ตอนที่ 27 ชิลกันไปก่อน (2)
“นี่บ้านนายหรอ”เชสกวาดมองโรงเตี๊ยมซึ่งคับคั่งไปด้วยลูกค้ามากหน้าหลายตา เชสนั่งบริเวณโต๊ะมุมร้านเหล้าชั้นล่าง ตรงหน้าคือเด็กชายที่เขาเคยช่วยเหลือก่อนหน้านี้ วิลเฟรด“ครับ ด้านล่างเป็นร้านเหล้าส่วนข้างบนชั้น2กับ3เป็นห้องพักคืนละ200ริส มี20ห้องครับ”เด็กชายตอบกลับฉะฉานไม่สมวัย เชสพยักหน้าพลางประเมินตัวสถานที่ ในเรื่องทำเลที่ตั้งเรียกว่าแทบติดประตูเมืองด้วยซ้ำเลยเข้ามานิดหน่อยเท่านั้น เหมาะกับพวกนักผจญภัยที่ต้องประหยัดเงินและใช้ห้องเพื่อซุกหัวนอนเท่านั้น“ทำเลทอง มิน่าล่ะเลยอยากได้”เรื่องก่อนหน้าที่วิลเฟรดเล่าให้ฟังผุดขึ้นมาทันที“วิล มาช่วยทางนี้หน่อยจ้า”“ครับ พี่มาเรีย”สิ้นเสียงเด็กชายพลันวิ่งถือถาดอาหารไป หญิงสาวอายุ20ปลายๆเกือบ30 ผิวคล้ำเล็กน้อยออกหยาบหากเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ คงเกิดจากการพักผ่อนน้อยและทำงานหนัก ผมสีน้ำตาลแตกปลาย โดยรวมคือผู้หญิงชนชั้นแรงงานทั่วไป“ได้แล้วค่ะ เอล(เบียร์ชนิดหนึ่ง ส่วนที่เรากินๆกันเป็นพวกลาเกอร์) กับพายเนื้อ”หญิงสาวนามมาเรียยกอาหารวางเสียงดังบนโต๊ะอาหาร หากเป็นร้านอาหารมีระดับไม่มีทางพบเรื่องแบบนี้แน่ แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของร้านเหล้า ภาชนาเกือบทุกอย่างทำจากไม้ที่ทนทานรองรับแรงกระแทก“ผมไม่ได้สั่งพายเนื้อนะ”เชสขมวดคิ้วมุ่น“แถมให้ถือเป็นคำขอบคุณที่ช่วยเป็นเพื่อนกับเด็กคนนั้น”มาเรียเอ่ยพลางมองไปทางวิลเฟรดซึ่งกำลังเทเครื่องดื่มเติมให้ลูกค้า“จะว่าเป็นเพื่อนก็เกินไป เพิ่งเคยคุยกันแค่สองครั้งนี่แหละ”“ยังไงก็ควรจะขอบคุณอยู่ดี ถึงฉันจะเป็นแค่เด็กเสิร์ฟแต่วิลเฟรดเป็นเหมือนน้องชายฉัน ไม่ต้องห่วงฉันบอกเฒ่าแก่แล้ว ไม่คิดเงินเพิ่มหรอก...ไม่รบกวนแล้วไปนะ”หญิงสาวผิวคล้ำร่าเริงตบหลังเขาไปหนึ่งทีก่อนสบัดร่างกลับไปทันงานต่อ แวบหนึ่งสร้อยคออัญมณีสีแดงเม็ดเล็กหลุดออกมาจากด้านในเสื้อ ทันทีที่รู้ตัวเธอพลันรีบยัดมันกลับเข้าไป พลางมองซ้ายมองขวาตามสัญชาตญาณหวังว่าจะไม่มีใครเห็นเชสไม่คิดสนใจ ไม่ว่าที่มาของมันจะเป็นอย่างไรก็หาใช่เรื่องของตนไม่ มือขวายกเอลเย็นๆขึ้นกระดกหายไปครึ่งแก้วแล้วกระแทกแก้วลงกับโต๊ะ“อ่า มันต้องงี้สิชีวิต”นี่เป็นครั้งแรกหลังย้อนกลับมาในอดีตที่ได้ลิ้มลองรสชาติคุ้นเคยแบบนี้ พอเผ่าพันธุ์มนุษย์ล่มสลายของกินต่างๆล้วนหายาก กลายเป็นสมบัติล้ำค่าในทันใด แม้แต่เอลแก้วละไม่กี่สิบริสบางคนถึงกับฆ่ากับเพื่อมัน แม้แต่เชส...จำไม่ได้แล้วว่าดื่มมันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่“พายใช้ได้เลยแฮะ พยายามทำรสชาติให้เข้ากับเอลนี่สินะ”ก่อนจะกระดกอีกอึกใหญ่ ไม่มีใครสักคนสนใจเด็กแบบเขาว่าดื่มเอลหรือไม่เพราะการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาของอาณาจักรนี้แค่เกิน15ก็ไม่มีปัญหาแล้วปังประตูร้านถูกผลักอย่างแรงจนหลุดจะผนังลงไปกองกับพื้น จากเสียงครื้นเครงเมื่อครู่บัดนี้เงียบเป็นเป่าสาก ทุกสายตามองไปจุดเดียวกัน ชายกลางคนสองคนในชุดหรูหราปรากฏตัวต่อหน้าทุกแม้กระทั่งผู้คนสัญจรไปมาด้านนอกยังหยุดมองด้านหลังขบวนลูกน้องประกอบไปด้วยคนเกือบ10คน ชายคนหน้าสุดมีผมเกือบล้านและผอมแห้ง ไม่ใช่ใครที่ไหนเขาคือบารอนออร์เวล และอีกคนซึ่งตามมาย่อมเป็นนิกซ์“เปราะจริงๆ ดูเหมือนว่าจะทั้งเก่าทั้งโทรม ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สมควรให้มีร้านแบบนี้อยู่ในเมือง”ออร์เวลเอ่ยเสียงดังทั่วบริเวณ เชสลอบมองเงียบๆไปยังผู้ซึ่งน่าจะเป็นผู้กระแทกประตู ชายในชุดเกราะเหล็กหยาบหน้าขรึมไร้ความรู้สึก หากมองดีๆบริเวณต้นคอมีรอยสลักพรสวรรค์แลบออกมา‘อัศวิน...คำนวนจากอายุน่าจะเรียนจบได้3-4ปีสินะ แปลว่าพรสวรรค์ต้องระดับ3เป็นอย่างน้อย’ประเมินศัตรูที่อาจต้องปะทะด้วยเป็นนิสัยติดอย่างหนึ่งของผู้ที่อยู่ในช่วงท้ายของสงครามเผ่าพันธุ์ เช่นเดียวกัน เชสประเมินจากข้อมูลบวกกับประสบการณ์หลายสิบปีประตูครัวหลังร้านถูกใครบางคนดันเข้ามา ชายกลางคนอายุ30ปลายไว้หนวดเคราเข้มพร้อมกล้ามเนื้อเป็นมัดๆโผล่ออกมา เรือนผมสีเดียวกับวิลเฟรดเดาไม่ยากว่าทั้งคู่มีสายเลือดเดียวกัน“โผล่จากรูมาได้เสียทีนะ วิลเลียม“บุกมาถึงบ้านฉันแบบนี้ต้องการอะไรนิกซ์”ผู้มาใหม่ขึ้นเสียงเข้มถาม“เหอะ อีกเดี๋ยวก็ไม่ใช่แล้ว”วิลเลียมหรี่ตามอง ชายบึกบึนกำหมัดแน่นพยายามอดกลั้นความโกรธในใจ“แกหมายความว่ายังไง แล้วนี่ใคร...คิดจะยกพวกมาพังร้านฉันงั้นหรอ”พลางชี้นิ้วต่อหน้าบารอนออร์เวลผู้ตรวจภาษี“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนูสกปรกจะบอกให้แกรู้ติดสมองไว้...ท่านผู้นี้คือท่านบารอนออร์เวล ผู้ตรวจกาภาษีภายใต้ท่านมาควิสบาโรนอฟ”นิกซ์แทบจะตะโกนประกาศชื่อเสียงเรียงนามของผู้มาเยือนอีกคน หายคนพอได้ยินพลันทำหน้าเปลี่ยนสี ราวกับเป็นการเปิดตัวออร์เวลก้าวนำมาด้านหน้าพลางใช้มือเสยผมอันน้อยนิดไปด้านหลัง“หึ ร้านซ่อมซ่อไม่สงสัยเลยว่าทำไมไม่อาจทำหน้าที่เป็นพลเมืองดีได้”ออร์เวลเริ่มพูดไม่ทันไรก็แดกดันทันที ปากนั่นตำหนิไปพลางมองคู่สนทนาอย่างวิลเลียมไปพลาง แววตาเปี่ยมด้วยการดูถูกเหยียดหยามราวกับนำความแค้นจากเรื่องก่อนหน้ามาลงกับโรงเตี๊ยมแห่งนี้“ท่าน...บารอน หมายความว่าอย่างไร”วิลเลียมกัดฟันถามไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายบอก ชายกลางคงไม่อยากเติม ‘ท่าน’ ไปเลยแม้แต่นิดทว่าอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างจับขึ้นศาลขุนนางได้ หากเป็นเช่นนั้นลูกเมียเขาคงโดนหางเลขไปด้วยบารอนยืดหลังตรงไม่หยี่ระใดๆ พลันแบมือข้างกาย ทันทีทันใดเอกสาร2-3แผ่นพลันยื่นมาจากด้านหลังเหมือนเตี๊ยมกัน ออร์เวลยืนอ่านเอกสารออกเสียงดัง ข้างกายมีนิกซ์ยืนฉีกยิ้ม เนื้อหาในเอกสารส่งผลให้ทุกคนในร้านตกตะลึงไม่เว้นแม้ครอบครัววิลเลียม“วิลเลียม เวลโลโซ เปิดโรงเตี๊ยมโดยไม่มีใบอนุญาต อีกทั้งยังไม่จ่ายภาษีมากกว่า9เดือน อ้างอิงจากรายรับปีก่อนแล้ว โรงเตี๊ยมนี้ต้องจ่ายภาษีและเงินชดเชยรวมทั้งสิ้น 1ล้าน9แสน8หมื่นรีส”“จะบ้าหรอ”สุดท้ายเจ้าของโรงเตี๊ยมไม่อาจควบคุมสติได้ แขนแกร่งลงมือทุบเคาน์เตอร์ไม้จนทะลุ ผู้ติดตามหลายคนปรี่เข้ามาเป็นโล่ให้กับออร์เวลเผื่อวิลเลียมจะลงมือบันดาลโทสะ เห็นเช่นนั้นนิกซ์พลันราดน้ำมันบนกองเพลิง“วิลเลียมนี่แกคิดจะทำร้ายท่านบารอนงั้นรึ สติดีรึเปล่า”ทุกสายตามองเหรอหราไปยังผู้พูด ไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่าอย่างไร มีเพียงเชสเท่านั้นที่หรี่ตามองไม่สบอารมณ์ความโกรธจางหายวิลเลียมรู้สึกทันทีว่าตนเองติดกับฝั่งนั้นเข้าให้แล้ว เท่านี้อีกฝ่ายก็มีข้ออ้างในการจับเขาขึ้นศาลขุนนาง แม้จะไม่ได้ทำร้ายโดยตรง เพียงมีท่าทีคุกคามก็เพียงพอแล้ว ชายกลางคนปั้นหร้าเครียดพยายามแก้ต่างสุดชีวิต“อย่ามาใส่ความฉันนิกซ์ โต๊ะนี่มันเปราะอยู่แล้วเพราะมันเก่ามากตามที่ท่านบารอนบอกในตอนแรก”นึกไปถึงตอนแรกโชคดีที่ออณืเวลพูดเช่นนั้นจริงตอนแรกเข้าร้าน วิลเลียมจึงนำประโยคนั้นมาแถได้ นิกซ์หน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นว่าแผนไม่ได้ผล“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกัน...ท่านบารอน ร้านผมมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องแน่นอน นี่ไงตรงนี้”เขาเปิดลิ้นชักหลังบาร์ กระดาษอย่างดีพร้อมตราประทับประจำอาณาจักรสีแดงประทับบริเวณมุมกระดาษ 1ในผู้ช่วยรับมันก่อนจะยื่นให้ออร์เวล ชายหัวเกือยล้านไม่คิดชายตามองมือผอมแห้งออกแรงฉีกกระดาษเป็นสี่ส่วนและโปรยทิ้ง“ของปลอมชัดๆ”พลางพยักหน้าส่งสัญญาณให้คนด้านหลัง เวทไฟง่ายๆเผาเศษกระดาษโดยไม่ยอกให้ใครตั้งตัว“บ...ใบอนุญาต!! ท่านบารอนทำแบบนี้ทำไม ทำไมไม่ส่งมันไปตรวจสอบก่อน”วิลเลียมเดือดดาลหน้าแดงจากโทสะ“ฉันบอกว่าของปลอมมันก็ต้องเป็นของปลอม ไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบ”บารอนแผดเสียงแหลมนั่น เท่านี้เป็นอันรู้ว่าบารอนคนนี้มาเพื่อหาเรื่องแน่นอน แต่เพราะอะไรล่ะ...แม้แต่เด็กยังเดาได้ ไม่มีใครในเมืองนี้ที่ไม่รู้ว่านิกซ์ โมเรต์ติดสินบนทางการเพื่อให้ธุรกิจราบรื่นคราวนี้ถึงกับติดสินบนขุนนางเพื่อเอาที่ดิน“หน็อย”วิลเลียมกัดฟันแน่นกำปั้นกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เขาแทบอยากตั๊นเจ้าโจรในคราบขุนนางเต็มที่ทว่าทำไม่ได้ เห็นดังนั้นบารอนเริ่มพูดต่อ“แกยังติดค้างภาษีหลายเดือนไม่ยอมจ่ายเป็นเงินจำนวนมาก แกต้องจ่ายเดี๋ยวนี้”“ผมมีหลักฐานการจ่ายภาษีครบทุกปีตั้งแต่เปิดร้าน อยู่ชั้นบนจะไปเอามาให้ดู”วิลเลียมเตรียมจะหันเดินขึ้นบันได ไม่คาดว่า...“คนร้ายคิดหนี จับมันซะเด็กๆ”ไม่ทันสิ้นเสียงดีวิลเลียมล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมถูกล็อคแขนเอาไว้แน่นไม่อาจขยับไปไหนได้ ลูกค้าคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ถูกลูกน้องบารอนชักดาบขู่ไม่กล้าขยับตัว ไม่เกิน10วินาทีเหตุการณ์ที่เหมือนจะวุ่นวายกลับสงบลงทันใด ออร์เวลยกยิ้มดูถูกเหยียดหยาม จังหวะนั้น...ปึกไม่มีใครคาดคิดแก้วเอลกระแทกเบาๆเข้ากับแขนบารอนออร์เวลก่อนกระดอนลงพื้น เอลที่เหลือในแก้วทำแขนเสื้อเนื้อดีเปียกชุ่มเครื่องดื่มมึนเมา ไม่มีใครกล้าขยับหรือกล่าวสิ่งใด หากมีคนทำเข็มตกพนันเลยว่าทุกคนต้องได้ยินมันวิลเฟรดหอบหายใจเพราะใช้แรงทั้งหมดปาแก้วไปสุดแรง กระนั้นด้วยแรงของเด็กมันได้ผลแค่สะกิดเท่านั้น"ปล่อยคุณพ่อนะ"“ก ก แกไอ้เด็กเวรบังอาจทำร้ายขุนนางอย่างฉัน จับตัวมันซะ ฉันจะส่งมันไปใช้แรงงานในเหมือง”“วิลเฟรด!! ปล่อยนะว้อย”พ่อบังเกิดเกล้าพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมสายตาหันมองลูกชายที่กำลังจะโดนลูกน้องบารอนจับตัวเองไม่อาจทำอะไรได้“หยุดนะ เขาเป็นแค่เด็ก”มาเรียถลาเข้ามาผลักเด็กชายให้ไปหลบด้านหลัง“หลีกไป!! นังนี่”มาเรียถูกลูกน้องคนหนึ่งผลักกระเด็นจากแรงอันมหาศาลจนสร้อยคออัญมณีแดงตรงอกหลุดออก แน่นอนว่าไม่รอดพ้นสายตาออร์เวล“นี่มันอัญมณีเกรดสูงจากอาณาเขตดยุคฮอว์คนี่นา สีแดงสดสวยจริงๆ”“เอาคืนมานะ”ออร์เวลถือวิสาสะหยิบอัญมณีเม็ดกลมบนพื้นขึ้นมาส่อง เขาสามารถบอกได้เลยว่าสิ่งนี้มีค่าหลายหมื่นรีส“ตัดสินใจแล้ว เอาเจ้านี่ไปทำแหวนใส่นิ้วโป้งดีกว่า”ชายไม้เสียบผียิ้มอารมณ์ดีโดยไม่ทราบเลยว่าตนเองเพิ่งเจอตอขนาดใหญ่“นั่นมันของฉันเอาคืนมานะ”มาเรียหวังจะปรี่เข้าไปเอาของๆเธอคืนกลับโดนลูกน้องคนหนึ่งจับล็อค“พูดอะไรไร้สาระนังหัวขโมย”บารอนผู้ตรวจภาษีชี้หน้าและกล่าวหามาเรีย หญิงสาวชะงักงันไม่เข้าใจความหมาย“คนชั้นต่ำอย่างแกไม่มีทางมีเงินซื้ออัญมณีเลอค่าเม็ดนี้หรอก แกต้องขโมยมาแน่ๆ...เอามันส่งทางการ ทรมานให้มันรับสารภาพ”“อย่านะ อัญมณีนั่นคู่หมั้นให้ฉันมา เขาเป็นพ่อค้าอัญมณี...”เหตุการณ์ยิ่งชุลมุนหยุดไม่อยู่เข้าไปใหญ่ บัดนี้รอบโรงเตี๊ยมปรากฏฝูงชนจำนวนมากมุงดูพลางวิพากษ์วิจารณ์การกระทำอุกอาจนี้ บ้างสงสารผู้ถูกใส่ความทว่าจะทำอะไรได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นขุนนาง และตำแหน่งเป็นถึงผู้ตรวจภาษีของมาควิสตึก ตึก ตึกไม่คาดคิดเสียงฝีเท้าเดียวในร้านกระทบแผ่นไม้หยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์พลางยกเหยือกเอลเทใส่แก้วไม้และกระดกจนหมดในครั้งเดียว“อ่า สุดยอดจริงๆนะเอลร้านนี้เสียดายที่ต้องรีบกลับ เดี๋ยวองค์หญิงวีนแตก...เอาให้จบในพริบตาเลยแล้วกัน มนตราดัดแปลง : ย่างก้าวเทพอัสนี & มนตราดัดแปลง : ศาสตราอัสนี : ฝ่ามือ” …………………………………………………… จัดการเลย เมียเนอร์วาไม่ด่าหรอก เชื่อสิ