ตอนที่ 4 อาละวาด
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินกำลังหวาดกลัว เพราะคนกลุ่มนั้นเป็ผู้คนที่เขาคุ้นเคย แต่พวกเขาในตอนนี้กลับมีจิตมุ่งร้าย
พวกเขา้าจับตัวแม่ของเขาไป และตอนนี้ทอมกำลังต่อสู้เพื่อปกป้อง
เสียงการต่อสู้ทำให้เด็กน้อยวัยเจ็ดขวบหวาดกลัว
ทว่า ...
วินาทีต่อมาเด็กน้อยกลับทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด
ร่างเล็กรวบรวมความกล้า กัดฟันวิ่งไปที่หน้าต่างที่เขาจากมา
หน้าต่างบานนี้ถูกปิดอย่างรีบๆ เจนไม่มีเวลาแม่แต่จะลงกลอนเลยด้วยซ้ำ นั่นทำให้ร่างเล็กของเมอร์ลินสามารถเปิดมันได้สำเร็จ
อึบ!
ร่างเล็กะโขึ้นบานหน้าต่างแล้วยัดร่างของตนเองกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง
ตอนนี้เขากำลังฝ่าฝืนคำสั่งของมารดา
เขาเลือกที่จะไม่หลบซ่อนตัวและทำในสิ่งตรงกันข้าม นั่นคือการวิ่งเข้าหาเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า
ภาพที่เมอร์ลินเห็นคือเจนกำลังถูกใช้ร่างใหญ่จับตัวเอาไว้ เขาจำชายคนนี้ได้ เพราะคนคนนี้คือคนขายเนื้อที่อยู่ในหมู่บ้าน
ภาพอีกมุมหนึ่งคือภาพของทอมที่พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยเหลือเจนผู้เป็ภรรยา แต่ทว่าเขากลับถูกคนกลุ่มหนึ่งถีบออกมาและพยายามที่จะหยุดยั้งเขาเอาไว้
“พอเถอะ ทอมอย่าทำแบบนี้”
“ทอมอย่าบังคับให้พวกฉันทำแบบนี้”
ในทุกๆ คำพูดล้วนมีของแถมเป็การทำร้ายร่างกายทั้งเตะและต่อยไปที่ร่างของทอม
“ไม่ อย่าเอาเมียของฉันไป เธอไม่ได้เป็แม่มด! พวกแกกำลังกล่าวหาเธอ!” ทอมกรีดร้องพร้อมกับกระอักเืสดๆ ออกมา
เมอร์ลินที่เห็นภาพนี้รู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก ความรู้สึกของเขาแทบจะไม่ต่างไปจากเจนที่จ้องมองดูสามีถูกทำร้าย
แล้วตอนนั้น ...
“ปล่อยพ่อฉันนะ! อย่าทำร้ายพ่อฉัน!” เสียงของเด็กน้อยะโออกมาพร้อมกับกระโจนเข้าหาชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่กำลังต่อยไปที่หน้าของทอม
ร่างเล็กเกาะไปที่แขนของชายคนนั้นแล้วใช้ฟันขาวที่เรียงรายอย่างเป็ระเบียบกัดลงไปอย่างจมเขี้ยว
โอ๊ย!
“เ้าเด็กบ้านี่!”
ชายฉกรรจ์คนนั้นร้องออกมาอย่างเ็ป แรงกัดของเด็กน้อยไม่ได้เบาเลย
เืสีแดงเปรอะเปื้อนไปที่ใบหน้าของเด็กน้อย ภาพของเขาในตอนนี้ราวกับจะเป็สัตว์ป่ากระหายเื
ชายคนนั้นทนความเจ็บไม่ไหว เขาใช้มืออีกข้างหนึ่งชกลงไปที่ร่างของเด็กน้อยอย่างเต็มแรง
อั๊ก!
เด็กน้อยทนความเจ็บไม่ไหว เขาอ้าปากเพื่อปลดปล่อยความเ็ปออกมา ทว่าเหตุการณ์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น แรงหมัดของชายฉกรรจ์นั้นทรงพลังไม่น้อย อย่างไรร่างเล็กก็เป็แค่ร่างของเด็กเจ็ดขวบคนหนึ่ง ร่างนั้นปลิวออกไปราวกับว่าวสายป่านขาดแล้วกระแทกกับผนังอย่างรุนแรง
ตุบ!
เพียงแค่การโจมตีเดียวก็ทำให้สติของเด็กน้อยหลุดลอย เหตุผลย่อมเป็เพราะศีรษะของเขาถูกกระแทกในเหตุการณ์นี้
นั่นจึงทำให้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น
.....
“อย่าทำร้ายครอบครัวของฉัน!!!!!”
เจนที่เห็นลูกน้อยของเธอถูกทำร้ายจนสลบ นั่นทำให้สติของเธอขาดผึ่ง
รอบตัวของเธอปรากฏคลื่นพลังกดดันมหาศาลกวาดผ่านออกมา
ปัง!
คลื่นพลังนี้ทำให้ชายฉกรรจ์ที่รวบตัวเธอเอาไว้กระเด็นออกไปพร้อมกับคนที่อยู่โดยรอบ ไม่เท่านั้นบ้านไม้หลังนี้ยังไม่สามารถทนพลังของเธอได้ไหว ทุกสิ่งรอบตัวพลันกระเด็นออกไปอย่างวุ่นวาย
“มะ ... แม่มด!”
“เธอเป็แม่มดจริงๆ ด้วย!”
ผู้คนมากมายที่เหยียดกายลุกขึ้นจ้องมองร่างของหญิงสาวอย่างหวาดกลัว
ร่างของเจนในตอนนี้อาบย้อมไปด้วยเื แน่นอนว่าเืสดๆ เหล่านี้คือเืของเธอที่ผุดออกมาจากรูขุมขน ดวงตาของเธอขาวโพรนท่าทางราวกับไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ เธอไม่สนแม้แต่ร่างของเด็กน้อยที่กระเด็นออกไปด้วยพลังกดดันของเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอมีเจตนาที่จะปกป้องเขาแท้ๆ
ทอมจ้องมองร่างที่ผิดปกติของภรรยาอย่างทำอะไรไม่ถูก สายตาของเขาดูเหมือนไม่เชื่อว่าเจนจะเป็แม่มดจริงๆ
“ไม่มีทาง เจนไม่มีทางเป็แม่มดไปได้!” ทอมกล่าวพึมพำพร้อมกับกระอักเืออกมา เพราะก่อนหน้านี้เขาถูกผู้คนรุมซ้อมจนแทบจะลุกไม่ขึ้น
สถานการณ์ในตอนนี้ผู้คนต่างรู้สึกระส่ำระสาย เว้นแต่บุรุษผมสีทองในชุดสีดำยาว ในมือถือกางเขนสีเงินเอาไว้ ดวงตาของเขาวาวโร่ ใบหน้าเผยรอยยิ้มออกมา
เขากล่าวพึมพำประโยคหนึ่งที่คนทั่วไปไม่มีทางได้ยิน “ในที่สุดฉันก็เจอ ครั้งนี้ฉันต้องได้เลื่อนขั้นเป็นักบวชที่แท้จริงได้เป็แน่”
คนคนนี้ก็คือหลวงพ่อปีเตอร์นั่นเอง อารมณ์ในดวงตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันกลับแสดงความยินดีออกมาด้วยซ้ำ
ปีเตอร์เกิดในตระกูลขุนนาง ร่ำเรียนเทววิทยาจบจากมหาวิทยาลัยศาสนาชื่อดัง
หากไม่มีเส้นสาย การอยู่ในเมืองนับว่าเป็อะไรที่ย่ำอยู่กับที่ มีเพียงแต่ต้องออกมาหาประสบการณ์ด้านนอก ทำการปราบปีศาจแม่มดเท่านั้น พลังศรัทธาของเขาถึงจะพัฒนา
ใช่แล้ว เหล่านักบวชทุกคนไม่ได้เอาแต่สวดมนต์ แต่พวกเขากลับเป็หนึ่งในนักสู้ด้วย
สาเหตุที่ศาสนาจักรเผยแพร่ไปทั่วทั้งดินแดน สามารถแทรกแซงการเมืองของอาณาจักรต่างๆ ได้ นั่นก็เพราะพวกเขามีกำลังรบที่สามารถต่อสู้ได้ เรียกได้ว่ากองกำลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาทำให้เหล่าบรรดาขุนนางครองเมืองหรือกษัตริย์ครองอาณาจักรสามารถสวามิภักดิ์ต่อพวกเขาได้
ผู้ใช้เวทมนตร์คือสิ่งชั่วร้าย
พวกเขาที่เป็นักบวชต้องใช้พลังศรัทธาในพระเ้าต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายเ่าั้
“นังแม่มดชั่วร้ายอย่าได้เหิมเกริมทำร้ายผู้คน” เสียงของหลวงพ่อปีเตอร์ดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งออกมาจากกางเขนสีเงิน
กางเขนสีเงินนั้นคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการปลุกเสกโดยนักบวชชั้นสูง
มันคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับ 2
เวิง!!!!!
ครืน ... ครืน ... ครืน ...
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมด้วยอำนาจกำลังบดขยี้แรงกดดันของหญิงสาวผู้มีดวงตาขาวโพรน
เธอในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนมนุษย์ปุถุชนอีกต่อไป
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
เจนแผดเสียงกรีดร้องออกมา รยางค์ที่มองไม่เห็นสะบัดส่ายไปทั่ว มันพุ่งผ่านแสงศักดิ์สิทธิ์ของกางเขนมุ่งตรงเข้าหาหลวงพ่อปีเตอร์ด้วยเจตนาฆ่า
ทว่าหลวงพ่อปีเตอร์กลับไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เขายังคงกำกางเขนสีเงินไว้แน่น ก่อนที่จะชูมันขึ้นเหนือศีรษะแล้วกล่าวคำพูดประโยคหนึ่งออกมา
“ข้าแต่พระผู้เป็เ้า ผู้ทรงคุ้มครองสอดส่องดูแลเรา ด้วยความรักและเมตตาอย่างยิ่ง โปรดประทานอำนาจให้ข้าปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตรงหน้านี้!”
ซูมมมมมมมมมมมมมม