"ท่านมหาดาบส ?!" อัณยาวีร์อุทานออกมา "ใช่ เป็นข้าเอง !' เสียงรับดังมาจากร่างของชายชราชุดขาวก่อนที่เขาจะเอียงหน้ามามองพวกเราที่อยู่ทางเบื้องหลัง และเมื่อผมกวาดตามองพวกเราทั้งหมด ก็เห็นแต่ล่ะคนยังคงตกตะลึงจนร่างกายชงักค้างก่อนที่มูติชาห์จะเรียกชายชราขึ้นมาจนสุดเสียง "ท่านมหาดาบส ท่านอาจารย์ของข้า...!!" เมื่อเรียกชื่อแล้ว มูติชาห์ก็ขยับร่างเตรียมจะเข้าไปคาราวะอาจารย์ของตน แต่แล้วเขาก็กลับชงักร่างตัวเองไว้ซะก่อน "อาจารย์ ท่าน... ท่านมาช่วยพวกเราจริงๆใช่ไหม ท่านยังคงเป็นพวกเดียวกับเราใช่ไหม ?" ชายชราผู้อยู่ในชุดขาวหันร่างมาเผชิญหน้ากับพวกเราทันที "เฮ้อ... นับแต่แรกมา ข้าก็ไม่เคยคิดจะไปเป็นข้ารับใช้ของพวกมารร้ายที่มุ่งหวังจะเปิดประตูมิตินรกเพื่อนำมหันตภัยอันยิ่งใหญ่มาสู่ชาวโลกหรือชาวอนันตภพทั้งหมด เจ้ายังจะเกิดความคลางแคลงในตัวข้าอีกหรือมูติชาห์ ?" ท่านจ้าวแห่งมิตทราห์เดินขึ้นมายืนคู่กับมูติชาห์ "ข้าก็บอกมูติชาห์แล้ว ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไปไม่ได้ สงสัยว่าคราวนี้คงจะมีเบื้องหลังบางอย่างแน่ๆใช่หรือไม่ท่านมหาดาบส ?" "ข้าไม่ได้คิดว่า..." มูติชาห์ขยับจะอธิบายแต่ท่านมหาดาบสยกมือขึ้นห้ามซะก่อน "การที่เจ้าสงสัยหรือหวาดระแวงในตัวข้าก็ไม่ใช่เรื่องผิดอันใดมูติชาห์ เพราะที่จริงตัวของข้าก็แทบตกไปเป็นเครื่องมือหรือกลายเป็นพวกของมันไปจริงๆ" ดวงตาทั้งคู่ของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์เบิกกว้างอย่างตกใจ "อะไรนะ ท่านมหาดาบส ท่านหมายความว่า...?" ชายชราผมขาวเบนหน้าไปทางอัณยาวีร์กับพรรคพวกที่บัดนี้ต่างก็ลุกขึ้นยืนกันทั้งหมดแล้ว "ความแค้นที่ฝังรากลึกมานานหลายปีของนางมันเกินที่ข้าจะคาดคำนวณได้ว่านางจะตัดสินใจร่วมมือกับพวกศัตรูร้ายเพื่อหวังผลในการล้างแค้นกับตัวเจ้าโดยไม่แยแสว่าจะต้องเข่นฆ่าทำลายประชาชนชาวมิตทราห์ด้วยกันลงทั้งหมดก็ตาม" ท่านมหาดาบสหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ ขณะที่สายตาของเขาก็จดจ้องดวงตาของอัณยาวีร์เขม็ง "นางได้ใช้อุบายบางอย่างวางยากับตัวข้าจนสำเร็จและจากนั้นก็ได้นำตัวข้าไปขังไว้ในห้องศิลาที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ จากนั้นนางก็ได้ใช้'บ่วงแห่งการสารภาพ'ซึ่งเป็นหนึ่งในศาตราลี้ลับของชาวเทวาซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่านางเอามาจากไหน แต่นางก็กลับใช้บ่วงนี้ทำให้ข้าเปิดปากบอกถึงสถานที่ซ่อนประตูศิลายักษ์ได้สำเร็จก่อนที่นางจะขังข้าใว้ในห้องศิลาต่อไป โดยที่นางก็คงจะไม่เฉลียวใจว่า สุดท้ายจะไม่มีสิ่งใดกักขังข้าคนนี้ได้จริงๆ" อัณยาวีร์ยังคงเชิดหน้าประสานสายตากับมหาดาบสอย่างไม่ลดละ "ท่านเก่งมากท่านมหาดาบส ข้ายังสงสัยว่า ด้วยสภาพที่สิ้นไร้เรี่ยวแรงของท่านในตอนนั้น แต่ทำไมท่านยังคงแอบหนีออกมาจากห้องศิลาอันหนาหนักนั้นได้ ?" รอยยิ้มจางๆของท่านมหาดาบสปรากฏขึ้นมาทันที "มันก็แค่ร่างกายของข้าเท่านั้นที่ถูกกักขัง หาใช่จิตวิญญาณของข้าที่ได้ถูกกักขังไว้" อัณยาวีร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสนเท่ห์กับคำตอบของมหาดาบส "หรือว่าท่านหมายความว่า...?" "ตอนนี้เจ้าคงคาดการได้แล้ว" ท่านดาบสพูดยิ้มๆ "แต่มันก็สายเกินที่เจ้าจะกลับมากักขังข้าไว้ได้อีกต่อไป" มูติชาห์ขยับร่างเข้ามายืนชิดใกล้กับท่านมหาดาบส "ท่านอาจารย์ได้ถอดจิตออกไปจากร่างที่ถูกคุมขังอยู่ใช่หรือไม่ ?" มหาดาบสพยักหน้า "ใช่แล้วมูติชาห์ จิตของข้าได้จำแลงแปลงเป็นวิหคน้อยก่อนที่จะโผบินขึ้นสู่เบื้องสูงเพื่อเมียงมองภาพรวมของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอยู่รอบๆอณาจักรมิตทราห์ที่สองแห่งนี้ และข้าก็ได้มองเห็นเหตุการณ์ต่างๆที่ได้เกิดขึ้นกับพวกเจ้าก่อนที่พวกเจ้าจะตัดสินใจเข้าไปในทางลับที่อยู่ในอุโมงค์เสียอีก" "แล้วทำไมในตอนนั้นจิตของท่านถึงกลับไม่เข้าไปตือนหรือเข้าไปช่วยเหลือพวกเราเลยล่ะท่านอาจารย์ ?" มูติชาห์ถามอย่างสงสัย "การที่ตัดสินใจไม่เข้าไปช่วยเหลือพวกเจ้าในตอนนั้นก่อนอย่างอื่น มันก็ย่อมมีเหตุผลอันสำคัญอยู่" ท่านมหาดาบสกล่าวเนิบๆก่อนจะหันไปจับตาอยู่ที่ไอริน "เพราะในขณะนั้นข้าก็ได้เห็นหนึ่งในพวกเจ้าได้แยกตัวหนีไปอีกเส้นทางหนึ่ง ดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจที่จะตามนางไป" พอท่านดาบสพูดถึงตรงนี้ ทุกคนก็หันไปมองที่'ไอริน'กันเป็นตาเดียว จากนั้นท่านดาบสก็เล่าต่อไป "ในขณะนั้น ข้าก็ได้คำนวณแล้วว่า หากข้าลงมือไปช่วยเหลือพวกเจ้าที่กำลังสู้รบกับพวกอัณยาวีร์ ก็อาจจะทำให้นางไหวตัวทันว่าเป็นฝีมือข้านั่นเองที่ลงมือถึงแม้ว่าตัวของข้าจริงๆจะก็ยังคงถูกคุมขังอยู่ในห้องศิลาก็ตาม และนั่นก็กลับยิ่งจะทำให้ข้าหลบหนีออกมาได้ยากยิ่งขึ้น หรืออาจไม่มีโอกาสที่จะหนีออกมาได้เลยด้วยซ้ำถ้านางกลับมาคุมเข้มห้องขังศิลายิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าหากข้าลอบติดตามแม่หนูที่แยกหนีไปคนเดียว ก็อาจจะไม่มีใครสังเกตุหรือคาดได้" "อา..." ท่านจ้าวแห่งมิตทราห์อุทานออกมาเบาๆ "ข้าพอมองออกแล้ว ท่านดาบสคงคาดหวังให้แม่หนูนั่นได้มาช่วยเหลือท่านในภายหลังอีกที่ !" "หมายความว่า..." มูติชาห์ก็มีอาการตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน "หลังจากที่จิตของท่านอาจารย์ได้ช่วยเหลือไอรินให้รอดพ้นอันตรายจากการติดตามของพวกทหารปิศาจแล้ว ท่านอาจารย์ก็ได้ให้นางเข้าไปช่วยเหลือท่านออกมาจากห้องขังศิลางั้นสินะ ?!" ท่านมหาดาบสพยักหน้าเบาๆ "ใช่แล้ว แม่หนูเป็นคนฉลาดและมีไหวพริบยอดเยี่ยม นางได้ลอบไปเอาคฑาของข้าที่ถูกซ่อนไว้ในอีกที่หนึ่งมาช่วยให้ข้าหนีออกมาได้ แม้ว่าก่อนหน้านั้นนางกลับเกือบจะตกหน้าผาไปจริงๆก็ตาม นี่นับว่ายังดีที่บุญบารมีของนางยังมี ก็เลยยังมีคนอื่นที่ได้มาช่วยนางไว้อีกคนนอกจากข้าคนนี้แล้ว" อะไรนะ...? ยังมีคนอื่นที่มาช่วยไอรินอีกคนหรือ ท่านมหาดาบสกำลังพูดถึงใครกันนะ ? ก็แล้วมันยังจะมีใครอีกหรือ นอกจากพวกเราที่มาด้วยกันในที่แห่งนี้น่ะ ?!
(โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้นะครับ)