ฮือ ฮือ ฮือ ข้าวปั้นนั่งรถแท็กซี่เพื่อกลับบ้านแม่ทั้งยังร้องไห้หนักมากมือเล็กหยิบทิชชูมาเช็ดน้ำตาไปร้องไห้ไปจนจะหมดม้วน เนื่องเพิ่งจะโดนชายคนรักทิ้งมาหมาด ๆ ใช่แล้วล่ะฟังไม่ผิดผมโดนคนรักบอกเลิกั้แ่อาทิตย์ก่อนและไม่คิดว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองทั้งที่หวังเอาไว้ว่าความรักในครั้งนี้จะไปได้ดี แต่มันกลับพังไม่เป็ท่าจนไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ตัวเองผิดหวังในความรัก
“นี่ไอ้หนูเอ็งเป็อะไร ร้องไห้หนักขนาดนี้” คุณลุงคนขับแท็กซี่ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเพราะเห็นว่าั้แ่เขาก้าวขาขึ้นรถมาก็เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุดจนขับมาได้ครึ่งทางแล้วก็ไม่เห็นว่าจะหยุดจึงถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ฮือ ฮือ เปล่าครับลุง ผมแค่อกหัก”
“โถ่ ไอ้หนูไม่ต้องไปร้องไห้เสียใจหรอก แฟนหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้คนดี ๆ มีอีกเยอะแยะ”
คุณลุงแท็กซี่พูดให้กำลังใจตลอดทางจนข้าวปั้นหยุดร้องไห้และคิดตามก็จริงนี่ผมจะร้องไห้ไปทำไมก็แค่ผู้ชายคนเดียวที่ทิ้งเขาไป ผมทั้งหล่อ น่ารัก แถมนิสัยดีอุตส่าห์ยอมเขาเสียทุกอย่างเขายังไม่เห็นค่าผมเลยแล้วแบบนี้ผมจะแคร์เขาไปทำไมนี่ผมกับเขาเลิกกันมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วแต่ผมยังคงรู้สึกเศร้าอยู่ยังร้องไห้ฟูมฟายทุกวันจนเพื่อนบ่นตอนนี้ผมตัดสินใจจะกลับบ้านแม่เพื่อไปพักใจ เื่ที่ผมอกหักแม่ก็รู้เื่แล้วและบอกให้ผมกลับไปทำใจที่บ้านสักพักด้วยการบอกว่า
“ไม่ไหวก็กลับบ้านเราลูก ลูกยังมีแม่”
นั่นเป็เหตุผลที่ทำให้ผมตัดสินใจเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ขอไปให้แม่ช่วยฮิลใจสักหน่อยในวันที่ผมพร้อมจะกลับมามีความรักครั้งใหม่อีกครั้ง
ข้าวปั้นปาดน้ำตาขอบคุณลุงขับแท็กซี่ที่ช่วยปลอบตัวเอง ชายหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่างเมื่อใกล้จะถึงบ้านแม่และบอกทางให้ลุงขับแท็กซี่จอดหน้าซอยทางเข้าก่อนถึงบ้านของตน
“ขอบคุณครับลุง” ข้าวปั้นเอ่ยขอบคุณคุณลุงที่ขับมาส่งและช่วยปลอบเขา
“เออ ไม่เป็ไรไอ้หนุ่ม เอ็งอายุยังน้อยยังมีโอกาสเจอคนดี ๆ อีกเยอะ ลุงขอให้เอ็งโชคดี”
เมื่อคนขับแท็กซี่พูดจบข้าวปั้นจึงปิดประตูรถให้ก่อนรถแท็กซี่จะขับออกไปปล่อยชายหนุ่มไว้กลางทางข้าวปั้นสะพายเป้ขึ้นบ่าเดินก้มหน้าก้มตาเข้าซอยดวงตาของเขาแดงก่ำและบวมเป่งเนื่องจากผ่านการร้องไห้มานาน
ผมเดินตากแดดไปตามทางสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่ทางโครงการหมู่บ้านเป็คนจัด
บ้านของแม่ผมเป็หมู่บ้านจัดสรรที่ออกแบบเองและบ้านอีกหลังที่ซื้อไว้ก็เป็ของผมเอง ซึ่งแม่ซื้อไว้ให้ผมอยู่ส่วนตัว ผมจะแวะเข้าไปหาแม่ก่อนจากนั้นจึงจะเข้าไปนอนที่บ้านของตัวเองซึ่งแม่ของผมได้บอกให้คนมาทำความสะอาดไว้ให้แล้วถึงผมจะอยู่กับแม่แต่เราก็ยังแยกกันอยู่เพราะผมเป็คนโลกส่วนตัวสูงชอบอยู่คนเดียวและไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนักหากไม่ใช่กับแฟน เพราะถ้าเป็แฟนแล้วละก็ผมจะติดแฟนหนักมาก
ว่าแต่แดดวันนี้มันร้อนอะไรขนานนี้เนี่ย ข้าวปั้นยกมือขึ้นบังแดดที่สาดเข้าหน้าไม่เกรงใจกันเลย ไม่น่าบอกลุงแท็กซี่ให้จอดรถก่อนถึงบ้านเลยน่าจะให้ขับเข้าไปส่งถึงหน้าบ้านแต่ก็นะ ผมยังไม่อยากให้แม่มาเห็นสภาพผมในตอนนี้นะสิก็เลยต้องขอลงก่อน
บรืน บรืน ปี๊ก ปี๊ก
เสียงเร่งเครื่องของรถหรูดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของชายหนุ่มทำให้ข้าวปั้นต้องหันไปมอง
มันจะเร่งเครื่องเพื่อในเมื่อทางมันก็มีอยู่แค่นี้แถมยังบีบแตรเสียงดังรบกวนชาวบ้านเขาอีกต่างหาก
ชายผมดำหน้าตาหล่อเหลาสวมใส่แว่นตากันแดดสีดำเลื่อนกระจกลงเมื่อขับรถมาเทียบข้าง
หืม ? อะไรน่ะ น้ำตาบดบังดวงตาเล็กเลยทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของชายผู้หล่อเหลาตรงหน้าว่าเป็ใคร
“ร้อนขนาดนี้ นายสนใจขึ้นมานั่งรถตากแอร์กับฉันไหมบ้านอยู่ไหนแล้วพี่ไปส่ง” ชายหนุ่มดำเอ่ยออกมา ซึ่งข้าวปั้นเองยังคงทำหน้าอึนอยู่ หมอนี่มาจากไหนนี่จู่ ๆ ก็มาชวนกันขึ้นรถซะอย่างงั้น
ว่าแต่แดดร้อนจริง ผมแสบหน้าไปหมดแล้ว
“ว่าไง สนใจขึ้นมานั่งรถเล่นกับพี่ไหม”
“เอ่อ คือ คุณเป็ใครอ่ะครับ” ข้าวปั้นเลยเอ่ยถามออกไปอย่างสุภาพพร้อมกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่บดบังดวงตาของตัวเองออก ก่อนจะเบิกตาโพลง
โอ้ว นี่มันคนหล่อมหาเทพบุตรชัด ๆ
“เอ่อ คุณรู้จักผมเหรอครับ” ข้าวปั้นชี้นิ้วมาที่ตัวเอง
ชายแปลกหน้าส่ายหน้า ก่อนจะฉีกยิ้มให้
“เห็นว่านายน่ารักดี แถมยังเดินตากแดดอยู่ด้วย ก็เลยชวนขึ้นรถมาด้วยกัน”
หา ไม่รู้จักกันแถมยังชวนกันขึ้นรถแบบนี้นี่มันอะไรกันเนี่ยพิลึกขึ้น
“เอ่อ ไม่ดีกว่าครับ พอดีแม่สอนไม่ให้ขึ้นรถกับคนแปลกหน้า”
“หว๊า ฉันโดนคนน่ารักปฏิเสธเหรอเนี่ย” เขาทำหน้าเศร้า เล่นเอาข้าวปั้นทำตัวไม่ถูก
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว” ผมรีบเดินหนีเข้าทันที แต่เขาก็ยังไม่ลดละความพยายามแถมยังขับรถตามหลังผมมาอีกด้วย
“ขึ้นรถเถอะ แดดมันร้อน เดี๋ยวผมนายไม่สวยนะ” เขายังคงะโตามหลัง
ใครก็ไม่รู้จู่ ๆ มาชวนขึ้นรถหน้าตาเฉย โรคจิตปะเนี่ยรีบเดินให้ถึงบ้านดีกว่า ทางที่ดีผมไม่ควรไปคุยกับเขา
“ว่าแต่ คนสวย นายชื่ออะไรอะ สนใจมาเป็แฟนฉันสักเดือนไหม”
วินาทีที่ได้ยินชายแปลกหน้าที่ขับรถตามหลังมานั้นเมื่อเจอคำพูดเมื่อกี้ของเขาไปทำเอาสองขาเล็กของข้าวปั้นต้องหยุดลง
ขวับ
“คุณว่าไงนะ”
“ฉันบอกว่า สนใจมาเป็แฟนฉันสักเดือนไหม”
“เพ้อเจ้อ พูดบ้าอะไรของคุณ”
“ฉันพูดจริง ๆ”
“เป็เมียเช่าคุณหรือไง” ข้าวปั้นเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว เขาผ่านเื่ราวความรักมาเยอะล้วนแต่ไม่สมหวังกันทั้งนั้นแล้วนี่ดีสิขนาดชายแปลกหน้าที่เพิ่งจะเจอกันไม่กี่นาทีกลับมาเสนอให้ผมไปเป็แฟนเขาซะอย่างงั้น
“ใช่ ดีปะ” เขาฉีกยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมกับยักคิ้วให้ไปที
ข้าวปั้นหยุดคิดอยู่ชั่วครู่ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันก่อนจะพยักหน้าตกลง ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมตอบตกลงเขาไปอาจจะเพราะผมเสียใจมากก็เลยหาที่พักพิงใจล่ะมั้งจากที่จะกลับบ้านไหงกลายเป็ผมะโขึ้นรถเขาเสียอย่างงั้น
ในระหว่างที่รถกำลังขับเคลื่อนไปเขาก็ชวนคุยตลอดทาง
“คนสวย นายชื่ออะไร”
“ข้าวปั้น”
“ว้าว ชื่อน่ากินจัง”
พูดตรงไปไหม
“อื้อ แล้วคุณล่ะ ชื่ออะไรเหรอ”
“ฉันเหรอ ธีโอ”
ธีโอ งั้นเหรอ
“ข้าวปั้น นายไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหรอกมันดูห่างเหินอ่ะ เรียกฉันว่าพี่สิ”
ข้าวปั้นพยักหน้า ผมนี่ง่ายดีนะเขาบอกให้เรียกอะไรก็เรียก เพราะแบบนี้หรือเปล่าแม่ถึงบอกกับผมอยู่เรื่อยว่าเป็คนโดนหลอกง่าย เฮ้อ
“ครับ พี่ธี”
“เยี่ยม ว่านอนสอนง่าย” ธีโอยกมือขึ้นมาลูบหัวคนตัวเล็กเบา ๆ
เล่นเอาข้าวปั้นไม่ทันได้ตั้งตัวสะดุ้งโหยงขึ้นผงกหัวเบา ๆ ตามน้ำหนักของมือหนา
“ร้องไห้มาหรือไง ทำไมตานายแดงอย่างงั้น”
ผมพยักหน้า
“โอ๋ โอ๋ ไม่ร้องนะ อกหักมาปะเนี่ย”
“อืม สด ๆ ร้อน ๆ ช่วยฮิลใจผมหน่อยดิ” ปากเล็กพึมพำออกมา ทั้งที่ไม่ได้คิดอะไรในหัวมีแต่ภาพความทรงจำดี ๆ ที่เคยทำด้วยกันมาเมื่อนึกถึงน้ำตาก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง
“อ้าว ร้องไห้ซะอย่างงั้น ขี้แยชะมัด” ธีโอพูดขึ้นพร้อมกับโยกหัวคนตัวเล็กอย่างข้าวปั้น
“ฮือ ฮือ พี่ก็ดูมันทำกับผมสิแม่ง โคตรเหี้ยอ่ะ” ข้าวปั้นพรั่งพรูออกมาไม่หยุด เล่นเอาธีโอเองก็ไปไม่ถูกเหมือนกันเขาพลาดท่าทำคนสวยร้องไห้อีกแล้วสิ
“บ้านนายอยู่ไหน ฉันจะขับไปส่ง”
“ไม่เอาผมยังไม่อยากกลับบ้าน ไปบ้านพี่ได้ไหม”
“เฮ้ย เฮ้ย นี่ฉันคิดผิดคิดถูกที่จอดทักนายว่ะเนี่ย ไหนว่าแม่สอนไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้าไง”
“นั่นแม่นอน นี่ข้าวปั้นสอน เพราะงั้นไปบ้านพี่ได้ปะ ถ้าไม่ได้งั้นจอดให้ผมลงตรงนี้ก็ได้”
ข้าวปั้นหันหน้าไปหาธีโอก่อนจะทำหน้าอ้อนพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลและเบ๊ะปากทำท่าจะร้องไห้หนักกว่าเดิมจนธีโอต้องยอมยกธงขาวพากลับไปที่บ้านด้วย
เมื่อมาถึงบ้านของธีโอ
โห บ้านเขายังกับคฤหาสต์แหนะไมคิดว่าคนน่าจะดีอย่างเขาจะมีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ แถมเขายังอยู่คนละซอยกับผมอีกด้วย
“นายนั่งรอที่โซฟาก่อนก็แล้วกัน ฉันจะไปเอาน้ำมาให้” เมือธีโอพูดจบเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องครัวอยู่นานสองนาน ก่อนจะกลับมาพร้อมถ้วยขนมปังทาเนยและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว