ยามปกติชาวบ้านในฮวาตูจะไปซักเสื้อผ้ากันที่ริมแม่น้ำชิงเหลียง เพียงแต่การมาที่นี่ของอันเยว่กลับดูค่อนข้างขัดกันพอสมควร
มีบุรุษกลุ่มหนึ่งนั่งยอง ๆ อยู่ริมแม่น้ำ มีเพียงอันเยว่ที่ปะปนอยู่ในกลุ่มบุรุษ หนำซ้ำยังใช้สบู่ซักผ้า จึงยิ่งทำให้ผู้คนโดยรอบพากันรู้สึกประหลาดใจ
“บ้านของนางไม่มีผู้ชายหรือ?”
“สตรีทำงานหนักขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“เกรงว่าคงจะกลัวสามีกระมัง”
……
อันเยว่อยากขุดหลุมแล้วมุดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด แม้จะมีความทรงจำต่อราชวงศ์ต้าโจว แต่นางก็ยังไม่สามารถชินกับการที่บุรุษก้มศีรษะประจบประแจงเช่นนี้ ยามนี้นางทำได้เพียงคิดหาวิธีเพื่อปรับตัว
“อะแฮ่ม นี่ไม่มีใครได้กลิ่นหอมกันเลยหรือ?”
อันเยว่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดถึงสบู่ นางจึงเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
หากถูกคนหัวเราะเยาะ ก็ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่สบู่ขายไม่ออก วันนี้คงเสียเวลาเปล่า
“จะว่าไปมีกลิ่นหอมจริง ๆ ด้วย นี่กลิ่นอะไรหรือ?”
“หอมมาก”
“ใช่ หอมจริง ๆ กลิ่นถั่วเ้าโต้วถูกกลบหมดเลย”
เมื่อได้ยินว่าด้านข้างเริ่มมีคนพูดถึง อันเยว่จึงหยิบชุดขาวตัวที่เ้าของร่างเดิมเคยสวมขึ้นมา ซึ่งมันสกปรกจนมองไม่ออกแล้วว่าเป็สีขาว
นางหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแล้วถอนหายใจยาว “สกปรกขนาดนี้จะทำอย่างไรดีเนี่ย?”
น้ำเสียงเสแสร้งนี้เรียกความสนใจของผู้คนได้สำเร็จ ต่างพากันมองมายังเสื้อที่อยู่ในมือของนาง
“เหตุใดถึงสวมใส่จนสกปรกขนาดนี้?”
“สกปรกจนมองไม่เห็นสีพื้นเลย”
“นางจะทำอะไรน่ะ?”
สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของผู้คนได้อย่างที่คิดจริง ๆ หลังจากที่อันเยว่แช่เสื้อผ้าจนเปียก ก็หยิบสบู่ที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาถูสองสามครั้ง แล้วหยิบขึ้นมาหลังจากสะบัดในน้ำแล้ว
“์!”
“นี่นางใช้เวทมนตร์อะไร? ถึงได้ทำให้อาภรณ์ที่สกปรกกลับมาเป็สีขาวได้เช่นนี้!”
“สิ่งที่นางใช้คืออะไรน่ะ เหตุใดถึงสามารถซักอาภรณ์ได้สะอาดเยี่ยงนี้?”
……
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทยอยดังขึ้นไปทั่ว ซึ่งบรรลุเป้าหมายของอันเยว่ ขอแค่พวกเขาเกิดความอยากรู้อยากเห็น ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายแล้ว
“ถั่วเ้าโต้วนี่ไม่นับเื่ที่ต้องเปลืองแรงในการซัก หากเจอถั่วเ้าโต้วที่ร้านค้าผลิตไม่ดี ไม่แน่ชุดสีขาวอาจโดนสีตกใส่ก็เป็ได้”
นี่คือปัญหาที่ทุกคนต่างพบเจอ เมื่ออันเยว่พูดเช่นนี้ คนเ่าั้ก็วิจารณ์กันยกใหญ่
ถั่วเ้าโต้วใช้มาแล้วร้อยกว่าปี ย่อมพบเจอปัญหาเช่นนี้เป็ธรรมดา ต่อให้เสียงประณามว่ากล่าวของฝูงชนระบือไปทั่ว แต่ก็ไม่มีอย่างอื่นให้ใช้ จึงทำได้เพียงอดทนใช้มันต่อไป
การปรากฏตัวของสตรีผู้นี้ในยามนี้กลับทำให้ผู้คนตาเป็ประกาย
“เ้าใช้อะไรน่ะ? อันเล็กนิดเดียว เหตุใดถึงซักได้สะอาดขนาดนั้น?”
“ใช่ อีกทั้งกลิ่นยังหอมด้วย นี่เรียกว่าอะไรหรือ?”
“ขอข้าใช้หน่อยได้ไหม?”
……
บุรุษกลุ่มใหญ่พากันเข้ามารุมล้อม ถ้าไม่รู้ว่านี่เป็ราชวงศ์ที่สตรีเป็ผู้กุมอำนาจ ก็ดูน่าหวาดกลัวพอสมควร
ชายสองสามคนหยิบสบู่ขึ้นมาดมและสำรวจ อันเยว่มีสีหน้าลำพองใจจนพวกเขานึกอิจฉา
“ข้าขอใช้หน่อยได้ไหม? มันใช้อย่างไร?”
“ใช้ครู่เดียวเท่านั้นนะ อันที่จริงสิ่งนี้ใช้งานง่ายมาก ตรงไหนสกปรกก็แฉลบให้ชุ่มน้ำเล็กน้อย จากนั้นก็ใช้มือถูแบบนี้”
อันเยว่จงใจพูดเสียงค่อนข้างดัง เพราะ้าให้ผู้คนบริเวณรอบ ๆ ได้ยินกันทั่วถึง
“์ สะอาดมากเลย! คราบเปื้อนบนเสื้อชุดนี้เมื่อสองสามวันก่อน ใช้ถั่วเ้าโต้วซักอย่างไรก็ไม่ออก แต่กลับหลุดออกทันทีเมื่อถูด้วยของสิ่งนี้”
“ดูท่าจะมีประโยชน์จริง ๆ ตกลงว่านี่คืออะไรกันแน่?”
“ทำไมนางถึงมีของสิ่งนี้ได้ล่ะ?”
เมื่อชมกันพอแล้วอันเยว่ก็หยิบสบู่และลุกขึ้น จากนั้นกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ของสิ่งนี้เรียกว่าสบู่ สามารถใช้แทนถั่วเ้าโต้วได้หมด อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม ไม่ว่าจะซักเสื้อผ้าหรืออาบน้ำก็ไม่ใช่ปัญหา”
“แล้วจะซื้อของสิ่งนี้ได้จากที่ไหน?”
“ตระกูลอันที่อยู่ตลาดตะวันตก”
อันเยว่พูดจบก็ลุกขึ้นจากไป ที่ฮวาตูมีตระกูลอันครอบครัวเดียว นางจึงไม่กลัวว่าจะมีคนไปผิดที่
ในบ้านตระกูลอัน บุรุษสี่คนกำลังนั่งล้อมวงอยู่ในห้องโถง พวกเขาดื่มน้ำชาหมดไปครึ่งกา และมองไปยังประตูใหญ่พร้อมครุ่นคิดว่าสตรีผู้นี้ไปไหนกันแน่?
“ไม่ได้ทิ้งข้อความอะไรไว้เลยหรือ?”
จู่ ๆ เซียวสิงเยี่ยนก็เอ่ยขึ้น สีหน้าของกู่หยางที่อยู่ด้านข้างย่ำแย่เล็กน้อย
“เ้าเริ่มเป็ห่วงนางแล้วหรือ?”
“เป็ห่วงรึ? ข้ากลัวว่านางจะไปก่อเื่ยุ่งข้างนอกแล้วกลับมาให้เราเก็บกวาดอีกน่ะสิ”
หยูยวนยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ คิ้วและดวงตาของเขาโค้งงอเพิ่มความเย้ายวนเล็กน้อย
“ข้าสงสัยนิดหน่อยว่านางไปทำอะไรตลอด่เช้านี้”
“หึ จะมีอะไรได้อีกหากไม่ใช่กินดื่ม เที่ยวหอคณิกาชายและเล่นพนันตามเดิม”
ซูจือฉือนั่งอยู่ด้านข้างโดยไม่พูดอะไร แต่เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“โอ๊ย หนักเหลือเกิน” อันเยว่กลับมาพร้อมเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วหนึ่งกะละมัง เพิ่งเข้ามาในลานกว้างหน้าเรือนก็ยกไม่ไหวเสียแล้ว นางจึงวางมันลงกับพื้นและนั่งหอบหายใจอยู่ด้านข้าง
สายตาประหลาดใจของบุรุษทั้งสี่มองไปยังนาง ั้แ่ไหนแต่ไรมาสตรีผู้นี้ไม่ชอบล้างหน้าล้างตา และยิ่งไม่ชอบทำงานบ้าน นางไม่ใส่ใจแม้แต่จะดูแลตัวเอง เสื้อผ้าในตู้ยิ่งไม่เคยผ่านน้ำตลอดทั้งปี วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร?
“จือฉือ ช่วยด้วย…”
อันเยว่มองไปยังซูจือฉือด้วยท่าทางอ้อนวอนและน่าสงสาร ในบรรดาชายสี่คนนี้ มีเพียงซูจือฉือเท่านั้นที่คุยง่าย
ซูจือฉือกำลังจะลุกขึ้น ทว่ากู่หยางกลับดึงแขนเสื้อเขาไว้ “ไม่ต้องไปสนใจนาง ก็แค่แสร้งทำตัวน่าสงสาร”
กลอุบายเช่นนี้เคยถูกใช้บ่อย ๆ ตลอดหลายปีมานี้ เพียงเพื่อจะเริ่มใช้ชีวิตกับสามีทั้งสี่คนนี้
หยูยวนกลับลุกขึ้นแล้วเดินไปหาอันเยว่ ซึ่งค่อนข้างเกินความคาดหมายของอันเยว่พอสมควร
ในบรรดาบุรุษทั้งสี่คนนี้ เขาน่ะหรือจะเป็คนแรกที่มาช่วย? ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หากหยูยวนไม่วางยาพิษ ก็มีแต่จะเหน็บแนมนาง ไร้ซึ่งความเกรงใจนางแม้แต่น้อย
“หยูยวน ข้าไม่รู้ว่าควรขอบใจเ้าอย่างไร…”
“ไม่ต้อง ข้าแค่อยากเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อดูว่าเ้าไปทำอะไรมาบ้าง”
ทันทีที่พูดจบสีหน้าของหยูยวนก็เปลี่ยนไปมาก กลิ่นนี้เป็เครื่องหอมที่นางใช้ทำสบู่เมื่อวานชัด ๆ สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักตายจริง ๆ!
อันเยว่ที่ร่างกายปวดเมื่อยรีบลุกขึ้นยืน ร่างผอมบางลากกะละมังไม้ใบใหญ่และเดินไปที่ราวตากผ้า
เป็เซียวสิงเยี่ยนที่ทนมองต่อไปไม่ไหว เขาเดินไปโดยไม่พูดอะไร ยกกะละมังไม้ขึ้นมาแล้วเดินไปใกล้ ๆ กับเชือก เขาแค่โยนแบบสบาย ๆ แต่กลับช่วยนางได้มากทีเดียว
“ขอบใจ”
ราวกับฟ้าฝ่าในวันที่อากาศแจ่มใส ไม่คิดว่านางจะรู้จักกล่าวขอบคุณ?
ทั้งสี่คนมองดูอันเยว่ตากเสื้อผ้าที่ซักสะอาดแล้วทีละตัว
“นี่ซักด้วยสบู่หรือ? วันนี้เ้าไปที่แม่น้ำชิงเหลียงมาหรือ?”
เดิมทีอันเยว่คิดว่าจะได้รับคำชม ทว่าตอนที่นางเงยหน้าขึ้นมากลับสบเข้ากับใบหน้าบึ้งตึงของเซียวสิงเยี่ยน ทำให้นางเผลอถอยหลังไปสองก้าว บุรุษผู้ดุร้ายคนนี้สามารถฆ่านางได้ด้วยเพียงสองสามหมัด ไม่หนีตอนนี้แล้วจะรอถึงเมื่อไร?
“ข้า…ข้าก็แค่…”
อันเยว่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นางเอ่ยพลางก้าวถอย เมื่อเห็นเซียวสิงเยี่ยนเข้าใกล้ทีละก้าว หัวใจของนางก็พานจะหลุดออกมาจากในลำคอ
“เกียรติของตระกูลอันของข้ายังเสียไปไม่พออีกหรือ ถึงได้ให้เ้าไปทำลายเพิ่มที่แม่น้ำชิงเหลียงเช่นนั้น?”
เซียวสิงเยี่ยนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เขาคว้าชุดท่อนบนของอันเยว่แล้วยกนางขึ้นมา
“ข้าก็แค่…”
“แทนที่จะปล่อยให้เ้าออกไปทำตัวขายหน้าต่อไป มิสู้สับขาทั้งสองข้างของเ้าให้พิการ เพื่อที่เ้าจะได้ออกไปจากประตูใหญ่ของตระกูลอันไม่ได้อีก!”
อันเยว่ดิ้นรนและโบกมือเป็พัลวัน “เซียวสิงเยี่ยน เ้าทำแบบนี้ไม่ได้นะ ถึงอย่างไรข้าก็เป็ภรรยาเ้า หากเ้าทำกับข้าเช่นนี้ กฎหมายของราชวงศ์ต้าโจวจะไม่ละเว้นโทษให้เ้า!”
นางเพิ่งพูดจบก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นติด ๆ กัน อันเยว่ใช้จังหวะตอนที่เซียวสิงเยี่ยนกำลังตกตะลึงรีบสะบัดให้หลุดจากการเกาะกุม แล้ววิ่งตรงไปยังประตูใหญ่