“คุณชอบที่นี่ก็ดีแล้ว หวังว่าผมจะไม่ทำให้คุณอึดอัด”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันรู้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร” หญิงสาวยิ้มพร้อมกับพูดอย่างเข้าใจชีวิต ก่อนที่ผีเสื้อตัวน้อยบินผ่านทั้งคู่ไป
“จริงสิ ผมลืมถามคุณเลย คุณไม่มีแฟนเหรอ” หญิงสาวได้ฟัง เธอนั่งนิ่งครู่หนึ่ง พลางปล่อยยิ้มแล้วส่ายศีรษะ
“ไม่มีค่ะ”
“ผมนำกระเป๋าเสื้อผ้าของคุณทั้งสอง ขึ้นไปเก็บไว้ในห้องเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนนี่ก็กุญแจห้องครับ” พนักงานที่แต่งตัวคล้ายชุดม่อฮ่อมนำกุญแจมายื่นให้
“หากจะรับประทานอาหารเย็น รบกวนเชิญชั้นสองได้เลยนะครับ เป็วิวเปิดอยู่้า”
“ขอบคุณมากครับ” ชานนท์กล่าวขอบคุณพนักงานอย่างสุภาพ ก่อนหันมาหาภรรยาที่นั่งชมธรรมชาติอยู่ นับจากวันแต่งงาน ยอมรับว่าไม่เคยพินิจใบหน้าเธอได้ละเอียดเท่าวันนี้ ดวงตาคมจับจ้องไม่วาง ภายในใจของเขาไม่อาจคาดเดาว่าคิดเช่นไร
“ไปทานเข้าเย็นกันดีกว่า ผมหิวแล้ว” เขายื่นมือมารอรับ หนูนาไม่ปฏิเสธยื่นมือบางไปจับตอบอย่างว่าง่าย ทั้งสองพากันเดินไปยังชั้นสองตามที่พนักงานแนะนำ ด้านล่างว่างามมากแล้ว แต่้างามยิ่งกว่า ทิวเขาเขียวขจีโอบล้อม พลางมองเห็นหมู่บ้านเล็กบนเชิงเขา้า
“ที่นั่นมีหมู่บ้านด้วยนี่คะ” หนูนาหันมาบอกสามี พลางชี้มือตรงไปอย่างสนใจ
“เชิญคุณทั้งสองนั่งด้านนี้ครับ ทางเราจัดไว้ให้เป็พิเศษ” พนักงานเดินนำทั้งคู่มายังมุมที่สวยที่สุด โต๊ะอาหารถูกปูด้วยผ้าอย่างดี อาหารหลายอย่างถูกยกมาวางตรงหน้า
“หมู่บ้านพวกนั้นเป็หมู่บ้านเล็กๆ อาศัยไม่กี่หลังคาเรือน พรุ่งนี้ทางเราจะพาไปชมครับ อยู่ในโปรแกรมฮันนีมูนของคุณทั้งสองที่คุณราเชนทร์ได้วางเอาไว้” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาไม่เคยเห็นใครฮันนีมูนกันในป่าเขาลำเนาไพร เสี่ยงต่อชีวิตเช่นนี้ หากแต่เมื่อหันมองไปยังภรรยาคนสวย เธอกลับยิ้มแย้มคุยโต้ตอบกับพนักงานโดยไม่คิดอะไร
“เอ๊ะ! นี่อะไรหรือคะ” หญิงสาวชี้นิ้วไปยังอาหารที่ดูไม่คุ้นตา
“อุ๊บไก่ครับ ลองทานดูนะครับ หาก้าอะไรเพิ่ม แจ้งได้นะครับ” พนักงานขยับอาหารที่ว่าเข้าไปใกล้ แล้วหยิบอาหารแปลกตาลงอีกสองสามอย่าง
“คุณกินได้ไหมคะ” หญิงสาวหันไปถามชานนท์ หลังจากเขาตักแกงหน้าตาไม่คุ้นเคยเข้าปาก สีหน้าลุ้นของเธอเหยแกจนชายหนุ่มนึกอยากแกล้ง