ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสี่ เก็บของตก
Create Water
น้ำ
คทาทองคำประดับด้วยอัญมณีส่องแสงจากมือของดยุกอูลริก
ราดน้ำใส่ฮอบบิทอายุหกสิบปี
“โอ๊ย เปียก เปียก”
Purify
ทำความสะอาด
ซุม
แสงสีขาวได้ล้อมรอบทุกคนในห้องและกำจัดคราบต่างๆออกไปจากห้อง
Throw weapon
ขว้างอาวุธ
ดยุกอูลริกหยิบขวานเงินราคาแพงออกมาและขว้างไปที่มิมิคที่แกล้งตายเนื่องจากซากศพไม่ได้หายไปหลังจากที่ใช้Purify ทำความสะอาดห้องแล้ว
ฉึก
มิมิคแลบลิ้นออกมาและปล่อยไอเท็มออกมาจากปากของตนเองก่อนที่จะสลายเป็นชิ้นๆอีกครั้ง
Double Purify
ทำความสะอาดรอบสอง
ดยุกอูลริกได้เตรียมทักษะการใช้คาถาซ้อนกันสองครั้งไว้ได้
โดยสามารถลากถ่วงคาถาได้หลังจากฝึกมาหลายครั้ง
ว่าการเก็บคาถาไว้สามารถใช้ได้ทันทีนั้นคือการช่วยชีวิตเราได้เลยทีเดียวแม้ดยุกอูลริกจะมีจอมเวทย์ตามติดมานับสิบคนก็ตาม
แต่เพราะดยุกต้องการเพิ่มความสามารถในการใช้เวทย์ของตนเองที่จะทำให้จ็อบของการเป็นนักบวชฝึกหัดacolyte เพิ่มสูงขึ้นนั่นเอง
ด้วยพลังจากแหวนเพิ่มค่าประสบการณ์และเครื่องประดับที่ช่วยเพิ่มค่าประสบกาณณ์ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ทำให้เขายิ่งพัฒนาด้วยความรวดเร็วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในระดับที่คนต้องเล่นมาปลายเกมส์ที่มีเงินเหลือเยอะแล้วเท่านั้นถึงจะทำได้
Throw item
โยนไอเท็ม
ดยุกอูลริกโยนโพชั่นให้กับฮอบบิท
ที่ช่วยเพิ่มพลังกายและพลังเวทย์ให้กับเขาฮอบบิทก็มีสีหน้าดีขึ้น
“เอ้าดื่มเหล้าเสียหน่อยจะได้มีแรงมากขึ้น”
ดยุกอูลริกโยนเหล้าไปให้ฮอบบิทซึ่งฮอบบิทก็ดื่มอย่างกระหาย
ทำให้จิตใจของตนเองสงบลงจากการเสี่ยงตายเมื่อครู่
แต่พี่กล้ามหัวเราะกัน
“ฮา ฮา ฮา แค่นี้ก็เหนื่อยเสียแล้ว”
พี่กล้ามหัวเราะเยาะทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็คงเหนื่อยง่ายไม่ต่างกัน แต่เพราะผมจับเข้าคอร์สยกก้อนหินไปมาเพิ่มกำลังทำให้พวกเขาเก่งยิ่งกว่าเดิม
แบบเดียวกับโปเกมอนที่อยู่ป่าตามธรรมชาติอาจจะเก่งจนสามารถเป็นเจ้าป่าในป่าแถบหนึ่งได้
แต่จะขาดทักษะที่จะช่วยเพิ่มพลังของตนเองได้เพราะขาดโปเกมอนเทรเนอร์ที่มีความรู้ในการฝึกฝนโปเกมอนว่าวิธีการไหนจึงจะช่วยฝึกฝนโปเกมอนได้อย่างดีที่สุด
และไอเท็มหลายอย่างที่สามารถเสริมสร้างความสามารถของโปเกมอนเอ๊ยพี่กล้ามได้
ผมให้ไอเท็มพวกกุญแจปลดล็อกอย่างดีแก่ฮอบบิทไปกับหนังสือเครื่องกลเพื่อเพิ่มทักษะให้กับเขา
สปินนิ่งเทลก็ช่วยผมได้มากในการค่อยๆสอบถามเขาเรื่องอุปกรณ์ต่างๆที่สปินนิ่งเทลมีติดตัวทำให้ฮอบบิทสายโจรถึงกับลูบคลำเครื่องมือของสปินนิ่งเทลอยู่นาน
และคงต้องใช้เวลาสักพักกว่าพวกสายความเร็วจะสามารถสู้ได้อย่างต่อเนื่องแบบเดียวกับสายพลังอย่างพี่กล้าม
“ไม่ต้องคิดมากน่าเรามีหน้าที่ต่างกัน ถนัดต่างกัน เราถึงต้องมาทำงานร่วมกัน”
ผมกล่าวปลอบใจกับฮอบบิทโจร
“ข้าไม่ได้คิดมากเสียหน่อย”
ฮอบบิทททำท่าเศร้าใจและแอบเอาสร้อยคอเงินเก็บไว้ในหน้าอกตนเอง
“เอ่อ จะเอาเงินหรืออะไรไปนะข้าไม่ว่าหรอกแต่เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าสร้อยคออาจจะต้องคำสาปบ้างก็ได้”
ผมกล่าว
เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเจอมาตลอด
“ยิ่งในดันเจี้ยนแบบนี้โอกาสมีของต้องคำสาปก็มากขึ้น”
ฮอบบิทล้วงสร้อยคอเงินออกมาอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจเท่าไร
พี่กล้ามเก็บเอาข้าวของต่างๆที่อยู่ในห้องใส่ลงในถุงเก็บของจำนวนมากที่ผมเตรียมมาอย่างเรียบร้อย
เราเตรียมถุงใส่ของที่พร้อมจะใส่ของทุกอย่างที่ขวางหน้า
“นี่อะไรเนี่ย เศษกระดาษธรรมดา”
พี่กล้ามกำลังจะโยนทิ้งไป
“เฮ้ยยย อย่านั่นมันเศษชิ้นส่วนศิลาอาถรรพ์”
ผมรีบห้ามก่อนที่พี่กล้ามจะเอากระดาษชิ้นส่วนสูตรศิลาอาถรรพ์ไปทิ้ง
ปรกติแล้วพี่กล้ามหากเป็นคนที่พออ่านภาษาโบราณได้จำนวนมากอย่างบาบารัสก็ว่าไปอย่างแต่พี่กล้ามปรกติ อะไรที่เขาอ่านไม่ออก พวกเขาคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรในการดำรงชีวิต