ณ ตำหนักขององค์ชายยาลูแห่งชิตัน ภายในพระราชวังแคว้นฉิน
“ท่านเสนาบดีขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
“ให้เข้ามาได้” องค์ชายตรัส “ท่านไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ท่านเสนาบดี”
“พระองค์ก็เช่นกัน พะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“และผู้หญิงคนนี้คือใคร ทำไมท่านถึงให้ติดตามมาด้วยล่ะ” องค์ชายทรงสงสัย
“นางคือ ไป่หลิง เป็สาวใช้ของกระหม่อม กระหม่อมไว้ใจนางมาก เลยให้ติดตามมาด้วยพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ อธิบาย
“ท่านว่าธุระท่านมาเถอะ” องค์ชายตรัส
“พระองค์ยังทรงอยากทราบว่า ใครเป็ผู้ช่วยชีวิตของพระองค์ไว้เมื่อคราวนั้นอีกหรือเปล่า พะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“ไม่ล่ะ เราลืมนางได้แล้ว ตอนนี้ใจของเราก็มีต่งหนานแล้วด้วย” องค์ชายตรัสไปอย่างนั้นเอง
“กระหม่อมขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่มีอะไรแล้ว งั้นขอทูลลา” ท่านเสนาฯ กล่าว
ท่านเสนาบดีกับไป่หลิงกำลังจะหันหลังกลับ แต่แล้วพระองค์ก็รีบตรัสว่า “ท่านรีบบอกเรามาเถอะ ว่านางเป็ใคร” จริงๆ องค์ชายก็ทรงอยากรู้
“นางคือ ต่งหนิง บุตรสาวคนรองของท่านอำมาตย์พะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“555 555 ท่านโกหกล่ะสิ นางคงอยากจะช่วยน้องสาวตัวเองมาก เลยให้ท่านมาโกหกเรา ครั้งที่แล้วก็มาบอกว่าจะเข้าพิธีอภิเษกแทนน้องสาว ครั้งนี้ยังให้ท่านมาช่วยโกหกบอกว่าต่งหนิงเป็ผู้หญิงคนนั้น” องค์ชายทรงไม่เชื่อ
“นางคงไม่ทำอย่างนั้นหรอกพะย่ะค่ะ เพราะจริงๆ นางต่างหากที่ขอให้กระหม่อมปกปิดพระองค์ไม่ให้บอกว่านางเป็ใคร” ท่านเสนาฯ อธิบาย
“เราไม่เชื่อท่านหรอก” องค์ชายตรัส
“เหตุใดพระองค์ไม่ทรงพิสูจน์เองล่ะพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“ได้ งั้นเราจะพิสูจน์เอง” องค์ชายตรัส
*********************************
“ท่านว่า ได้ผลแน่หรอ” ไป่หลิงสงสัย
“คอยดู ต่อไปก็แล้วกัน” ท่านเสนาฯ กล่าว
ทั้งท่านเสนาฯ และไป่หลิงเฝ้าติดตามองค์ชายยาลูไปทุกที่ จนกระทั่งพบว่าองค์ชายปลอมองค์เป็ชายแก่ แล้วเดินทางไปยังโรงแจกทาน ต่งหนิงมีนิสัยใจบุญชอบนำอาหารมาแจกจ่ายชาวบ้านผู้ยากไร้ โดยเฉพาะพวกขอทาน
องค์ชายในรูปชายแก่นั้นเดินเข้ามารับอาหารเป็คนสุดท้าย แต่ทว่าอาหารกลับหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือเลย
“ตาคะ อาหารหมดแล้ว วันพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะตา” สาวใช้กล่าว
“ตาอดอาหารมาหลายวันแล้ว วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” องค์ชายทรงตรัสแบบเสียงชายแก่
สาวใช้จึงนำความไปแจ้งคุณหนูต่งหนิง และบอกว่าตอนนี้แม่ครัวก็กลับแล้วด้วย ต่งหนิงมองมาที่คุณตาก็รู้สึกสงสาร เลยตัดสินใจจะเป็คนทำอาหารให้คุณตาเอง เลยเดินมาบอกด้วยตนเองว่า
“คุณตาคะ รออยู่นี่สักครู่ก่อนนะ เดี๋ยวข้าจะเป็คนทำอาหารให้เอง” แล้วต่งหนิงก็หันหลังไปทำอาหารให้
ซึ่งอาหารที่ต่งหนิงทำก็เป็อาหารง่ายๆ ทำตามวัสดุที่พอมีเหลืออยู่ นั่นคือผัดผักใส่หมูกับข้าวเปล่า พอคุณตาได้กินเท่านั้น ก็รู้ทันทีว่าต่งหนิงเป็ผู้หญิงคนนั้นจริงๆ เพราะผู้หญิงที่ช่วยชีวิตตนและปกปิดใบหน้าไว้เคยทำอาหารอย่างเดียวกันให้ตนกิน องค์ชายที่ปลอมเป็คุณตาจดจำรสชาติอาหารได้อย่างแม่นยำ
พอต่งหนิงเห็นคุณตาทานอาหารที่ตนทำจนหมด ก็รู้สึกดีใจ ยิ้มออกมาทันที เมื่อองค์ชายได้เห็นรอยยิ้มของต่งหนิงเท่านั้น ก็รู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด
“อร่อยมั้ยคุณตา” ต่งหนิงถาม
คุณตาพยักหน้า
ต่งหนิงยิ้มให้ แล้วรีบบอกสาวใช้ให้นำอัฐให้คุณตาไป จากนั้นก็เดินจากไป
*********************************
องค์ชายที่ยังปลอมเป็คุณตาอยู่ เดินมาที่ท่านเสนาบดีกับไป่หลิง เพราะพระองค์เป็คนมีวรยุทธ์สูง จะรู้ทันทีว่ามีใครติดตาม
“นางใช่ผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ ถาม
“ใช่นาง จริงๆ” องค์ชายทรงเชื่อแล้ว
“แต่ในเมื่อพระองค์มีต่งหนานอยู่แล้ว ต่งหนิงก็คงไม่มีความหมายต่อพระองค์อีกแล้วใช่มั้ยพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาฯ กล่าว
“เราอยากนาง ท่านเสนาบดี แต่นางคงไม่ยอมรับเรา” องค์ชายตรัส
“งั้นพระองค์ทรงเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นให้ฟังได้มั้ยเพคะ หม่อมฉันอาจจะช่วยอะไรได้บ้างเพคะ” ไป่หลิงอยากรู้ต้นสายปลายเหตุ
“เื่มีอยู่ว่า เราได้มาเยี่ยมแคว้นฉินเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ระหว่างที่เดินทางมา กลับถูกนักฆ่าชุดดำลอบทำร้ายจนาเ็สาหัส พยายามหนีเข้าไปในถ้ำ สักพักฝนก็ตก แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งใช้ผ้าปิดครึ่งหน้าเข้ามาหลบฝนในถ้ำ นางเห็นเราเข้า จึงช่วยห้ามเืและรักษาาแเบื้องต้น อีกทั้งนำอาหารที่ติดตัวมาให้เรากินทั้งหมด เมื่อฝนหยุด นางก็กลับไป แต่วันถัดมาก็นำอาหารและหยูกยามาให้ทุกวัน จนกระทั่งเราแข็งแรงขึ้น เราเริ่มไว้ใจนาง เราเลยบอกนางว่าเราเป็องค์ชายยาลู แต่นางกลับไม่บอกว่านางเป็ใคร ไม่เพียงเท่านั้นนางยังไปแจ้งให้ท่านเสนาบดีมารับตัวเรากลับ เราโกรธนางที่นางไม่ไว้ใจเรา เราเลยแกล้งลวนลามนาง นางโกรธเรามาก ตบหน้าเราแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที เราพยายามสืบแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้ว่านางเป็ใคร” องค์ชายทรงเล่า
“แต่พระองค์ก็ทรงทำเกินไปจริงๆ นะเพคะ นางอุตส่าห์ช่วยชีวิตพระองค์ พระองค์ยังลวนลามนางอีก” ไป่หลิงพลั้งปาก
ท่านเสนาฯ รีบจับแขนไป่หลิงเพื่อให้ระวังคำพูด ไป่หลิงได้สติเลยว่า “หม่อมฉันขออภัยเพคะ หม่อมฉันลืมตัว”
“ช่างเถอะ เราทำเกินไปจริงๆ เราพอมีแผนแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจัดการเอง”
*********************************
เช้าวันรุ่งขึ้น ต่งหนิงถูกเรียกตัวให้เข้าเฝ้าองค์ชายยาลู
“เรามาคิดดูแล้ว ให้เ้าอภิเษกแทนน้องสาวของเ้าก็ดีเหมือนกัน เ้าคงจะปรนนิบัติเราได้ดีเป็แน่” องค์ชายตรัส
ต่งหนิงรู้สึกโกรธแค้นั้แ่ครั้งที่แล้ว เลยกล่าวว่า “หม่อมฉันเปลี่ยนใจแล้วเพคะ ในเมื่อตอนนี้น้องสาวของหม่อมฉันก็เข้มแข็งดี ส่วนพระองค์ก็คงดูแลนางได้ดี หม่อมฉันก็จะไม่ขัดขวางทางรักของพระองค์เพคะ” “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หม่อมฉันขอทูลลานะเพคะ”
ต่งหนิงหันหลังกลับไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ
องค์ชายยาลูพึมพำว่า “เราต้องเ้าให้ได้ ต่งหนิง”
*********************************
วันถัดมา ต่งหนิงกำลังจะเดินทางไปยังโรงแจกทานอีก แต่กลับต้องสวนทางกับขบวนเสด็จขององค์ชายยาลูที่หมายจะเสด็จเยี่ยมราษฎรแคว้นฉิน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันคือ อยู่ดีๆ ก็มีชายชุดดำลึกลับเข้ามาโจมตีขบวนเสด็จขององค์ชาย ทำให้ต่งหนิงต้องโดนลูกหลงไปด้วย
ไป่หลิงกำลังจะเข้าไปช่วยองค์ชายและต่งหนิง แต่กลับถูกท่านเสนาบดีรั้งตัวไว้
“ทำไมพวกเราไม่รีบเข้าไปช่วยองค์ชายล่ะ” ไป่หลิงถาม
“เ้าดูดีๆ สิ ไป่หลิง องค์ชายเป็คนจัดฉากเอง” ท่านเสนาฯ อธิบาย
เมื่อไป่หลิงพิจารณาดูดีๆ ก็เห็นชายชุดดำวิ่งไล่ตามองค์ชาย แต่ไม่ได้ทำร้ายผู้ใดเลย และตัวองค์ชายก็ฉวยโอกาสนี้คว้าตัวต่งหนิงวิ่งหนีชายชุดดำด้วยกัน จนกระทั่งคนทั้งคู่เข้าไปหลบในถ้ำ ไป่หลิงและท่านเสนาบดีเฝ้าติดตามดูเหตุการณ์มาโดยตลอด พอถึงถ้ำแล้วกลุ่มชายชุดดำก็พากันไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายกลับมาเป็ทหารองครักษ์คอยคุ้มครององค์ชายอยู่ด้านนอกของถ้ำทันที
“เป็แผนขององค์ชายจริงด้วย” ไป่หลิงกล่าว
“ก็เห็นมั้ยล่ะ ข้าบอกแล้ว” ท่านเสนาบดีกล่าว
*********************************