เห็นได้ชัดว่าฉู่ชิงอวิ๋นก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะรับประคำเส้นนั้น เขารู้เื่การซื้อใจคนดี ประการแรก อาวุธเวทเฉียนคุนนี้เป็ของเฉินเหมียวเหมี่ยว ต่อให้เฉินเหมียวเหมี่ยวตายไปแล้ว เขาก็ไม่สามารถใช้อำนาจขององค์ชายยึดมันมาเป็ของตนได้ เช่นนั้นก็เท่ากับเป็การทำลายเกียรติของราชวงศ์ หากพูดออกไปจะถูกคนครหาเอาได้
ประการที่สอง ผู้ที่มาในครั้งนี้ต่างก็เป็ผู้แข็งแกร่งทั่วทั้งดินแดนตงโจวเลยก็ว่าได้ หากไม่ให้ทุกคนได้เห็นอาวุธเวทเฉียนคุนนี้ชัด ๆ แล้วละก็ เกรงว่าราชวงศ์อาจถูกตำหนิก็เป็ได้
สิ่งนี้นับว่าเป็เผือกร้อนก็ว่าได้
มุมปากของฉู่ชิงอวิ๋นโค้งขึ้น ก่อนจะส่งประคำเส้นนั้นให้กับแม่ทัพเนี่ยอีกครั้ง “ทั้งสองครอบครัวผิดถูกเช่นไรข้าได้รับรู้แล้ว เฉินเหมียวเหมี่ยวเองก็เป็คนที่น่าสงสาร รบกวนแม่ทัพเนี่ยช่วยเปิดอาวุธเวทนี้ที ดูว่าท่านเฉินปู้เมี่ยยังทิ้งสิ่งใดเอาไว้ให้คุณหนูเฉินเหมียวเหมี่ยวบ้าง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
แม่ทัพเนี่ยรับคำ จากนั้นก็เทของทั้งหมดที่อยู่ในประคำออกมา
แกรกกก...
เสียงสมบัติกระทบกันดังกังวานอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงิน ทอง หินิญญา หยกเนื้อดี ราวกับดวงดาวที่ร่วงลงมาจาก์ ส่องแสงระยิบระยับ งดงามเหลือคณนา
ฝูงชนเกิดความโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
“์...นี่มัน...”
“ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่...”
“มิน่าล่ะ เฉินเหวินถึงปิดบังเื่การตายของเฉินเหมียวเหมี่ยว ที่แท้เฉินปู้เมี่ยทิ้งสมบัติมากมายเช่นนี้เอาไว้ให้นางนี่เอง”
“ช่างน่าอนาถยิ่งนัก หากเฉินเหมียวเหมี่ยวไม่ใช่คนเขลาละก็ ชีวิตนี้ของนางจะมีความสุขเพียงใดกัน...”
“เช่นนั้นของเหล่านี้จะตกเป็ของผู้ใดกัน?”
คำถามนี้คือสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ จริงด้วย สมบัติมากมายมหาศาลเช่นนี้ จะเป็ของผู้ใดกัน?
เวลานี้เฉินหยวนหาได้สนใจสิ่งใดไม่ ต่อให้วันหน้าจะถูกคนหัวเราะเยาะ สมบัติเหล่านี้เขาก็ต้องชิงมาให้ได้
เดิมสมบัติเหล่านี้ก็เป็ของตระกูลเฉินอยู่แล้ว!
เฉินหยวนจึงรีบประสานมือคารวะพลางเอ่ย “ทูลองค์ชาย เอ่อ...อย่างไรเสียเฉินเหมียวเหมี่ยวก็เป็คนของตระกูลเฉิน กระหม่อมเป็ลุงใหญ่ของนาง สมบัติที่นางทิ้งเอาไว้ย่อมต้องกลับสู่ตระกูลเฉินพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคน “...”
หลังจากที่ทุกคนได้ยินสิ่งที่เฉินหยวนเอ่ยต่างก็นิ่งงัน ที่แท้โลกนี้มีคนที่หน้าด้านไร้ยางอายเช่นนี้อยู่จริง ๆ งั้นหรือ?
ฉู่ชิงอวิ๋นไม่ได้พูดอะไร แค่หลุบตามองเฉินหยวนผู้เลวทรามต่ำช้าเงียบ ๆ พลางกระตุกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบนั้นราวกับ้าทำลายศักดิ์ศรีที่เขามีทั้งหมดไปจนสิ้น
ในตอนนั้นเอง เฉินเหวินที่ราวกับสุนัขเจียนตาย ในที่สุดก็รวบรวมพละกำลังกลับมาได้อีกครั้ง เขาะโออกมาราวกับคนเสียสติ “ไม่...ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม...ของเหล่านี้เป็ของข้า...เฉินหยวนเ้าสุนัขชั่วช้า อย่าหวังว่าจะแย่งของของข้าไปได้...”
พลังชีวิตและความดื้อรั้นของเฉินเหวิน เฉินเหมียวเหมี่ยวนับถือจริง ๆ หรือนี่ก็คือที่กล่าวกันว่า ‘คนดีมักอายุสั้น แต่คนชั่วกลับอายุยาวเป็พันปี’ งั้นหรือ?
เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดที่เฉินเหมียวเหมี่ยว ทันใดนั้นจึงะโออกมา “ผู้าุโ ผู้าุโขอรับ ท่านสาบานว่าจะร่วมหัวจมท้ายกับข้า...ท่านสาบานแล้ว...ท่านสาบานแล้ว...ผู้าุโ ท่านรีบลงมือเร็วเถอะขอรับ แย่งของเหล่านี้กลับมา...แย่งกลับมา...”
สิ้นเสียงของเฉินเหวิน บรรยากาศโดยรอบเริ่มตึงเครียดขึ้นทันที แม้แต่ฉู่ชิงอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
เขาเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นต้าฉู่ เขาย่อมไม่สนใจเฉินหยวนหรือเฉินเหวินอยู่แล้ว ทว่าสัตว์ประหลาดเฒ่าที่มีพลังลึกล้ำสุดจะหยั่งผู้นี้ ที่แม้แต่แม่ทัพเนี่ยยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง...ทำให้ตอนนี้เขายังไม่อาจล่วงเกินได้
“ผู้าุโขอรับ” อวี่ฟางเว่ยเอ่ยด้วยความนอบน้อม “ไม่ว่าจะเป็ตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิง หรือตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัว ต่อให้พวกเขาจะไม่ใช่ฆาตกรที่สังหารเฉินเหมียวเหมี่ยว แต่ก็ถือเป็ผู้สมรู้ร่วมคิด การที่คนชั่วสามารถทำร้ายเฉินเหมียวเหมี่ยวได้ก็เป็เพราะญาติเช่นพวกเขานะขอรับ หากท่านยอมให้สมบัติเฉินเหมียวเหมี่ยวแก่พวกเขา เกรงว่าเฉินเหมียวเหมี่ยวอาจจะเคียดแค้นจนปีนกลับมาจากปรโลกก็เป็ได้นะขอรับ ขอผู้าุโได้โปรดไตร่ตรองด้วยขอรับ”
เฉินเหมียวเหมี่ยวพยักหน้ารับ “อืม ผู้นำตระกูลอวี่กล่าวได้ถูกต้อง ตระกูลเฉินแห่งฟ่านเฉิงหรือตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวต่างไม่ใช่คนดี หากข้ายังช่วยพวกเขา เกรงว่าคงถูก์ลงทัณฑ์เป็แน่”
ทุกคน “...”
ยอดฝีมือมักจะเอ่ยวาจาที่ตรงไปตรงมา…เช่นนี้…อย่างนั้นหรือ?
เฉินหยวนถูกหยามจนใบหน้าแดงก่ำ หากเป็ไปได้ เขาก็ไม่ได้อยากแย่งของเหล่านี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่ครั้งนี้เพื่อเตรียมงานวิวาห์ของเฉินจื่ออีและเซิ่งเฟิง เขาใช้เงินเกินตัวไปไม่น้อย
เดิมคิดว่ามีนักหลอมโอสถระดับห้าอย่างเฉินเหวินอยู่ด้วย การจะใช้เงินคืนคงง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ
แต่เ้าบ้าเฉินเหวินกลับไม่ใช่นักหลอมโอสถระดับห้า เขาสร้างเื่โกหกเอาไว้ใหญ่โต ทำให้ทั้งตระกูลเฉินอับอายขายหน้า เหล่าเ้าหนี้ต้องมาพังประตูจวนของตระกูลเฉินเป็แน่ ดังนั้นต่อให้วันนี้เขาต้องอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ไร้ซึ่งเกียรติใด ๆ แต่สมบัติเหล่านี้เขาก็ต้องแย่งมันมาให้ได้!
เมื่อผู้าุโชุดขาวที่เป็คนหนุนหลังตระกูลเฉินเห็นด้วย จึงมีคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าว่าไม่สู้บริจาคให้เมืองฟ่านเฉิงน่าจะดีกว่า อย่างไรซะเฉินเหมียวเหมี่ยวก็นับว่าเป็ราษฎรของเมืองฟ่านเฉิง ก็นับว่าใบไม้ร่วงลงสู่รากตามเดิม”
“ฮะ! ช่างเหลวไหลสิ้นดี เื่อะไรต้องให้เมืองฟ่านเฉิงของพวกเ้า ต้องคืนสู่คลังของชาติบ้านเมืองสิ!”
“ข้าว่าเอาอย่างนี้ดีกว่า พวกเราเดินทางมาไกลหลายพันลี้ ได้เปิดโปงแผนการชั่วร้ายของเฉินเหวิน ก็นับว่าคืนความยุติธรรมให้กับเฉินเหมียวเหมี่ยวแล้ว ดังนั้นของเหล่านี้พวกเราแบ่งเท่า ๆ กันดีหรือไม่ ขอเพียงเป็คนที่มาร่วมงานแต่งในวันนี้ ต่างก็ได้ส่วนแบ่งไป”
“เยี่ยมมาก เยี่ยมมาก”
เฉินหยวนได้ยินดังนั้นก็โมโหอย่างมาก อยากจะลุกขึ้นมาด่าคนหน้าไม่อายเหล่านี้จริง ๆ เฉินเหมียวเหมี่ยวเป็คนของตระกูลเฉิน ต่อให้ตายไปก็เป็ผีของตระกูลเฉิน ของของนางก็ต้องทิ้งเอาไว้ให้ตระกูลเฉิน!
แต่เพราะเขามีความผิดติดตัว จึงไม่สามารถพูดออกมาได้อย่างเต็มปาก
ทำอย่างไรดี...
เฉินหยวนคิดไปคิดมา ทันใดนั้นก็มีแผนการผุดขึ้นในหัว
เขารีบเดินไปตรงหน้าเฉินฮูหยิน ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าของนาง
เพียะ!
เฉินเหมียวเหมี่ยวได้ยินเสียงตบดังสนั่น ก็เข้าใจได้ทันที
เฉินหยวนจะใช้แผนทนทุกข์กาย*อย่างนั้นหรือ?
(* แผนทนทุกข์กาย เป็หนึ่งในสามสิบหกกลศึกในเื่สามก๊ก เป็การยอมทำร้ายตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายหลงเชื่อ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตนเองวางเอาไว้)
เฉินหยวนออกแรงเต็มที่ เฉินฮูหยินที่ถูกแม่ทัพเนี่ยตบไปก่อนหน้านี้ฟันก็โยกอยู่แล้ว เมื่อถูกผู้เป็สามีตบซ้ำอีกครั้ง จึงทำให้กรามของนางเคลื่อนในทันที
“นางสารเลว เป็เพราะเ้า หากไม่ใช่เพราะเ้าไม่ดูแลเหมียวเหมี่ยวให้ดี เหมียวเหมี่ยวจะไปตายอยู่ข้างนอกงั้นหรือ วันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าแทนปู้เมี่ย ใครใช้ให้เ้าละเลยลูกหลานตระกูลเฉินของข้า นางคนสารเลว!”
เฉินฮูหยินและเฉินหยวนอยู่กินกันมาหลายปี ไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็เข้าใจกันได้ทันที แม้ร่างกายของนางจะเจ็บระบมจนใกล้จะหมดสติเต็มที แต่สมบัติมากมายและโอสถเหล่านี้ ตระกูลเฉินของพวกนางต้องได้มาครอง
นางต้องอดทนเอาไว้!
เฉินฮูหยินกุมแก้มของตัวเองเอาไว้ ปล่อยให้เืไหลออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “ท่านพี่ ท่านตีข้าเถอะ ทุกสิ่งล้วนเป็ความผิดของข้า ฮือฮือ...หากไม่ใช่เพราะข้าหลงเชื่อคนชั่ว จะทำให้เสี่ยวเหมียวเหมี่ยวต้องตายได้อย่างไร ท่านพี่ ต่อให้ท่านตีข้าให้ตายข้าก็จะไม่โทษท่าน ข้าเพียงละอายใจต่อน้องสามีเท่านั้น ท่านพี่...ฮือ...ทุกวันนี้ข้ายังฝันถึงเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว นางยังเด็กเพียงนี้...ชีวิตของนางเหตุใดถึงได้ลำบากเช่นนี้...ฮือฮือ...ท่านพี่ ท่านตีข้าให้ตายเสียเถอะ ให้ข้าได้ชดใช้ชีวิตให้กับเสี่ยวเหมียวเหมี่ยว!”
เฉินหยวนดวงตาแดงก่ำขณะตบลงบนใบหน้าของเฉินฮูหยินไม่หยุด ยิ่งตบก็ยิ่งแรง เฉินจื่ออีหลังจากได้สติก็รีบเข้าไปห้ามปรามบิดาที่ราวกับคนเสียสติ ทว่ากลับถูกเขาสะบัดออกมา
เฉินจื่ออีล้มลงกับพื้นด้วยความเสียใจ ก่อนจะะโขึ้นเสียงดัง “ท่านพ่อ ท่านเสียสติไปแล้วหรือเ้าคะ นั่นคือท่านแม่นะเ้าคะ!”
เฉินหยวนจ้องหน้านางด้วยความโมโห “หลีกไป ข้าจะสั่งสอนแม่ของเ้า เื่นี้เ้ามีสิทธิ์พูดด้วยอย่างนั้นหรือ แม่ของเ้าไม่ดูแลเหมียวเหมี่ยวให้ดี ต่อให้ข้าตีนางให้ตายเพื่อชดใช้ให้กับเหมียวเหมี่ยวก็เป็สิ่งที่สมควรแล้ว!”