เกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 84 เด็กสาวผู้ฉลาดมีไหวพริบ

            จากนั้นไม่นานมีผู้หญิงอีกคนวิ่งไล่ตามมาท่าทางดุดันเกรี้ยวกราด ปากพูดสบถไม่หยุด

            ฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะขมขื่น ที่แท้ก็มีคน ‘ไล่ฆ่า’ เด็กหญิงคนนั้นอยู่จริง

            ผู้หญิงคนนี้ดูแล้วอายุประมาณยี่สิบ ฮั่วเสี่ยวเหวินเดาสถานะของเธอไม่ออกหากบอกว่าเป็นพี่สาวก็ไม่น่าด่าแรงขนาดนี้กระมัง

            ผู้หญิงคนนี้จากไปได้ไม่นานเด็กผู้หญิงคนนั้นก็โผล่ออกจากไหนไม่รู้ ชะเง้อคอมองไปทั่วจนวางใจแล้วจึงเดินมาทางฮั่วเสี่ยวเหวิน

            เธอพิจารณาฮั่วเสี่ยวเหวินด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะถามหน้าระรื่นว่า “น้องสาวตัวน้อย บ้านของเธออยู่ที่ไหน?”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่เข้าใจ เมื่อหนึ่งวินาทีก่อนอีกฝ่ายยังหนีไม่คิดชีวิตอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับมาชวนเธอคุย ทั้งยังยิ้มแย้ม…

            “บ้านฉันอยู่ทางโน้น” ฮั่วเสี่ยวเหวินอยากรีบไล่อีกฝ่ายไปให้ไวที่สุด

            ทิศที่ฮั่วเสี่ยวเหวินชี้นิ้วไปมีเพียงถนนหนึ่งสายมีบ้านเรือนให้เห็นไม่มากแต่รู้ว่าเป็นทางไปหมู่บ้านทุรกันดาร

            เด็กหญิงคนนี้เข้ามาจับมือฮั่วเสี่ยวเหวินสีหน้ายิ้มระรื่นเมื่อครู่หายไปจากใบหน้าและแทนที่ด้วยใบหน้าอมทุกข์ “น้องสาวตัวน้อยต้องช่วยพี่นะ ผู้หญิงคนเมื่อครู่เป็นแม่เล้าจะขายพี่ให้ซ่องโสเภณี”

            แม้เด็กหญิงคนนี้จะดูเจ้าเล่ห์แต่นึกถึงเรื่องของโจวเหอแล้วรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้เช่นกันผู้หญิงคนเมื่อครู่น่าจะเป็นคนเฝ้าเธอ  ดวงตาของคนเราโกหกกันยากที่สุดตอนที่ฮั่วเสี่ยวเหวินมองอีกฝ่าย เด็กหญิงน้ำตาไหลออกมาแล้วราวกับกลั้นน้ำตามานาน

            “ดูสิ นี่เป็นรอยที่หล่อนตี” เด็กหญิงเปิดแขนขาวสะอาดให้ดูบนนั้นมีรอยช้ำม่วงจากการถูกเชือกฟาดอยู่จริง

            “ก็ได้”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบตกลง ไม่ใช่เพราะน้ำตาของเธอแต่เพราะรอยแส้สะดุดตาบนแขนตัวเธอเองเคยผ่านความทุกข์ทรมานแบบนี้มาเช่นกัน เข้าใจดีว่าเป็นอย่างไร

            พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกครั้งก็ยังได้หากเธอยังมีครอบครัวและเป็นครอบครัวที่ดี เช่นนั้นคงตามหาเธอให้ทั่วแล้วถึงเวลาค่อยให้พ่อแม่ของเธอมารับตัวกลับไปก็ยังไม่สาย

            เด็กหญิงชื่อเฉินอวี่โหรว เป็นความจริงที่เธอหนีออกมาทว่าไม่ได้ถูกขายให้ซ่องโสเภณีแบบที่อ้างแต่หนีออกจากบ้านต่างหาก

            นั่นเพราะเธอชอบใช้วิธีต่างๆ ยั่วโมโหผู้หญิงคนนั้นอีกฝ่ายไม่ใช่จะยั่วยุง่ายเช่นกัน อยู่ไปอยู่มาตัวเธอจึงถูกสั่งสอนมาไม่น้อยมิเช่นนั้นคงไม่มีร่องรอยบาดแผลเยอะขนาดนี้

            ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน เฉินอวี่โหรวเผยนิสัยที่แท้จริงออกมาเธอคุยกับฮั่วเสี่ยวเหวินตั้งแต่เรื่องดินฟ้าอากาศไปจนถึงชื่อพืชพันธุ์ต่างๆทั้งยังถามถึงสถานะครอบครัวของฮั่วเสี่ยวเหวินไม่หยุด

            จู่ๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินก็หยุดเดินเฉินอวี่โหรวเกือบชนเข้ากับเธอแต่เบี่ยงตัวหลบทัน ฮั่วเสี่ยวเหวินทนไม่ไหวแล้ว “ก่อนอื่นเลย ฉันชื่อ ‘ฮั่วเสี่ยวเหวิน’ ไม่ใช่ ‘น้องสาวตัวน้อย’ ”

            เฉินอวี่โหรววิ่งไปเด็ดหญ้ายาวหนึ่งต้นมาโบกในมือ “อืม ฉันรู้แล้ว น้อง…เสี่ยวเหวิน”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินจนปัญญา ช่างเถอะ อยากเรื่องอย่างไรก็เรียกไป “แล้วก็อย่าเอาแต่พูดเจี๊ยวจ๊าวข้างหูด้วย ฉันรู้สึกหัวโตหมดแล้ว” เด็กหญิงคนนี้เคยเจอความลำบากมาจริงหรือ? ฮั่วเสี่ยวเหวินสงสัยด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายโดนตามใจจนเสียคน

            เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินทำหน้าบึ้งตึงเหมือนไม่พอใจเฉินอวี่โหรวยอมรับปากไปก่อน

            “ก็ได้ พวกเราไปกันต่อเถอะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินถอนหายใจด้วยความโล่งอกแต่แล้วเฉินอวี่โหรวกลับอยู่ไม่สุขขึ้นมาอีกรอบ หล่อนหยิบไม้มาฟาดใส่กิ่งก้านต้นไม้ที่ลู่ลงมาและกิ่งไม้ที่ถูกฟาดก็กระเด็นมาถูกฮั่วเสี่ยวเหวิน

            ฮั่วเสี่ยวเหวินไม่ทันระวัง แผ่นหลังถูกฟาดจนแสบเฉินอวี่โหรวรีบวิ่งมาช่วยลูบหลัง ปากพูดซ้ำไปมาว่า “น้องเสี่ยวเหวินฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

            “เธอไม่ได้ตั้งใจ…”

            เอาเถอะ เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นั่นแหละ ฮั่วเสี่ยวเหวินปวดหัวนี่เธอเผลอรับตัวปัญหาเช่นนี้กลับบ้านเพราะเมื่อครู่สมองเป็นตะคริวหรือไร?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเห็นจางหวาเดินมาจากไกลๆนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าแล้วเธอเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองจะไปแจ้งความ

            พอมาเจอเฉินอวี่โหรวก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทแค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้วอย่างหนึ่ง ว่าเฉินอวี่โหรวเป็นเด็กโชคร้าย

            เมื่อเดินเข้ามาใกล้ฮั่วเสี่ยวเหวินเพิ่งเห็นว่าดวงตาของจาวหวาบวมแดงเล็กน้อย…เธอร้องไห้มา

            เธอเห็นจางหวาสะพายกระเป๋าไว้ด้านหลังเส้นทางนี้ใช้มุ่งไปสถานีตำรวจ ต้องพกเหยื่อที่ล่าได้ไปด้วยหรือ?

            ก็ไม่แน่ บางคนชอบทรัพย์ แต่บางคนก็ชอบกิน ทว่าเหตุใดดวงตาของเธอจึงบวมแดง?

            ฮั่วเสี่ยวเหวินเอ่ยถาม “คุณน้าจางเกิดอะไรขึ้นหรือคะ?”

            จางหวาส่ายหน้าสายตาที่มองฮั่วเสี่ยวเหวินเปี่ยมด้วยความซาบซึ้งใจ “เสี่ยวเหวินวันนี้ขอบคุณเธอมากนะ”

            ฮั่วเสี่ยวเหวินตอบว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรฉันแค่ทนเห็นคนประเภทนั้นไม่ได้

            เฉินอวี่โหรวกะพริบตามองจางหวากับฮั่วเสี่ยวเหวินสลับกันเห็นสองคนนี้ไม่คุยอะไรกันอีกก็เริ่มชวนคุย “คุณน้าสวยมากเลยดวงตาปลายงอน ริมฝีปากแดงฉาน…”

            ชมจบแล้วมองกระเป๋าบนหลังของจางหวา ถามว่าในนั้นมีอะไรขอดูได้หรือไม่?

            จางหวาจับตัวเฉินอวี่โหรวไว้ เฉินอวี่โหรวดิ้นอยู่พักหนึ่งแต่เปล่าประโยชน์จางหวาไม่คิดจะปล่อยมือ

            เฉินอวี่โหรวรีบขอความเมตตา พูดประจบจางหวายกใหญ่บอกว่าไม่กล้าอีกแล้ว จางหวาจึงยอมปล่อยเธอ

            รอจนเฉินอวี่โหรวอยู่นิ่งฮั่วเสี่ยวเหวินจึงถามคำถามที่อยากถามมานานแล้ว

            “คุณน้าจาง เหตุใดคุณน้ากับจางอิ่นปิน…”

            เรื่องบางเรื่องก็พูดยาก แต่พูดออกมาขนาดนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็เข้าใจความหมาย

            จางหวานึกไม่ถึงว่าเธอจะถามเรื่องนี้ ขณะที่กำลังลังเลเฉินอวี่โหรวกลับเอ่ยแทรกขึ้นว่า “คุณน้ากับจางปินอะไรนั่นมีอะไรกันหรือ?”

            จากนั้นก็เริ่มวิ่งไล่ตามจางหวา จางหวายอมแล้ว “ฉันยอมพูดแล้วๆ เธอยืนนิ่งๆ ห้ามขยับ”

            อย่างไรก็จะไปจากที่นี่แล้ว พูดเรื่องนี้ไปก็ไม่เป็นอะไรเพียงแต่มันพูดออกมายากเล็กน้อย

            “วันนี้เธอก็เห็นแล้วเจ้าคนแซ่จางนั่นเอาเรื่องนั้นมาข่มขู่น้า ความจริงก่อนที่เขามาจางอิ่นปินเคยพูดเรื่องนี้เช่นกัน…น้าไม่มีทางเลือก”

            “อ้อ ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง” ฮั่วเสี่ยวเหวินนึกว่าจางหวาไปมีความสัมพันธ์กับจางอิ่นปินอีกคนเพราะเป็นผู้หญิงหลายใจเสียอีก

            แต่ว่าจางอิ่นปินรู้เรื่องของจางหวาตอนอยู่อำเภอฉวีได้อย่างไร? ทั้งที่เขาไม่เคยเข้าไปในตัวอำเภอด้วยซ้ำ

            จางหวาตอบข้อสงสัยของเธอ “เขาต้องไม่รู้อยู่แล้วแต่จางอิ่นเซิงผู้เป็นน้องชายของเขารู้”

            ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนมีเด็กชายท่าทางเหมือนนักเรียนกลุ่มหนึ่งเข้ามายังบ่อนไพ่นกกระจอกของสามีเธอพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเล่นไพ่นกกระจอก แต่เข้ามาแล้วควักธนบัตรจำนวนห้าสิบหยวนออกมาไม่รู้เช่นกันว่าไปเอาเงินขนาดนี้มาจากไหนและในนักเรียนกลุ่มนี้มีจางอิ่นเซิงอยู่ด้วย

            จางอิ่นปินยกเรื่องนี้มาพูดในวันที่มาหาเธอตอนนั้นจางหวายังไม่ได้เจอจางต้ากั๋ว เธอต้องปิดปากจางอิ่นปินด้วยร่างกายของตัวเอง

            มีครั้งที่หนึ่งก็ย่อมมีครั้งที่สอง จางอิ่นปินที่ได้ลิ้มลองแล้วมาดักรอหน้าบ้านเธอแทบทุกวันเธอหลบได้ก็หลบ

            กระทั่งต่อมาเธอได้พบกับจางต้ากั๋วเธอวางแผนให้จางต้ากั๋วสั่งสอนจางอิ่นปินไปหนึ่งรอบ จางอิ่นปินจึงไม่กล้ามายุ่งวุ่นวายอยู่นาน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 ขอเป็นภรรยาตัวน้อยผู้มั่งคั่ง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน