ล็อคหัวใจไว้ที่เธอ

    20 แม่ป่วยหนัก ชีวิตรักล่มสลาย

    20..........

                   “ก็ตามอัตภาพครับ…แล้วคุณป่านล่ะ.พักนี้หน้าตาสดใสขึ้นนะครับ..ไปทำอะไรมาหรือเปล่า..”

                   เปมิกายิ้มจนตาหยี  หมู่นี้ใคร ๆ ก็ทักว่าเปมิกาสวยขึ้น หน้าใสขึ้นหล่อนนึกขอบคุณครีมบำรุงผิวหน้าที่บริษัทขายตรงแห่งนั้นทำให้หล่อนดูดีขึ้นจนเห็นได้ชัด แต่หล่อนก็ไม่คิดที่จะเสนอขายให้กับธีรยุทธ  ถึงแม้ว่าหล่อนจะหว่านหาลูกค้าอยู่ก็ตาม เพราะหล่อนรู้ว่าเขากำลังมีความทุกข์อยู่ทางที่ดีควรจะชวนเขาคุยในเ๱ื่๵๹ที่จะทำให้เขาสบายใจดีกว่า ไม่ควรที่จะชวนเขามาเสียเงินซื้อครีมบำรุง

                   เปมิกาเล่าถึงอาชีพใหม่ที่หล่อนกำลังทำอยู่ให้ธีรยุทธฟังซึ่งเขาก็ยินดีกับหล่อนด้วย

            “คุณป่านก็หาทางออกให้กับชีวิตได้แล้ว แต่ผมสิครับ..ป่านนี้ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำอะไรก็ได้แต่คิดอย่างเดียว ยังไม่ลงมือปฏิบัติเลย..เพราะมัวแต่ยุ่งกับคดีความที่ศาลอยู่...”  

                   เปมิกา สังเกตเห็นแววตาของธีรยุทธหม่นหมองหล่อนเข้าใจดีว่าเขากำลังทุกข์ใจทั้งเ๹ื่๪๫ที่บริษัท และเ๹ื่๪๫ความรัก ดู ๆแล้วเขาก็น่าสงสารไม่น้อยเลย  หล่อนจึงเล่าเ๹ื่๪๫สนุกสนานที่หล่อนไปสาธิตสินค้าให้เขาฟังซึ่งทำให้เขามีสีหน้าดีขึ้นมาก และวันนี้เขาไม่ได้ดื่มเหล้าแต่ดื่มน้ำผลไม้แทน

                   “ผมคิดได้น่ะครับว่าเหล้ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ผมได้เลยตอนเมาก็อาจจะลืมไปบ้าง แต่พอสร่างเมา ปัญหามันก็ยังมีอยู่เหมือนเดิมสู้เราตั้งสติค่อย ๆ แก้ปัญหาดีกว่า..”

            “ป่านดีใจด้วยค่ะ ที่คุณธีมคิดได้แบบนี้..ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ  เป็๞ห่วงสุขภาพ เห็นคุณธีม

    ดื่มเหล้ามากแบบวันก่อนแล้วป่านว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพน่ะค่ะ....”

                   ทั้งคู่สนทนากันจนถึงห้าทุ่ม  ธีรยุทธก็อาสาขับรถไปส่งเปมิกาที่คอนโด          

                   “รถเก่าไปหน่อยนะครับ..คุณป่านคงไม่รังเกียจ”  

                   ธีรยุทธถามผู้โดยสารสาวอย่างไม่มั่นใจเมื่อทั้งคู่เข้าไปนั่งคู่กันในรถแล้ว

                   “โอ้ย..ไม่รังเกียจหรอกค่ะ..แค่ได้นั่งก็ดีถมไปแล้ว..เอ้อ..ว่าแต่ประตูรถไม่หลุดแน่นะคะ”  

            เปมิกายิ้มให้กับคนขับ พร้อมกับแซวหยอดท้ายทำให้ธีรยุทธหัวเราะออกมาได้

                   “ถ้ากลัวหลุด คุณป่านก็เอามือจับ ๆไว้ก็ได้ครับ..แต่ระวังสนิมนิดหนึ่งนะครับ..” 

            เขาพูดล้อเล่นบ้าง

                   “แหม..มันไม่แย่ขนาดนั้นหรอกค่ะ..ถึงมันจะเก่าไปนิดเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มไปหน่อยแต่ก็โอเคค่ะ” หล่อนบอกให้เ๽้าของรถสบายใจ

                   “อยู่กับคุณป่านแล้วทำให้ผมไม่เครียดเลย..” 

                   “แต่อาจจะเพี้ยนแทนค่ะ..”

                   ธีรยุทธอมยิ้มก่อนจะขับรถออกไป  เขาขับมาส่งเปมิกาจนถึงคอนโดแล้วก็ขับรถกลับแต่ระหว่างทางนภาพรก็โทรศัพท์เข้ามา เขาต้องสูดลมหายใจลึก ๆ หลายครั้งก่อนจะตัดสินใจรับสายของหล่อน

                   “ธีมอยู่ที่ไหนคะ...” 

            เสียงนภาพร ถามเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรนผิดปกติแต่เขาพยายามที่จะไม่สนใจเขาจะต้องตัดใจจากนภาพรให้ได้

                   “กำลังจะขับรถกลับบ้าน”  เขาตอบเสียงเบา

                   “ธีมรีบมาที่โรงพยาบาลตอนนี้เลยค่ะ..”

                   “ทำไมครับ..เกิดอะไรขึ้น..”  

            เขา๻๷ใ๯จนต้องชะลอความเร็วของรถ

                   “ก็คุณแม่ของธีมนะสิคะ..”

                   “แม่ผม....แล้วแมวไปอยู่กับแม่๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่”   เขารัวคำถามเร็ว

                   “มาก่อนเถอะค่ะแล้วจะเล่าให้ฟัง”

                   ธีรยุทธ บึ่งรถไปถึงโรงพยาบาลเขาก็พบว่าทั้งนภาพรและป้าสมจิตร นั่งหน้าเครียดกันอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน  นภาพรปราดเข้ามาหาธีรยุทธด้วยสีหน้าทุกข์ร้อน

                   “อาการคุณแม่น่าเป็๲ห่วงมากนะคะธีม..ตอนนี้อยู่ที่ห้องไอ.ซี.ยู.” 

                   “แมว..ขอบคุณมากที่พาแม่มาส่งโรงบาล..” 

            ธีรยุทธพูดกับหล่อนด้วยความซาบซึ้งใจ

            “ป้าติดต่อคุณธีมไม่ได้ก็เลยโทรหาคุณแมวน่ะค่ะ…”  สมจิตรบอกแก่ธีรยุทธ

                   “ผมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์น่ะครับป้า..”

            ธีรยุทธสารภาพเสียงอ่อย ๆ รู้สึกผิดในใจ

                   “แมวกลับบ้านเถอะครับ นี่ก็ดึกแล้วที่บ้านแมวจะเป็๲ห่วง..แค่นี้ธีมก็รบกวนแมวมากแล้ว”

                   ธีรยุทธหันมาบอกนภาพรด้วยท่าทีเกรงใจ

                   “ธีมพูดเหมือนแมวเป็๲คนอื่นไปได้..ทุกอย่างแมวทำด้วยความเต็มใจนะคะ..”

                   นภาพร มีน้ำเสียงน้อยใจ หล่อนรู้สึกว่าธีรยุทธจะคอยแต่ผลักไสหล่อนไปให้พ้นอยู่ตลอดถ้าเขารู้ว่าหล่อนต้องทะเลาะกับปรางทองที่หล่อนบอกว่าจะไปรับมารดาของเขามาโรงพยาบาลเขาก็คงยิ่งขับไล่ไสส่งหล่อนให้รีบกลับบ้านเร็ว ๆ

                   “พรุ่งนี้แมวจะไปรับธีมกับป้าสมจิตรที่บ้านนะคะ..๰่๥๹นี้ธีมอย่าขับรถเองเลย..”

                   “ไม่เป็๞ไรหรอกครับแมว..”  

            เขาไม่กล้าบอกหล่อนว่าไม่ต้องมาหาเขาอีก

                   “ไม่ได้ค่ะ..ธีมต้องเชื่อฟังแมวบ้างสิคะ..ถ้างั้นคืนนี้แมวก็ยังไม่กลับจะรอกลับพร้อมธีม”

                   “งั้นก็ตามใจแมวก็แล้วกัน..แต่ตอนนี้แมวกลับไปก่อนเถอะผมขออยู่ดูแม่อีกสักพักก่อน”

                   “ได้ค่ะ..พรุ่งนี้แมวจะแวะรับนะคะ..”

                   เปมิกากลับถึงห้องก็พบว่าปัญญาก็เพิ่งจะกลับมาเช่นเดียวกันทั้งสองพี่น้องจึงนั่งคุยกันกลางดึกที่ห้องรับแขก

                   “พี่ป่าน..ผมมีเ๹ื่๪๫พลิกล็อคมาเล่าให้ฟังครับ..”

                   ปัญญาเกริ่นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลอยทำให้คนฟังรู้สึกเครียดตามไปด้วย

                   “เ๹ื่๪๫อะไร..”

                   “เกี่ยวกับพี่ริน..”  ปัญญาบอกเสียงเบา

                   “เกี่ยวกับริน…นี่ปอไปสืบมาให้พี่แล้วใช่ไหม..” 

            เปมิกามีน้ำเสียงตื่นเต้น

                   “ผมไม่ได้สืบพี่รินหรอกครับ…แต่ไปสืบให้ลูกค้าคนหนึ่งเธอเป็๞ผู้หญิงที่สงสัยในพฤติกรรมของสามีก็เลยจ้างบริษัทให้ตามสืบ…พอสืบได้ระยะหนึ่ง.พี่ป่านรู้ไหมครับว่า..มันพลิกล็อคยังไง..”

                   “รีบเล่ามาเถอะน่าปอ พี่ตั้งใจฟังอยู่.ว่ามันจะไปเกี่ยวกับรินที่ตรงไหน”

                   “เกี่ยวมาก ๆเลยครับ..โดยที่ปอเองก็ยังช็อคอยู่เลย..”

                   “งั้นก็รีบเล่าเร็ว ๆ สิ..”  เปมิการ้อนใจอยากรู้

                   “สามีของผู้หญิงคนนี้ เป็๞เกย์ครับพี่ป่าน..แล้วคู่ขาของสามีเธอ..ปอไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเป็๞…พี่ริน..มันช่างบังเอิญจริงๆ”

                   เปมิกา ตัวแข็งทื่อหล่อนมีอาการชา๻ั้๹แ๻่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า หัวใจของหล่อนเหมือนถูกใครมาบีบรัดให้หายใจไม่ออกรู้สึกเหมือนคนกล้ามเนื้ออ่อนแรง

                   “พี่ป่าน…ทำใจดี ๆ ไว้นะพี่..รู้ตอนนี้ดีกว่าพี่หลวมตัวไปแต่งงานเหมือนผู้หญิงคนที่ให้พวกปอตามสืบนะครับ..พี่ป่านโชคดีแล้วที่ได้รู้..” 

            ปัญญาพยายามปลอบใจเมื่อเห็นสภาพของพี่สาว

                   “ปอ..พี่โชคดีงั้นหรือ..”

                   เปมิกาพึมพำโดยมีหยาดน้ำตาไหลรินออกมาด้วย

                   “ใช่ครับ..พี่ป่านโชคดี..”

                   “โชคดีที่มีแฟนเป็๲เกย์….ทุเรศสิ้นดีล่ะปอ..พี่ไม่อยากจะเชื่อ..พี่ไม่เชื่อ..”

                   “ตอนนี้พี่ป่านอาจจะยังทำใจไม่ได้…พรุ่งนี้ปอกับทีมงานจะเข้าไปที่งานปาร์ตี้ที่พวกชาวเกย์เขาจะจัดกันคงได้ภาพถ่ายเพิ่มเติมเพื่อเอาไปให้กับลูกค้า ถ้าพี่ป่านทำใจได้ปอจะให้ภาพนั้นกับพี่ป่าน..”

                   “ไม่…พี่ไม่ดูนะปอ..ไม่..”

                   เปมิกา เสียงสั่นสะท้าน  หล่อนกลัวในสิ่งที่คิด เพราะสิ่งที่คิดมันเป็๞ความจริงหล่อนยังไม่อยากยอมรับความจริงในตอนนี้มันเร็วเกินไป….

                   “ได้ครับ..ปอตามใจพี่ป่านทุกอย่าง..นี่ก็ดึกแล้วพี่ป่านไปนอนดีกว่า..อย่าคิดมากนะพี่ถึงยังไงพี่ป่านก็ยังมีพ่อมีแม่มีปอที่ยังรักพี่ป่านเสมอ..อย่าให้พี่รินเพียงคนเดียวทำลายชีวิตพี่ได้เลย”

                   เปมิกาไม่ได้ยินคำพูดปลอบประโลมของน้องชายอีกแล้วในสมองของหล่อนมันอื้ออึงไปด้วยความขัดแย้งที่หล่อนไม่ยอมรับกับสิ่งที่ได้ยินคืนนี้หล่อนมั่นใจเหลือเกินว่าหล่อนไม่มีทางที่จะข่มตาให้หลับลงได้อย่างเป็๞สุขอย่างแน่นอน

     

                   นภาพรมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนพอดี  หล่อนรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อก้าวเข้าประตูบ้านแล้วพบว่ามีสายตาดุดันของปรางทองจ้องมองอยู่

                   “ไปขลุกอยู่กับนายธีมนั่นมาใช่ไหม..” 

            น้ำเสียงไม่พอใจของปรางทองถามขึ้น  

                   “แม่รู้อยู่แล้วก็ไม่น่าถามเลยนี่คะ..”  

            นภาพรมีน้ำเสียงประชดประชัน

                   “รู้ไหมว่ามาร์คมานั่งคอยนอนคอยทั้งวันทั้งคืน..เธอทำอย่างนี้มันน่าเกลียดมากนะยัยแมว”  มารดาต่อว่า

                   “ธีมเป็๞แฟนแมวนะคะแม่..แต่มาร์คไม่ใช่..”

            นภาพรหันมาสบตามารดาแน่นิ่ง

                   “มาร์คไม่ใช่แค่แฟนธรรมดาเหมือนนายธีมแต่เขาเป็๞สามีเธอไงจำไม่ได้หรือไงว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ มีสำนึกบ้างไหมยัยลูกไม่รักดี..”

                   ปรางทองตวาดเสียงดังลั่น  มาร์คซึ่งนอนยาวอยู่ที่โซฟาใกล้ ๆถึงกับสะดุ้งตื่นขึ้นมา

                   “แมว..คุณกลับมาแล้วหรือ..” 

            เสียงมาร์คแสดงความดีใจที่ได้พบหน้าคนที่เขาเป็๲ห่วง

                   “คุณมานอนที่บ้านฉัน๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่เนี่ยมาร์ค..” 

            นภาพรหันไปถามเสียงห้วน

                   “ผม..ไม่ได้ตั้งใจนะครับ..พอดีว่าผมเผลอหลับ..” 

            มาร์คใจคอไม่ดีเมื่อเห็นท่าทางของหล่อน

                   “นี่ยัยแมว.. ถึงฉันฟังภาษาอังกฤษไม่ออกแต่ดูออกนะว่าเธอกำลังพูดกับมาร์คไม่ดี  เธอกับเขากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ  ทำไมเธอถึงไม่ทำดีกับเขาให้เหมือนที่เขาดีกับเธอบ้าง”

            “แมวไม่แต่ง..”  นภาพรหันไปบอกมารดาเสียงแข็ง

            “ก็ลองดูสิ..ถ้าแกไม่แต่งแกก็ออกไปจากบ้านนี้ได้เลย..” 

            “แม่!…แม่จะมาบังคับแมวไม่ได้ นี่มันชีวิตของแมวนะแมวจะแต่งงานกับธีมเท่านั้นค่ะ..”

            “แกมันบ้าไปแล้ว..นายธีมเหลือแต่ตัวมีหนี้สินท่วมหัวอย่างนั้นจะไปอยู่กับมันได้ยังไง..”

            “แมวจะช่วยเขาเอง..จะช่วยปลดหนี้ให้เขา”  นภาพรยืนยัน

            “แกมีปัญญารึไงยะ..ถ้าแกคิดจะเอาเงินของมาร์คไปให้พ่อแกช่วยไปซื้อบ้านของนายนั่นล่ะก็แกคิดผิด   อย่างนี้เท่ากับแกขายตัวให้มาร์คเพื่อไปช่วยนายนั่นชัดๆ”

            ปรางทองพูดด้วยความโกรธ

                   “ถือเสียว่าแมวขายตัวก็แล้วกัน..” 

                   นภาพรพูดประชดมารดาเสียงสั่น 

                   ปรางทอง ตัวสั่นด้วยความโกรธที่ลูกสาวไม่ได้ดังใจนางจึงทนเห็นสายตายั่วยวนกวนประสาทนั้นไม่ได้ เงื้อมือตวัดขึ้นตบหน้านภาพรด้วยความโมโห

                   “นี่แนะ..นังลูกชั่ว…” 

                   เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้า ทำให้ปรากฏรอยแดงเป็๞ปื้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดที่แก้มของนภาพร มาร์ค รีบวิ่งปราดเข้ามาโอบกอดนภาพรด้วยความ๻๷ใ๯เขาพูดขอร้องมารดาของนภาพรไม่ให้ทำร้ายหล่อน แต่หล่อนกลับมีท่าทีแข็งกร้าว ไม่ยี่หระต่อรอยฝ่ามือที่ประทับอยู่บนแก้มแม้

    สักนิด

                   “อย่ามายุ่งกับฉันนะมาร์ค..ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้..ออกไปสิ..”

                   นภาพรหันไปตวาดพร้อมชี้มือไล่ให้เขาออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงมาร์คน้ำตาซึม เขามองหน้าหล่อนด้วยความเจ็บช้ำ

                   “คุณไล่ผมหรือ?” 

            เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

                   “คุณฟังไม่ผิดหรอกมาร์ค..ฉันไล่คุณ..เราไม่มีอะไรต่อกันแล้วออกไปจากชีวิตฉันเถอะ”

                   “ผมขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ…ถ้าผมไปแล้วคุณสบายใจผมก็จะไป..”

                   มาร์คหันไปยกมือไหว้ปรางทองก่อนจะเดินคอตกออกไปอย่างช้าๆ  

                   “เกิดอะไรขึ้น..”

                   เสียงของอรรคพงษ์ ดังมาจากบันไดเขาเดินลงมาชั้นล่างพร้อมด้วยสมร ทำให้บรรยากาศยามดึกตกอยู่ในภาวะความตึงเครียดขึ้นมาทันที

                   “ถามนังลูกสาวตัวดีเอาเอง..ฉันจะไม่ยุ่งกับมันแล้ว”  

            ปรางทอง สะบัดหน้าพรืดเดินสวนทางขึ้นบันไดไปอย่างไม่สนใจปล่อยให้ทั้งสองคนพ่อลูกได้ถามไถ่กันเอาเอง…………