แนะนำตัวละครเพิ่มเติม
Name : แสงโส, รัตติกร ศิริพฤกษพงษ์
อายุ : 25ปี
Name : ลี รชต สุวรรณคีรี
อายุ : 25ปี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ตลอดทั้ง่เช้าต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าเป็อะไรที่วุ่นวายสุดๆ
วุ่นวายแรกคือตอนเจ็ดโมงเช้าจาฟาห์มารับฉันพร้อมกับคุน
มาพร้อมกันไม่ว่าแต่จาฟาห์น่าจะลืมบอกคุนไปนะว่าห้องชั่วคราวฉันคือม่านรูด เพราะฉะนั้นนึกคิดสีหน้าของคุนออกมั้ยว่ามันจะเป็ยังไง เมื่อเข้าใจว่าเพื่อนชายพาตัวเองเข้าม่านรูด
โวยวายสิรออะไร
ใช่ คุนโวยวายใส่จาฟาห์ใหญ่เลยว่าพาเขาเข้าโรงแรมทำไม จนได้มาเห็นว่าฉันก็อยู่ด้วย ทีนี้คุนเลยยิ่งโวยวายใส่จาฟาห์ไปอีกรอบหนึ่งว่าทำไมถึงปล่อยให้ฉันนอนม่านรูด
ฉันเลยต้องอธิบายให้คุนฟังยกใหญ่ ที่นี้แหละ คุนก็เลยเปลี่ยนเข็มเบนมาโวยวายใส่ฉันแทนว่าทำอะไรไม่รู้จักระวังตัว ปากก็บ่นนะ แต่ขาก็คือเดินเข้าห้องไปลากกระเป๋าสามใบของฉันออกมาใส่หลังรถของจาฟาห์แล้ว
แล้วจะบ่นทำไมให้เหนื่อยนะ?
"อย่าบอกว่านะว่าเมื่อวานก็คือถ่ายรูปนั้นกันในม่านรูด?" คุนเอ่ยถาม ฉันกับจาฟาห์หันไปมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้ารับ
"อือ"
"ไอ้ฟาห์!" คุนเขย่าคอจาฟาห์ไปมา และบ่นจาฟาห์ไปอีกยกใหญ่ หลังจากที่รู้ว่ารอยลิปสติกบนปกเสื้อเมื่อวานก็คือของฉันเองรวมทั้งจาฟาห์ยังนอนที่ห้องฉันก่อนกลับด้วย
บ่นไปบ่นมาฉันรู้สึกว่าน่าจะยาวนานเลยชวนขึ้นรถ โดยที่ฉันเองก็รู้หน้าที่เดินหนีไปนั่งเบาะหลัง เบาะหน้าก็ให้คุนนั่งไป
ระหว่างทางนอกจากเสียงเพลงที่จาฟาห์เปิดคลอเบาๆ แล้วก็มีเสียงฟึดฟัดของคุนนี้แหละที่ดังออกมาให้ได้ยินเป็ระยะ
"คุนนี่ เลิกหงุดหงิดได้แล้ว เดี๋ยวก็หน้าเหี่ยวก่อนแก่หรอก" ฉันเอ่ยบอกคุน โดยที่ก็โน้มตัวผ่านช่องว่างข้างหน้าไปหาเขาทั้งสอง
"เนี๊ยะๆ ไม่ต้องขมวดแล้ว เห็นมั้ยว่าหน้าหมดหล่อเลยอาตี๋" ฉันเอานิ้วจิ้มๆ ที่รอยย่นระหว่างคิ้วของคุนและนวดคลึงมันเบาๆ จนคิ้วของเขากลับมาเป็เหมือนเดิม
คุนปัดมือฉันออกอย่างไม่แรงนัก ก่อนที่ตาเรียวๆ นั่นจะหรี่มองมาทางฉันคล้ายกับว่ากำลังจับผิด แต่แค่แป๊บเดียวมันก็หายไป
"ทำตาแบบเมื่อกี้หมายความว่าไงอ่ะ" ฉันถามคุน จะบอกว่ามันดูตลกหน่อยๆ นะ ด้วยความที่คุนเป็คนตาตี่อ่ะ ตอนที่หรี่ตามองฉันมันถึงได้ดูเหมือนเขามองไม่ชัดมากกว่าจะคาดคั้นเอาคำตอบ
"เื่ที่เธอพูดกับไอ้ฟาห์เอาจริงหรอ?"
"จริงดิ เอาด้วยมั้ยล่ะ" ฉันถามคุนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ก็น่าสนใจอยู่..." คุนเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา "งั้นฉันเอาด้วย"
"มันก็ต้องเป็งั้นอยู่แล้วคุนนี่" ฉันเอื้อมมือเล็กไปดึงแก้มของคุนจนมันยืดเหมือนแป้งโมจิ เห็นแล้วน่ามันเขี้ยวมาก อิจฉาพ่อแม่หมอนี้ชะมัดที่เคยได้บีบได้ดึงแก้มนิ่มๆ นี่ตอนยังเป็ก้อนซาลาเปา
เวลา 09.45น.
จาฟาห์ขับรถพาฉันกับคุนมาจนถึงห้องเช่าใหม่ที่ฉันหามาได้เมื่อวานบอกเลยว่ามันดูไกลจากมหาลัยและคอนโดของเดย์จนเหมือนอยู่กันคนละซีกโลก
เมื่อรถจอดสนิท ฉันก็เดินนำทั้งสองคนไปยังอาคาร2 ชั้น2 ห้อง227
คุนเดินตามฉันเข้ามาในห้องไม่ห่าง โดยมีจาฟาห์ที่เป็คนคอยลากกระเป๋าทั้งสามใบขึ้นมาให้ฉัน
เหมือนลูกเป็ดเลย
"ห้องเล็กไปหน่อยนะ" คุนเอ่ยปากพูด "แต่ถ้าเธออยู่คนเดียวแค่นี้ก็คงพอ"
"อืม ฉันก็คิดแบบนั้น"
"แต่ห้องโคตรว่าง" คุนเอ่ยขึ้น นั่นจึงทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ซื้อที่นอนและตู้เสื้อผ้าเล็กๆ เลย
ครืดดดด ครืดดด
เสียงสั่นของมือถือดังขึ้น ทำให้ปากที่กำลังจะอ้าพูดต้องหยุดชะงัก เมื่อลองใช้มือจับดูก็พบว่ามันคือโทรศัพท์ของฉันเอง
พี่โสม
"ฮัลโหลคร้าบบบ" ฉันกดรับสาย
[พี่กับไอ้ลีว่าจะไปหา เราอยู่ตรงไหน มาเจอกันหน่อย]
"วันนี้ไม่น่าว่างอ่ะพี่ หนูเพิ่งย้ายของมาห้องใหม่เสร็จ นี่ก็ว่าจะไปหาซื้อของเข้าห้องเพิ่ม"
[งั้นส่งโลมา เดี๋ยวพี่ไปหาเราเอง]
"โอเคคร้าบ"
ติ๊ด!
เมื่อคุยกับพี่โสมและกดวางสายแล้ว ฉันก็เห็นว่ามีสายตาสองคู่ที่กำลังมองอย่างจัดผิด
เหมือนฉันแอบไปเล่นชู้ แล้วลูกสองคนรู้เลยแหละ
"ไอ้โสมจะมาหรอ?" คุนเอ่ยถาม
"อือ พี่โสมบอกว่าจะมาหาน่ะ" ฉันตอบ พลางเดินลากกระเป๋าเข้าไปยังมุมในสุดของห้อง มือก็กำลังกดส่งโลเคชั่นที่อยู่ปัจจุบันให้กับพี่โสม
"มันมาก็ดี จะได้มาช่วยเธอจัดห้องด้วย"
"ถ้านายว่างั้นฉันก็ไม่มีปัญหา ปะ ไปหาซื้อข้าวกินกัน"
จบคำของฉัน พวกเราสามคนก็พากันเดินออกจากห้อง และขึ้นรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง
ตื๊ดดด ตื๊ดดด ติ๊ด!
"ฮัลโหลพี่โสม มาที่ ××× นะหนูแวะไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยหาซื้อของ"
[โอเค]
ติ๊ด!
พี่โสมวางสายไปหลังจากที่เราคุยกันได้แค่ประโยคเดียว ทำเอาฉันงงกับความเร็วนั้นนิดหน่อย แม้ว่าจะโดนอยู่เป็ประจำแล้วก็ตาม
ห้างสรรพสินค้า ×××
หลังจากที่มาถึง พวกเราสามคนก็เดินตรงไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง
พวกเราสั่งอาหารเป็ชุดเซ็ท แต่ก่อนที่จะได้เมนู ฉันก็เห็นได้ว่าพนักงานสาวของที่นี่กำลังแอบกรี๊ดกร๊าดคุนกับจาฟาห์ จนเกือบจะมาวางเมนูอาหารช้ากว่าเวลาที่ร้านกำหนด
"ขอบคุณค่ะ" ฉันกล่าวขอบคุณ ก่อนจะรับเอาเมนูมาจากพนักงานส่งให้คุนกับจาฟาห์
"ฉันเอาเซ็ทที่มีกุ้งนะ" ฉันบอกกับจาฟาห์ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับและมองไปทางคุน
"เอาเซ็ทปลาแล้วกัน" คุนพูดจบ จาฟาห์ก็พยักหน้ารับและหันไปสั่งกับพนักงาน
"เอาเซ็ทเอสอง เซ็ทบีหนึ่ง เื่ดื่มเอาเป็ชาเขียวสองและฟรุ๊ตพั้นซ์หนึ่ง น้ำเปล่าสามครับ"
"ขออนุญาตทวนรายการอาหารนะคะ รายการอาหารของคุณลูกค้าจะมีเป็เซ็ทเอสองที่ เซ็ทบีหนึ่งที่ ชาเขียวสอง ฟรุ๊ตพั้นซ์หนึ่ง น้ำเปล่าสามนะคะ มีรายการเพิ่มเติมมั้ยคะ"?
"ไม่มีครับ"
"รอสักครู่นะคะ" กล่าวจบน้องพนักงานก็เดินเอาเมนูไปเก็บและเข้าไปกดคีย์เมนูอาหารลงในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่จะเดินกลับมาพร้อมกับใบแจ้งค่าอาหารที่บอกจำนวนเงิน
จากนั้นไม่นานพนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟต่อด้วยอาหารเซ็ทที่พวกเราสั่งไป
นั่งกินกันได้ไม่เท่าไหร่ พี่โสมกับพี่ลีก็ตามมาสมทบเพราะฉันบอกชื่อร้านและชั้นให้พี่ลีในแชทไปแล้ว
"พวกนายกลับเลยก็ได้นะ เดี๋ยวที่เหลือฉันให้พี่ลีกับพี่โสมช่วยเอง"
"...เอางั้นก็ได้" ทั้งจาฟาห์และคุนต่างมีความเห็นเดียวกัน เพราะตอนนี้งานต่อโมเดลของยังมีส่วนที่ต้องทำอยู่อีก ดังนั้นพวกเขาจึงได้ตกลงกลับแต่โดยดี
"เจอกันที่มอ" ทั้งสองบอกฉันก่อนจะเดินแยกออกไป
"อื้อ" ฉันพยักหน้ารับให้กับทั้งสอง แต่พอคล้อยหลังพวกเขาไปแล้ว สีหน้าของฉันก็เปลี่ยนไป
"เปลี่ยนหน้าไวเป็กิ่งก่าเปลี่ยนสีเลยนะเราอ่ะ" พี่ลีผลักหัวฉัน
"เปลี่ยนเพราะหนูคิดอะไรบางอย่างออกต่างหาก" ฉันบุ้ยปากบอกพี่ลี ก่อนจะหันไปหาพี่โสม
"ไงคะ สุดหล่อ"
"ไม่ต้องมาไงคะสุดหล่อ ไหนเล่าเื่ทั้งหมดมาเลย"
"เชอะ! เบื่อพี่ว่ะ"
และหลังจากนี้ก็คือเื่วุ่นวายที่สองของวัน หลังจากที่ฉันได้เอ่ยปากขอให้พี่เขาช่วยเหลือไป พอฟังจบพี่โสมกับพี่ลียืนยันกันเองเป็มั่นเป็เหมาะ ว่าจะเป็คนช่วยจัดห้องให้ ฉันจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยอมอ่ะ
"แน่ใจนะว่าจะทำจริง" พี่ลีหันมาถามย้ำอีกครั้ง หลังจากที่เราทั้งสามคนออกมาจากร้านขายชุดผ้านอนปูที่นอน
"อะไรที่ทำแล้วมันทำให้รักได้ในสิ่งที่้า รักยอมทำหมดแหละ"
"แม้ว่ามันจะทำให้ตัวเราดูไม่ดีอ่ะนะ" พี่โสมเอ่ยปากถาม ทั้งที่มือก็ยังคงถือเบาะนอนให้ฉัน
"รักไม่มีอะไรจะเสียนี่พี่ ตอนนี้ใครจะคิดเกี่ยวกับรักยังไงรักไม่สน รักสนแค่ว่าความ้าของรักเป็จริงก็พอ"
ที่บอกว่าไม่มีอะไรจะเสียก็แค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือเพื่อนๆ พี่ๆ ในคณะต่างก็ยังไม่มีใครมาปากหมาใส่ นินทาลับหลัง หรือเอาฉันไปพูดไม่ดี ฉันเลยไม่ต้องเก็บมันมาใส่ใจให้มากนักเลย ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเรียน
ถึงจะเป็แบบนั้น แต่พอมีเื่ก็สามัคคีกันเฉย ฉันงงมากแม่
"ไอ้แทนรู้รึยัง" พี่ลีถาม
"หึ" ฉันส่ายหน้ารัวๆ หลังจากได้ยินชื่อนี้ ก็แน่ละ ถ้าไอ้พี่แทนรู้มีหวังมันมาจับหัวเดย์กดโอ่งน้ำแน่ ไอ้นี่มันโหด
"หึหึ" พี่โสมหัวเราะออกมาหลังจากที่เห็นปฏิกิริยาตอบรับจากฉัน แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรและยืนอยู่กลางแดดให้ร้อนไปมากกว่านี้ พี่ลีก็จัดการแย่งของในมือพี่โสมไปยัดใส่ท้ายรถแล้วหันมาสั่งให้พวกเรากลับห้องของฉัน
แน่นอนว่าพอมาถึงพี่โสมก็มีปฏิกิริยาตอบรับที่เหมือนคุนตอนรู้ว่าฉันนอนม่านรูดเลย
"ห้องอย่างเล็ก แน่ใจนะว่ามันจะพอวางเสื้อผ้ากับรองเท้าของเราอ่ะ" พี่โสมหันมาถามฉันพร้อมกับพยักหน้าไปทางกระเป๋าสามใบใหญ่ที่วางอยู่มุมห้อง
"แหะๆ ก็น่าจะพอแหละพี่"
ต่อจากนั้นทั้งพี่ลีและพี่โสมต่างก็พากันช่วยฉันจัดห้อง แรกเริ่มคือการประกอบตู้เสื้อผ้าสองตู้ให้กับฉัน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องขอชมเชยในความพยายามของทั้งสองคนมาก
ที่แม้ว่าตอนแรกจะงง แต่สุดท้ายก็ประกอบมันจนสำเร็จและพาไปยังจุดที่พี่แกวางแผนเองอะไรเองเสร็จสรรพโดยไม่ถามฉันสักคำ
ฉันจึงได้แยกตัวออกไปจัดเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้ใบแรก จากนั้นก็มีตู้ใบที่สองที่เพิ่งประกอบเสร็จก่อนที่ฉันจัดเสื้อผ้าเข้าตู้หมดก็ตามมา ตู้นี้เป็เก็บรองเท้าที่มีขนาดรองลงมาจากใบแรกครึ่งต่อครึ่ง
จากนั้นพี่โสมก็ประกอบตู้ใบที่สามซึ่งก็คือตู้เก็บเครื่องประดับที่มีกุญแจและตัวล็อกอย่างแ่า มันเป็เพียงแค่ตู้สีขาวโง่ๆ ที่สามารถวางไว้บนชั้นรองเท้าที่อยู่ใกล้ๆ ตู้เสื้อผ้าได้
ส่วนพี่ลีก็แยกไปประกอบโต๊ะเครื่องแป้งไม้อัดขนาดกลาง ต่อเสร็จก็ลากไปใกล้ตู้เสื้อผ้า
พอจัดมุมลงตัว ฉันก็ต้องงงอีกรอบเมื่อเห็นว่าพี่โสมกำลังประกอบฉากกั้นที่ฉันไม่รู้ว่าพี่แกไปหามาตอนไหนสองอัน อันแรกกั้นระหว่างที่นอนกับโซนแต่งตัว อันที่สองกั้นระหว่างโซนแต่งตัวและห้องน้ำกับระเบียง ตอนนี้ห้องฉันจึงได้มีสามช่อง ทำให้ห้องมันดูเล็กลงไปอีก แต่ก็ดูเป็ระเบียบและดูปลอดภัยกับตัวฉันมากขึ้น
"ต่อไปก็ทำความสะอาดพื้น" พี่โสมพูดขึ้น ฉันจึงได้อาสาไปทำเอง เพราะตอนนี้ฉันคิดว่าพี่ทั้งสองคนน่าจะพักกันได้แล้ว
ฉันทำความสะอาดห้องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทั้งสองคนประกอบเตียงเสร็จและยกมาวางที่มุมห้องใกล้หน้าต่าง
และเมื่อฉันยกข้อมือขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็เวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว
"เสร็จจากนี้ไปอาบน้ำและออกไปกินข้าวกันนะ" ฉันเอ่ยบอกทั้งสอง ซึ่งพวกเขาก็พยักหน้ารับ ก่อนจะจัดการกับโซนห้องนอนให้ฉันจนเสร็จ ไม่ใช่แค่ยกวางแต่รวมถึงใส่ปลอกหมอน ปูผ้าเสร็จสรรพ เออ จัดเรียงตุ๊กตารูปจู๋ตัวใหญ่ไว้บนหัวนอนให้ฉันด้วย
"พี่เอามันมาทำไม" ฉันหรี่ตาเอ่ยถามพี่โสม เมื่อเห็นว่ามือหนาของอีกฝ่ายกำลังจัดวางไอ้ตุ๊กตาจู๋นั่นอย่างพิถีพิถัน มีบางครั้งที่พอละสายตาไปแล้ว พี่แกก็จะหันกลับมามองและหยิบมันขึ้นมาถือไว้พร้อมกับหัวเราะในลำคอ
"เผื่ออยากใช้" พี่โสมยักคิ้วตอบ นั่นแหละเขาถึงได้โดนฉันปาไอ้ตุ๊กตาเวรนั้นใส่หัว
ส่วนพี่ลีก็หัวเราะอย่างเดียวไม่มีห้ามอะไรทั้งนั้น เพียงครู่เดียวเขาก็เอ่ยปากขอตัวเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำล้างตัวซะหน่อย เพราะถ้าออกไปสภาพนี้เขาคงทนความสกปรกของตัวเองไม่ไหว ซึ่งพี่โสมก็เห็นด้วย แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อคิดได้ว่าพวกเขาไม่มีเสื้อผ้าสำรองติดรถมา
ความคิดนั้นเองที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันเองก็ยังไม่ได้ซื้อผ้าขนหนูสำรองมาเก็บไว้ในห้องเหมือนกัน
"งั้นพวกพี่ก็อาบน้ำรอไปก่อนนะ เดี๋ยวรักไปซื้อผ้าขนหนูกับเสื้อผ้ามาให้"