กว่าบิดาจะกลับมาก็เป็เวลาเย็นมากแล้ว เหยาฮวาที่คอยท่าอยู่ก็รีบออกมาต้อนรับทันที เรียกได้ว่าเฝ้าอยู่หน้าประตูเลยทีเดียว
“ทำดีกับพ่อเช่นนี้หวังผลอะไรหรือเปล่า”
“โถ่ท่านพ่อเ้าคะ ข้าจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไรละเ้าคะ”
“หากเป็เช่นนั้นพ่อไปทำงานต่อก็แล้วกัน ยังมีงานต่ออีกเล็กน้อย” พูดจบเซี่ยเหยาเฉิงก็ทำท่าจะเดินไปทันที
“โถ่ท่านพ่อ อย่าแกล้งข้าสิเ้าคะ”
เซี่ยเหยาเฉิงได้แต่ยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร ถึงอย่างไรเขาก็เลี้ยงนางมาั้แ่ยังเด็ก แม้ว่าโตขึ้นนางจะห่างเหินไปบ้างแต่ถึงอย่างไรก็ยังคงเป็บุตรสาวของเขาอยู่ดี นางนิสัยเป็อย่างไรมีหรือที่เขาจะไม่รู้
“ไหน เ้าอยากได้สิ่งใดไหนลองบอกพ่อหน่อย” หลังจากเข้ามานั่งในห้องทำงานเรียบร้อยแล้วเขาก็เอ่ยถามบุตรสาวทันที เพราะดูจากท่าทีแล้วนางคงกระวนกระวายไม่น้อย
เมื่อเห็นว่าบิดาเปิดทางให้เช่นนี้แล้วนางก็รีบบอกความ้าของตนเองทันที “คือว่าข้าอยากจะปรึกษาท่านพ่อเื่การเปิดกิจการเ้าค่ะ”
“หืม หมายความว่าอย่างไร”
“คืออย่างนี้เ้าค่ะ คือว่าข้าอยากเปิดกิจการเป็ของตนเองสักอย่าง ท่านพ่อก็เห็นนี่เ้าคะว่าข้าเองก็ไม่ดืทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันสักอย่าง เสียแรงที่เป็ถึงบุตรสาวคหบดีใหญ่”
“…”
เมื่อเห็นว่าบิดายังไม่ยอมพูดอะไรนางก็รีบพูดต่อทันที “อีกอย่างข้าเองก็อยากแบ่งเบาภาระของท่านพ่อบ้าง ข้าจะได้ไม่ต้องขอเงินท่านพ่อบ่อยๆอย่างไรเล่าเ้าคะ”
“แล้วที่เ้าบอกพ่อแค่จะปรึกษาแค่นั้นหรือ”
“จริงๆแล้วข้าจะมาขอยืมเงินท่านพ่อสักหน่อยเ้าค่ะ”
แม้ว่าบิดาจะใจดีกับนางอยู่เสมอ แต่การมาขอเงินเช่นนี้ก็ทำให้นางอดลุ้นไม่ได้ ต้องรู้เสียก่อนว่าเงินเดือนที่ท่านพ่อมอบให้แต่ละเดือนนั้นมากมายจนน่าใเลยทีเดียวแต่เงินส่วนใหญ่ก็ล้วนหมดไปกับพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับ อีกอย่างนางยังมักซื้อของขวัญให้ฉวีเยว่ซินและมู่อี้หานอยู่บ่อยครั้ง เงินที่เหลือในมือจึงไม่มากเท่าไหร่
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่อึดใจแต่ความรู้สึกนางราวกับว่าผ่านไปแล้วหลายชั่วยาม ตัวนางนั้นคาดหวังเป็อย่างมาก ถึงอย่างไรนี่ก็เป็จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตนเองของนาง นางก็อยากให้มันเริ่มต้นด้วยความราบรื่น
“เอาอย่างนี้” หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ ในที่สุดเซี่ยเหยาเฉิงก็เอ่ยปากขึ้น “เ้าเองไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้เลยแม้แต่น้อย หากจะให้เริ่มทำกิจการก็คงจะไปได้ไม่เท่าไหร่”
“ท่านพ่อ….”
“หากอยากให้กิจการของตนเองไปรอดก็ต้องหาประสบการณ์เสียก่อน หลังจากนี้เ้าก็เอาบัญชีของร้านค้าส่วนหนึ่งไปตรวจสอบและศึกษาเสียก่อน หากสามารถตรวจสอบบัญชีได้คล่องเมื่อไหร่ค่อยไปช่วยดูแลกิจการของครอบครัวเรา”
“บัญชีส่วนหนึ่งหรือเ้าคะ” นางถามด้วยความไม่แน่ใจ เหตุใดท่านพ่อถึงไม่ให้นางตรวจสอบบัญชีของกิจการทั้งหมด หรือว่าไม่ไว้ใจนาง
“ใช่ เพียงแค่ส่วนหนึ่ง กิจการของเรานั้นมีมากมายกว่าที่เ้ารู้นัก หากให้เ้าตรวจสอบทั้งหมดคงต้องใช้เวลาเป็ปีกว่าจะเรียบร้อย”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าจะตั้งใจศึกษาให้ดีที่สุด”
หลังจากได้รับสมุดบัญชีส่วนหนึ่งมาแล้วเซี่ยเหยาฮวาก็รีบกลับไปที่เรือนของตนเองอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ากลัวบิดาจะเปลี่ยนใจเสียอย่างนั้น
เซี่ยเหยาเฉิงมองบุตรสาวของตนเองถือสมุดบัญชีออกไปด้วยความแปลกใจ สิบกว่าปีที่เขาพร่ำสอนหลายสิ่งหลายอย่างให้แก่บุตรสาวเพียงคนนี้ แต่น่าไม่เคยมีท่าทีว่าสนใจจะเปิดกิจการหรือการเข้ามาช่วยดูแลกิจการเลยแม้แต่น้อย
ในความคิดของนางนั้นมีเพียงการแต่งงานออกไปใช้ชีวิตครอบครัวกับมู่อี้หานอย่างมีความสุขเพียงเท่านั้น ไหนเลยจะมาขอร้องเขาเช่นนี้
หลังจากกลับมาถึงเรือนเซี่ยเหยาฮวาก็รีบเปิดสมุดบัญชีอ่านทันที แต่เมื่อเห็นตัวเลขมากมายอยู่ในสมุดนั้นก็ทำให้นางรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที แม้ว่าพอจะเข้าใจอยู่บ้างแต่นางก็ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยกว่าจะผ่านไปได้แต่ละหน้า
“นี่มันจะไม่มากไปหรือ ข้าต้องใช้เวลากี่วันละเนี่ย” นางพูดออกมาด้วยความท้อใจ แต่ถึงอย่างไรนางก็กัดฟันอ่านต่อไป
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวว่าท่านเก็บไว้อ่านพรุ่งนี้เถิดเ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะปวดตาเสียก่อนจะอ่านจบนะเ้าคะ”
“มืดแล้วหรือ” เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็เห็นตะเกียงที่ถูกจุดเอาไว้ทั่วห้องเสียแล้ว ไม่รู้ว่าลี่ถังเข้ามาจุดเอาไว้ั้แ่เมื่อไหร่
“เ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำเอาไว้แล้ว ไปอาบน้ำเถิดเ้าค่ะ”
เซี่ยเหยาฮวาใช้เวลาอยู่กับกองสมุดบัญชีตลอดเวลาจนแทบไม่ออกไปไหน อ่านไปเรื่อยๆไม่ได้สนใจวันเวลาเลยแม้แต่น้อย แต่แม้จะอ่านไปมากเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าสมุดบัญชีตรงหน้าไม่ได้ลดลงไปเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่วันแล้ว หากลี่ถังไม่เข้ามาเตือนนางก็คงลืมวันเวลาเสียแล้ว
“คุณหนูเ้าคะ ชุดที่สั่งตัดเอาไว้มาแล้วคุณหนูจะใช้ใส่ในงานวันพรุ่งนี้หรือไม่เ้าคะ”
“งานพรุ่งนี้หรือ” งานพรุ่งนี้อะไรกัน ไม่ใช่ว่าเร็วๆนี้ไม่มีงานเลี้ยงอะไรที่นางต้องเข้าร่วมหรอก
“ใช่เ้าค่ะ งานวันเทศกาลฉีเฉียวไงล่ะเ้าคะ”
“พรุ่งนี้วันที่ 7 แล้วหรือ”
“ใช่เ้าค่ะ”
มาถึงแล้วหรือ วันตายของนาง….
ต้องมาลองดูกันว่านางในตอนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของตนเองได้หรือไม่
“ลี่ถัง ส่งคนไปบอกมู่อี้หานว่าข้าไม่สบาย งานวันพรุ่งนี้ข้าคงไปไม่ได้แล้ว” ในที่สุดนางก็ตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
“คุณหนูจะไม่ไปจริงๆหรือเ้าคะ” ต้องเข้าใจว่าคุณหนูของนางเฝ้ารองานเทศกาลนี้มาก เพราะมันเป็เทศกาลที่บ่งบอกถึงความรักที่มั่นคง แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้บอกว่าจะไม่ไปมาง่ายๆกัน
“จริง ว่าแต่ฉวีเยว่ซินมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่”
“จริงสิ บ่าวลืมรายงานคุณหนูไปเสียสนิท วันก่อนฉวีเยว่ซินนางแอบออกจากเรือนไปในตอนกลางคืนเ้าค่ะ นางออกไปพบผู้ชายคนหนึ่ง แต่เพราะว่าไกลเกินไปคนของเราจึงไม่สามารถมองเห็นชายผู้นั้นได้ และก็ไม่ทราบว่าทั้งคู่คุยอะไรกันเ้าค่ะ”
“อืม ไม่เป็ไรหรอก แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะรีบไปจัดการตามที่คุณหนูบอกนะเ้าคะ”
นัดพบผู้ชายคนหนึ่งงั้นหรือ ดูท่าเ้าทั้งสองคนคงทนรอไม่ไหวเสียแล้วสินะ ฉวีเยว่ซิน มู่อี้หาน หากความรักของเ้าทั้งสองคนมั่นคงถึงเพียงนั้น บางทีข้าเองก็คงจะต้องหลีกทางให้พวกเ้าทั้งสองได้ครองรักกันอย่างมีความสุข
แม้ว่าเซี่ยเหยาฮวาตั้งใจที่จะหลีกทางและเปิดเส้นทางแห่งความรักให้กับทั้งคู่ แต่นางก็ไม่ใช่คนที่มีจิตใจดีอะไรมากมาย ก่อนจะพบเจอความสุขก็ต้องมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนให้กับนางเสียบ้าง และแน่นอนว่านางกำลังจะกลายเป็แม่ค้า ดังนั้นจำเป็จะต้องคิดอย่างถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้ตนเองเสียเปรียบไปมากกว่านี้
หากลี่ถิงมาเห็นสีหน้าของเซี่ยเหยาฮวาในตอนนี้ก็คงจะรู้สึกขนลุกแน่นอน ในตอนนี้สีหน้าของนางบ่งบอกว่าเร็วๆนี้จะต้องมีใครเดือดร้อนอย่างแน่นอน