้น.. ฉันเอาเบียร์นี่ไปดื่ม ก็ถือว่าเราหายกันก็แล้วกัน”
เสียงหวานพูดจบก็หมุนตัวกลับเดินไปยังห้องนอนของตัวเองทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างสูงยืนมองแผ่นหลังของเธอพร้อมกับสีหน้านิ่งที่บอกไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่..
เช้าวันต่อมา..
แซมเมอร์เดินลงจากตัวบ้านพร้อมกับได้ยินเสียงพูดคุยปะปนกับเสียงหัวเราะซึ่งก็เป็ใครไปไม่ได้นอกจากพ่อของเขากับมธุรดา ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินจากหญิงสาวยังคงผ่านเข้ามาในโสตประสาท..
ทำเป็ไม่คาดหวังคำขอบคุณ.. แล้วจะพูดแบบนั้นทำไม.. แซมเมอร์คิด ทำท่าล้อเลียนหญิงสาวด้วยคำพูดของเธอเมื่อคืนนี้
เมื่อเดินมาถึงโต๊ะอาหาร ร่างสูงปรับสีหน้าเป็ปกติทันที
มธุรดายิ้มให้อัลเบิร์ต ก่อนจะค่อย ๆ ลุกถอยขึ้นจากเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ในมือถือแล็ปท็อปคู่ใจ เธอสบสายตากับแซมเมอร์เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเดินหายไปจากโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มมองตามร่างบาง ก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะอาหาร
ขนมปัง กาแฟ ถูกเสิร์ฟทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้น ผู้เป็บิดาพยักหน้าให้ลูกชายเล็กน้อยก่อนจะเริ่มสอบถามอัปเดตงานประจำวันตามปกติ
มธุรดาเดินออกไปจากห้องอาหาร เธอเดินไปยังห้องรับแขก ร่างเล็กค่อย ๆ นั่งขัดสมาธิที่พื้น เธอวางแล็ปท็อปของเธอบนโต๊ะเล็ก มือบางกดเช็คเว็บไซต์ โซเชียล มีเดียไปเรื่อย สลับไปมากับหน้านิยายที่เธอเขียนค้างเอาไว้
“หัวตันจังแฮะ” เสียงเล็กกล่าวกับตัวเอง พลางเคาะนิ้วลงข้างโต๊ะเล็ก ใบหน้าหวานเอียงหน้ามองหน้าจอม้วนริมฝีปากไปมา
“เขียนไอเดียลงกระดาษดีกว่า” เธอพูดกับตัวเองอีกครั้ง ร่างบางลุกขึ้นก่อนจะวิ่งขึ้นไปชั้นบนห้องนอนเพื่อหยิบสมุดโน๊ตประจำตัวที่เธอมักใช้เขียนทุกอย่างลงไป
5 นาทีผ่านไป...
“นี่มันอะไรกันคะ!? ” มธุรดากึ่งถามกึ่งะโทันทีที่เธอเดินกลับมายังห้องนั่งเล่น
ั์ตากลมมองชายหนุ่มร่างสูงซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ‘เ้าบ้าน..’ หรือจะให้ตรงกว่านั้นก็ ‘เ้ากรรมนายเวร’ ของเธอที่ยืนถือถ้วยกาแฟหน้าคว่ำ สบตามองหน้าเธออย่างไม่รู้สึกรู้สา
มธุรดาหัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเรียบร้อยแล้ว.. ั์ตากลมปราดมองคราบน้ำกาแฟสีน้ำตาลเข้มไหลกลิ้งอยู่บนแล็ปท็อปของเธอ
ร่างบางไถลตัวเข้าไปหยิบแล็ปท็อปของตัวเองทันที
ั์ตากลมเบิกโตมากขึ้นเมื่อเห็นว่ากาแฟไหลผ่านช่องคีย์บอร์ด ขณะที่หน้าจอนั้นมืดสนิท.. เธอมองสิ่งที่มีค่าเกือบจะที่สุดในชีวิตตอนนี้.. งานเขียนของเธอ..
ั์ตากลมยกมองแซมเมอร์ ก่อนจะมองแก้วกาแฟเล็กที่อยู่ในมือของเขา
“...” คนตัวเล็กพูดไม่ออก เธอหัวเราะแห้งอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น
“ถ้าคุณไม่ชอบฉันขนาดนั้น ที่หลังสาดกาแฟใส่หน้าฉันเลยก็ได้นะคะ ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา คุณรู้มั้ยว่าคนที่เป็นักเขียนอย่างฉัน แล็ปท็อปเครื่องนี้สำคัญขนาดไหน!? ” เสียงหวานกราดรัวพร้อมกับน้ำตาที่รื้นขึ้นเบ้า..
เธอโกรธ.. แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเขา.. เธอทำอะไรไม่ได้เลย.. มธุรดาจ้องหน้าอีกฝ่าย ขณะที่แซมเมอร์กะพริบตามองหญิงสาวก่อนั์ตาดำขลับตวัดมองไปทางอื่น..
“ฉันไม่ได้..” เสียงทุ้มกล่าวขึ้น
“คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้ทำเหรอคะ? หรือจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ? หลักฐานคามือขนาดนี้” เสียงหวานแทรก ไม่รอให้เขาพูดจบ ั์ตากลมวาวโรธ หยดน้ำตาไหลลงข้างแก้มเรียบร้อย แต่มธุรดาไม่มีท่าทีที่จะสนใจมันสักนิด
“หรือคุณโกรธที่ฉันดื่มเบียร์เมื่อคืน? แค่เบียร์เองนะคุณ จะหวงอะไรนักหนา หรือเพราะเื่คุณลุง? แต่ฉันก็อธิบายไปแล้ว คุณไม่เชื่อเอง แต่ถึงจะไม่ชอบฉัน ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย” เสียงหวานยังคงรัวกระหน่ำ
แซมเมอร์มองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง.. เริ่มรู้สึกไม่ชอบใจมากยิ่งขึ้น
“....”
หนีเสือปะจระเข้.. อุตส่าหนีเื่แย่ๆ จากไทยมาออสเตรเลีย ฉันก็ยังต้องมาเจอเื่อะไรแบบนี้อีก.. มธุรดาคิดอย่างโมโห
“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคะ แต่ก็ใช่สินะ เปิดศึกกันโต้ง ๆ แบบนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันอีก” เสียงหวานะโดังขึ้น
“....” แซมเมอร์ยังคงนิ่งเงียบ แต่ภายใต้ความเงียบนั้นเขาเองก็เริ่มจะไม่ไหวเช่นกัน..
“ฉันมันคนซวย.. ส่วนคุณมันเฮงซวย” เสียงหวานกล่าวต่อ ตากลมโตจ้องหน้าเขา
คราวนี้แซมเมอร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป.. เขาเริ่มพยักหน้ารัว ๆ อย่างจงใจ มือใหญ่รวบจับบ่าเล็กของอีกฝ่ายก่อนบีบด้วยแรงเกือบเต็มมือ
“ใช่.. ที่นี่บ้านฉัน ฉันจะทำอะไรก็ได้!! ” เสียงทุ้มพูดสูงขึ้นอย่างกวนประสาท สีหน้าเหนือกว่า ั์ตาดำขลับมองหน้าเธอราวกับจะถามว่า ‘แล้วเธอจะทำไม? ’
มธุรดาพูดไม่ออก.. เธอได้แต่มองหน้าเขานิ่ง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธ
ครื่ดด.. ครื่ดด..
โทรศัพท์ที่สั่นขึ้นดึงความสนใจของแซมเมอร์.. ร่างสูงหยิบมันขึ้นมา เขามองหน้ามธุรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินหายไปรับสายโทรศัพท์ราวกับว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น
มธุรดาอ้าปากค้างน้อยๆ มองแผ่นหลังที่เดินหายลับไป
“แบบนี้ก็ได้เหรอ..” ร่างบางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ใบหน้าหวานยังแดงก่ำด้วยความโมโห..
ไอ้บ้า! ไอ้แซมเมอร์คนบ้า! โอ๊ยยยยยยยยย!!
ร่างบางกรีดร้องในความเงียบอยู่คนด้วย มือเล็กยกขึ้นชูไปมาอย่างแค้นเคือง
อย่าให้ฉันได้โอกาสแก้แค้นนะแซมเมอร์!! เธอะโอยู่ในใจ
มธุรดาผ่อนลมหายใจลง พยายามสงบสติอารมณ์ มือเล็กยกขึ้นสางผม ก่อนั์ตากลมก้มลงมองแล็ปท็อปที่ตอนนี้ดับสนิท ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นขึ้นมา มือบางยกเช็ดคราบน้ำตาข้างแก้มลวกๆ
เธอยังคงโมโห..
“ไอ้บ้านี่.. ตอนเด็กๆ ก็น่ารักดีอยู่หรอก ทำไมโตขึ้นมาถึงนิสัยแบบนี้นะ” เสียงหวานพ่นรัวกับตัวเอง ก่อนสายตาจะปะทะเข้ากับสาวน้อยแม่บ้านคนหนึ่งที่เธอไม่คุ้นหน้า
คนมาใหม่ยิ้มให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะมองแล็ปท็อปที่อยู่ในมือมธุรดา ั์ตากลมเล็กเบิกตากว้างขึ้น
“นั่นคือ.. แล็ปท็อปของคุณเหรอคะ ?”
10 นาทีก่อน… ภายในห้องนั่งเล่นของตัวบ้าน
ร่างสูงของแซมเมอร์ปรากฏตัวขึ้นเกือบจะในวินาทีที่มธุรดาเดินหายขึ้นไปชั้นบนบ้าน.. ชายหนุ่มมองแล็ปท็อปที่เขาเห็นเมื่อครู่ ก่อนประโยคสุดท้ายของอัลเบิร์ตจะดังก้องขึ้นในหัว
“ฉันขอเตือนแกไว้.. ทำตัวดีๆ กับเธอ ไม่งั้นแกกับฉันเห็นดีกันแน่”
ั์ตาดำขลับกลอกไปมาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด.. ทันทีที่คุยงานจบพ่อก็ขู่เขาด้วยน้ำเสียงน่ารำคาญ.. แถมเป็เื่ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ที่ดันเข้ามาอยู่ที่บ้าน..
“คุณแซมเมอร์ กาแฟอีกแก้วที่สั่งค่ะ” เสียงเด็กสาวแม่บ้านดังขึ้น พร้อมกับถ้วยกาแฟขนาดเล็ก
“มาใหม่เหรอ” ชายหนุ่มถามเนื่องจากไม่คุ้นหน้าเธอ ขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกหงักเป็คำตอบ
“ฉันชื่อนาโอมิค่ะ” เธอกล่าวพร้อมส่งถ้วยกาแฟให้เขา และวินาทีนั้นเอง..
“ว๊ายย”
นาโอมิไม่ทันสังเกตโต๊ะเล็กที่ขั้นอยู่ระหว่างเธอและแซมเมอร์ ขาเล็กสะดุดขอบโต๊ะ หล่อนเบิกตาโตด้วยความใ ร่างเล็กพยายามเอี้ยวหลบให้ตัวเองพ้นจากแซมเมอร์เพื่อที่จะไม่ล้มทับเขา และในเสี้ยววินาทีคนตัวเล็กก็ล้มลงไปบนพื้นพร้อมกับถ้วยกาแฟที่ราดหกลงบนแล็ปท็อปของมธุรดา
“เกร๊งงง ง งง ง” เสียงถ้วยกาแฟกระทบลงบนโต๊ะเล็ก
เด็กมาใหม่ผุดลุกผุดนั่ง หน้าซีดเผือด ทำท่าใกล้จะร้องไห้เต็มประดา แม้ว่าเธอพยายามจะหลบ แต่กาแฟก็เปรอะกางเกงสแล็คสีดำของเขา
“ขอ.. ขอโทษค่ะคุ.. คุณ.. ขอ..” เธอพูดรัวจนแทบจะฟังไม่ออกเป็ภาษา
แซมเมอร์ส่ายศีรษะ ยกมือขึ้น
“ไม่เป็ไร รีบไปเอาของมาทำความสะอาดซะ” เสียงทุ้มกล่าว ขณะที่มองคราบกาแฟที่ไหลหยดลงจากโต๊ะเล็ก
สาวน้อยแม่บ้านได้ยินเช่นนั้นจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องครัวทันที..
ั์ตาดำขลับมองเด็กสาวที่วิ่งหายไป ก่อนจะถอนหายใจ.. แซมเมอร์ส่ายศีรษะ หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดู..
เขาเองก็ต้องกลับไปเปลี่ยนกางเกงสินะ..
ร่างสูงยังไม่ทันจะขยับตัว.. เสียงของคนมาใหม่ที่ดังขึ้นทำให้เขาต้องละสายตาจากถ้วยกาแฟ
“นี่มันอะไรกันคะ!? ”
ปัจจุบัน..
“แปลว่า.. เธอ.. เป็คนทำกาแฟหกเหรอ..” มธุรดาย้ำถามด้วยสีหน้าอ้ำอึ้ง น้ำเสียงเบาลงจนเกือบกระซิบ ั์ตากลมกะพริบปริบ ๆ ประมวลความคิดหลังจากที่ ‘นาโอมิ’ รีบกล่าวขอโทษและสารภาพผิดกับเธอด้วยความใ
สาวน้อยพยักหน้ารับซ้ำไปซ้ำมา
“ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้ระวัง คอมพิวเตอร์ของคุณเสียหายตรงไหนหรือเปล่าคะ” เธอถามต่อ ทำท่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
มธุรดาส่ายศีรษะ ไม่กล้าต่อว่าอีกฝ่ายเพราะรู้ว่าเธอคงไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ .. สิ่งที่เธอกังวลใจตอนนี้คือบทสนทนาระหว่างตัวเธอและแซมเมอร์เมื่อครู่ต่างหาก..
น้ำผึ้งเอ๊ยย.. เมื่อกี้ใส่เขาไปเสียเต็มที่เลย.. มธุรดาเอ่ยในใจ ขณะที่ยิ้มแห้งให้เด็กสาวตรงหน้า อีกฝ่ายผละตัวเช็ดคราบกาแฟนบนพื้น
แล็ปท็อปพัง.. แถมทะเลาะกับลูกเ้าของบ้านอีก.. เธอส่ายหน้าให้กับตัวเอง มือบางยกตบหน้าผากเบา ๆ
ภายในห้องนอนของแซมเมอร์..
ร่างสูงวางโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอนหลังจากเพิ่งวางสายจากเพื่อนสนิท ‘ปิแอร์ จูเนียร์ กริฟฟิธส์’ ทายาทผู้สืบทอดศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่า Currumbin Wildlife Sanctuary และหลานชายคนเดียวของ อเล็กซ์ กริฟฟิธส์ ผู้ก่อตั้งศูนย์อนุรักษ์
‘ฉันเพิ่งกลับออกมาจากป่า ก็เลยอยากจะคุยกับคนเมืองอัปเดตชีวิตสักหน่อย’ เสียงเพื่อนรักดังขึ้นปลายสาย เรียกเสียงหัวเราะจากคนรับสายได้ แม้ว่าเขาเพิ่งจะหงุดหงิดมาก็ตาม..
‘เสาร์อาทิตย์นี้แวะมาบ้านฉันสิ หายหัวไปซะนาน’ เขาตอบ
‘โอเค.. ฉันมีอะไรอยากให้นายช่วยด้วย..’
ทั้งคู่จะพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อยและวางสายไป
แซมเมอร์จัดการเปลี่ยนกางเกงเสร็จสรรพขณะที่ในสมองยังคงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมธุรดา
“ยายนั่น.. #$^$@# กล้าพูดแบบนั้นกับฉันได้ยังไง!! ”
คุณรู้มั้ยว่าคนที่เป็นักเขียนอย่างฉัน แล็ปท็อปเครื่องนี้สำคัญขนาดไหน!? เสียงหวานดังก้องขึ้นในโสตประสาท
“เป็นักเขียนเหรอ..” เสียงทุ้มกล่าว
ฉันมันคนซวย.. ส่วนคุณมันเฮงซวย!
“ยายบ้านี่..!? @ (#% สมน้ำหน้าแล้วที่แล็ปท็อปพังไปน่ะ!!! ” แซมเมอร์กล่าวอย่างหงุดหงิด ขณะที่มองหน้าตัวเองในกระจก.. เขานิ่งไปเกือบวินาทีก่อนจะส่ายศีรษะไปมา
นี่ฉันหงุดหงิดยายนั่นถึงขั้นยอมให้ตัวเองเพี้ยนไปเลยเหรอเนี่ย..
“รีบ ๆ กลับประเทศไปซะไป” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นต่อ..
ไม่งั้นฉันจะทำให้เธอรีบกลับบ้านแทบไม่ทันเลย!!