ในบ้านพักซึ่งดูหรูหราไป่ฟานเซียนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ที่นุ่มสบายอย่างยิ่งนางสามารถเหยียดตัวอย่างเกียจคร้านได้ดั่งใจ้าในห้องนั่งเล่น ถังซื่อหยวนกำลังอธิบายวิธีใช้โทรทัศน์ให้ไป่ฟานเซียนอย่างจริงจังทั้งยังสาธิตให้ดูเป็ตัวอย่างด้วยการเปลี่ยนช่องเป็ช่องต่างๆ
“คุณไป่สนใจเกี่ยวกับเื่ไหนเป็พิเศษหรือเปล่าครับ?”
ถังซื่อหยวนถามอย่างสงสัยเขาเป็คนเดียวในตระกูลถังที่กล้าเรียกไป่ฟานเซียนแบบนี้เพราะนางเป็คนอนุญาตด้วยตัวเอง
“อืม...สิ่งนี้สามารถดูอะไรได้บ้าง?”
ไป่ฟานเซียนถามอย่างสงสัยนางค่อนข้างจะสนใจเ้าสิ่งที่เรียกว่าโทรทัศน์นี้เป็อย่างยิ่ง
“ข่าวสาร , ความรู้ , รายการบันเทิง , เพลงหรือพวกภาพยนตร์ คุณไป่สามารถดูได้ทั้งหมดครับ” ถังซื่อหยวนอธิบายอย่างใจเย็น
ก่อนหน้านี้พ่อได้มาคุยกับเขาแล้วเื่สถานการณ์ของไป่ฟานเซียนทำให้เขาเข้าใจเื่ราวและกลายมาเป็คนสอนท่านปรมาจารย์ไป่เกี่ยวกับสิ่งต่างๆอย่างจำเป็แบบนี้
“ภาพยนตร์คือสิ่งใด?”
“ภาพยนตร์ก็คือ...”
ถังซื่อหยวนใช้เวลาอยู่พักหนึ่งเพื่ออธิบายไป่ฟานเซียนถึงสิ่งต่างๆ กว่าจะรู้ตัวเวลาก็ผ่านไปทั้งบ่ายเด็กๆที่วิ่งเล่นกันอยู่ด้านนอกกลับเข้ามาในบ้านอย่างหมดสภาพแต่บนใบหน้าน้อยๆทั้งสองเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มไม่ขาดนั่นทำให้นายใหญ่ตระกูลถังที่ถือว่าวันนี้เป็วันพักผ่อนหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
“เราทานข้าวกันก่อนไหมครับ?”
ถังซื่อหยวนหันมาขอความเห็นไป่ฟานเซียนเพราะเด็กๆที่กลับมาก็เริ่มจะหิวกันแล้วเหมือนกัน
ไป่ฟานเซียนแม้ตัวเองจะไม่ต้องกินอาหารมากมายแต่พออาหารทะเลชุดใหญ่ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอก็อดจะลิ้มลองหลายๆอย่างไม่ได้เช่นกัน
อาหารอร่อยก็เป็ความสุนทรีย์อย่างหนึ่ง
ระหว่างมื้ออาหารนายใหญ่ตระกูลถังอย่างถังเทียนจี๋พลันคิดอะไรบางอย่างได้จึงหันไปถามไป่ฟานเซียนซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอย่างสงสัย
“ท่านปรมาจารย์ไป่วันอื่นๆผมจะให้คนครัวเอาอาหารมาส่งที่บ้านนี้ดีไหมครับ?”
คำถามของถังเทียนจี๋คือการถามว่านางจะทำยังไงกับอาหารในวันอื่นกลายๆสำหรับตัวไป่ฟานเซียนแล้วนางไม่มีปัญหากับการไม่ต้องกินอะไรไปสักพักแต่สำหรับเด็กน้อยทั้งสองที่มองนางตาใสนี้ต่างหากเล่าที่เป็ปัญหา
เพราะพวกเธอยังเด็ก้าสารอาหารในการเติบโตจะเลี้ยงโดยการให้กินดื่มแต่โอสถเหมือนตัวนางในตอนเด็กๆก็คงจะไม่สมควรนัก
“เอาแบบนั้นเถอะ...”
ถังเทียนจี๋ยิ้มอย่างยินดีถึงอย่างไรหลานสาวเขาก็ยังอยู่ที่นี่แล้วเขาเองก็จินตนาการภาพท่านปรมาจารย์ไป่ผู้สูงส่งลุกขึ้นมาทำอาหารเหมือนหญิงสาวทั่วไปไม่ออกเลยสักนิด
“ผมจะจัดการให้เองครับ”
“อีกเื่หนึ่ง...่นี้ผมจะให้หวงจื่อหานอยู่ที่นี่ด้วยดีไหมครับอย่างไรเขาก็เป็พ่อบ้านชั้นหนึ่งคงจะสามารถอำนวยความสะดวกให้ท่านปรมาจารย์ไป่ได้หลายๆเื่”
ถังเทียนจี๋เสนอข้อเสนอที่ไม่คาดคิดออกมาเพราะลุงหวงเป็ดั่งมือขวาของเขาและทำงานให้เขามาั้แ่หนุ่มๆการที่จะยกให้คนอื่นแม้จะแค่ชั่วคราวก็นับว่าเป็การตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่มาก
แต่นี่ก็เป็การเสนอที่ผ่านการปรึกษากับลุงหวงแล้ว
ซึ่งลุงหวงเองก็ตอบรับอย่างยินดีการได้รับใช้ตัวตนระดับไป่ฟานเซียนนับว่าเป็เกียรติอย่างยิ่งสำหรับตัวเขาแม้มันอาจจะเป็แค่่นี้ แต่มันก็ไม่มีกำหนดการณ์แน่นอนอาจจะเป็หลายเดือนหรือหลายปีก็ยังไม่ทราบ
และก็ยังเป็การเชื่อมความสัมพันธ์ให้ตระกูลถังอีกส่วนหนึ่งด้วยเพราะถึงอย่างไรลุงหวงก็ยังคิดเสมอว่าตัวเองเป็คนตระกูลถัง
“จะไม่เป็ไรรึ?”
แน่นอนว่าแม้แต่ไป่ฟานเซียนก็ยังแปลกใจ
ความจริงเธอค่อนข้างจะชื่นชอบลุงหวงอยู่ไม่น้อยเพราะเขาเป็คนที่ช่างสังเกตเป็อย่างยิ่งทั้งยังทำสิ่งต่างๆได้อย่างคล่องแคล่วโดยที่นางยังไม่ได้ขอเสียด้วยซ้ำ
ทั้งเขายังวางตัวได้อย่างเหมาะสมที่สุด
“เป็เกียรติกับผมต่างหากครับท่านปรมาจารย์ไป่” ลุงหวงค้อมตัวลงตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นก็รบกวนเ้าแล้ว...”
“ไม่รบกวนสักนิดครับ”
ในตอนกลางคืนเมื่อครอบครัวตระกูลถังขอตัวกลับไป เหลือไว้เพียงไป่ฟานเซียน ฮุ่ยเอ๋อลุงหวงและถังเย่เย่เท่านั้น
ถังเย่เย่ไม่มีความกลัวเลยสักนิดแม้จะรู้ว่าครอบครัวของเธอกลับไปเธอถึงขนาดยิ้มและโบกมือไปส่งพ่อแม่และปู่ของเธอได้ด้วยซ้ำ
ทั้งเธอยังไม่ร้องไห้งอแงเพราะเื่ไร้สาระประสบการณ์เ็ปจากการป่วยนั้นหล่อหลอมให้เด็กน้อยนี่แข็งแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันยิ่ง
“ท่านปรมาจารย์ไป่จะไปอาบน้ำก่อนไหมครับ?”ลุงหวงที่จัดการดูแลความเรียบร้อยในบ้านเสร็จก็ปิดประตูและเดินเข้ามาเด็กน้อยทั้งสองคนนั่งอยู่ด้านข้างไป่ฟานเซียนบนโซฟาและกำลังดูโทรทัศน์ด้วยแววตาใสแป๋ว
“เอาสิ”
แม้ว่านางจะไม่จำเป็ต้องอาบน้ำแต่ในตอนกลางวันไป่ฟานเซียนเดินทัวร์รอบบ้านและค่อนข้างจะสนใจห้องน้ำของบ้านหลังนี้อย่างยิ่งเพราะมันมีอ่างขนาดใหญ่ที่ทั้งทันสมัยและสวยงามติดตั้งอยู่ด้วยการลองในสิ่งที่ไม่เคยลองกลายเป็เป้าหมายใหม่ในชีวิตอีกหนึ่งหมื่นปีนี้ของนางไปเสียแล้ว
ผ่านไปราวยี่สิบนาทีไป่ฟานเซียนก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้านหลังของนางมีกลิ่นสบู่และไอน้ำลอยตามออกมา นางสะบัดเบาๆผมที่เปียกก็แห้งสนิทในตอนนี้นางอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขาสั้นสีดำที่มีลายการ์ตูน“ลิตเติลแบร์” สกรีนอยู่
ลุงหวงที่เห็นไป่ฟานเซียนครั้งแรกถึงกับใจนเกือบทำแก้วน้ำชาหล่นแต่มันไม่ใช่การใเพราะเสน่ห์ของไป่ฟานเซียนสำหรับลุงหวงที่อายุอานามขนาดนี้ทั้งยังเป็ผู้ฝึกตนทำให้เขาสามารถควบคุมตัวเองได้อย่างสุดยอดแต่สิ่งที่เขาใก็คือเขาไม่คิดว่าตัวตนที่สูงส่งอย่างไป่ฟานเซียนจะใส่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นลายการ์ตูนเช่นนั้นต่างหาก
“พวกเ้ามานี่สิ...”
ไป่ฟานเซียนส่งเสียงเรียกเด็กน้อยทั้งสองให้เข้ามาหาซึ่งพวกเธอก็ไม่ดื้อดึงอยู่แล้วเพียงครู่เดียวก็มายืนอยู่หน้าไป่ฟานเซียนเรียบร้อย
“ไปอาบน้ำใส่สิ่งนี้ลงไปในอ่างด้วย”
สิ่งที่ไป่ฟานเซียนยื่นให้คือเม็ดโอสถสีชมพูนวลๆฮุ่ยเอ๋อหยิบไปดูอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยังทำอย่างที่นายหญิงของเธอบอก
เด็กน้อยทั้งสองเข้าไปอาบน้ำพร้อมกันสำหรับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นั้นกว้างพอที่พวกเธอจะลงไปพร้อมกันสบายๆ
ก่อนจะลงไปในอ่างที่เปิดน้ำจนเต็มฮุ่ยเอ๋อก็หย่อนเม็ดโอสถสีชมพูแปลกๆเข้าไปในอ่างตามที่ถูกสั่งมา
วินาทีที่น้ำัักับเม็ดโอสถนั้นกลิ่นหอมรวมถึงแรงกดดันบางเบาก็ะเิออกมามันไม่ได้รุนแรงแต่ก็สามารถทำให้เด็กน้อยสะดุ้งกันได้ลุงหวงที่อยู่ไม่ไกลเมื่อััถึงแรงกดดันบางเบาออกมาจากห้องอาบน้ำก็ใแต่ไป่ฟานเซียนกลับส่ายหัวเป็เชิงไม่เป็ไรทำให้เขาเบาใจลงนิดหน่อย
เมื่อผ่านไปสักพักแรงกดดันนั้นก็ค่อยๆเบาบางลงจนหายไปเมื่อลุงหวงไม่สามารถััถึงแรงกดดันนั้นได้อีกฮุ่ยเอ๋อและถังเย่เย่ก็เปิดประตูและวิ่งออกมาจากห้องน้ำเด็กน้อยทั้งสองสวมชุดลิตเติลแบร์ที่ไป่ฟานเซียนซื้อให้ฮุ่ยเอ๋อก่อนหน้าซึ่งฮุ่ยเอ๋อก็ไม่หวงและยกบางส่วนให้ถังเย่เย่อย่างยินดี
พอเด็กทั้งสองเข้ามาใกล้ลุงหวงััถึงแรงกดดันของผู้ฝึกตนแผ่ออกมาจากร่างของทั้งสองคนแต่สักพักเขาก็รู้ว่ามันไม่ได้มาจากเด็กน้อยทั้งสอง แต่มาจากผิวของพวกเธอต่างหาก
“โอสถนั่นจะช่วยปรับสภาพร่างกายของเด็กพวกนี้จากภายนอกทีละนิด...”ไป่ฟานเซียนอธิบายให้ลุงหวงฟังเพราะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
สิ่งที่ไป่ฟานเซียนให้ไปคือโอสถระดับสามที่ไป่ฟานเซียนตั้งชื่ออย่างลวกๆว่าโอสถขัดผิวเป็โอสถชนิดแรกๆที่นางปรุงได้เมื่อพลังของนางเลื่อนสู่ขั้นจอมยุทธ์ั้แ่นั้นนางก็ใช้มันไม่ต่างกับสบู่จนกระทั่งทะลวงผ่านระดับปรมาจารย์
ถึงชื่อมันจะถูกตั้งอย่างไม่ใส่ใจว่าโอสถขัดผิวแต่สรรพคุณของมันคือการชำระสิ่งสกปรกบนร่างกายและในรูขุมขนช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแกร่ง ปรับปรุงโครงสร้างจากภายนอก จนร่างกายเหมาะสมกับการฝึกยุทธ์อย่างที่สุด
ส่วนแรงกดดันที่แผ่ออกมาในระดับผู้ฝึกตนนั้นจะถูกดูดซึมเข้าไปผ่านิัช้าๆหากเ้าของร่างหมั่นฝึกฝนไม่ขาดจะสามารถทะลวงเลื่อนระดับมาจากระดับรวมปราณได้ถึงระดับจอมยุทธ์ได้อย่างไม่ติดคอขวด
พูดกันตรงๆแล้วมันคือโอสถภายนอกที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับผู้เริ่มฝึกตนหรือพวกที่ระดับการฝึกตนยังไม่สูง
ลุงหวงเมื่อได้รู้สรรพคุณของโอสถอดหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้เขาไม่เคยเห็นโอสถเช่นนี้มาก่อนความสามารถในการปรุงโอสถของท่านปรมาจารย์ไป่นั้นสูงส่งอย่างแท้จริง
และตอนนั้นเองไป่ฟานเซียนก็โยนขวดยากระเบื้องสีขาวมาให้ลุงหวงซึ่งพ่อบ้านชราก็ยกมือขึ้นรับอย่างประหลาดใจ
“กินซะเ้าเองก็ต้องบำรุงเสียหน่อย”
ลุงหวงเปิดขวดกระเบื้องสีขาวออกดูวินาทีที่เขาเปิดฝาขวดก็ััได้ถึงแรงกดดันจากโอสถระดับสี่พวยพุ่งออกมาจากขวดจนเขาต้องรีบปิดมันอย่างรวดเร็ว
“ทะ...ท่านปรมาจารย์ไป่นี่คือ?” ลุงหวงถามอย่างตะกุกตะกัก
“ยาบำรุงกินก่อนนอนวันละเม็ด”
ไป่ฟานเซียนตอบอย่างเรียบง่ายแต่ลุงหวงไม่เชื่อว่าโอสถที่มีชื่อเรียบง่ายนี่จะเรียบง่ายดั่งชื่อเลยสักนิด!
“แต่นี่มันล้ำค่าเกินไปท่านปรมาจารย์ไป่...”
ลุงหวงกลั้นใจแล้วส่งคืนโอสถให้กับไป่ฟานเซียนที่เดินกลับไปนอนเหยียดบนโซฟาพร้อมกับเด็กน้อยแต่หญิงสาวไม่สนใจทั้งยังเอ่ยขึ้นมาอย่างเกียจคร้าน
“ชานี่เย็นหมดแล้ว...เ้าไปชงให้ข้าใหม่สักกาสิ?”
ลุงหวงรู้ทันทีว่านางกำลังเปลี่ยนเื่เขาจึงได้แต่รับโอสถล้ำค่าพวกนี้ไว้ด้วยความรู้สึกขอบคุณลุงหวงค้อมตัวอย่างสุภาพแล้วเข้าไปในครัวเพื่อชงชาอย่างดีให้นายหญิงคนใหม่ของเขาอย่างเร็วที่สุด
ท่านปรมาจารย์ไป่ใจดีกับคนของตัวเองอย่างแท้จริง!