ในที่สุดถังชวนก็ทนไม่ไหวความวุ่นวายบวกกับตื่นตระหนกมาตลอดคืนทำให้เขาล้มตัวลงนอนกางแขนกางขาบนเตียงดังโครมทันทีที่กลับถึงบ้าน
เขานอนอยู่บนเตียงหลังเก่าของตนเองแล้วมองดูโครงกระดูกสามโครงที่ยืนตัวตรงเหมือนกับเสาด้านหน้าบานหน้าต่าง
แสงจันทร์เย็นะเืราวกับสายน้ำอาบไล้คราบเืบนโครงกระดูกของพวกมันสร้างบรรยากาศน่ากลัวอย่างประหลาดออกมา แสงสีแดงในดวงตาของพวกมันจางหายไปแล้ว ตอนนี้เหมือนแบบจำลองกายวิภาคซึ่งขยับไม่ได้สามร่างที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ
แต่เมื่อถังชวนเคลื่อนไหวเล็กน้อยดวงตาพวกมันจะเปล่งประกายสีแดงทันที เหมือนกับลูกไฟนรกในห้วงอเวจี ร่างกายไม่ขยับแต่ศีรษะกลับหันมา ดวงตาคล้ายกับไฟผี[1]สามคู่ตอกติดบนร่างของถังชวนเหมือนกับตะปูขอแค่เขาออกคำสั่งก็จะกลายเป็ปีศาจร้ายที่กรีดร้องพุ่งไปตามทิศทางที่นิ้วเขาชี้ไปทันที
ถังชวนจ้องพวกมันอยู่เนิ่นนานความหวาดกลัวในจิตใจค่อยๆ ลดลง และเริ่มพูดคุยกับกูเตริโอ “กูเตริโอ เฮ้ นายหลับรึยังคุยเป็เพื่อนฉันหน่อยได้ไหม”
กูเตริโอรู้ว่าถังชวนเรียกหาเขาด้วยเื่อะไรแต่เขาแกล้งทำเป็มึนงงทั้งที่เข้าใจดี “ิญญาไม่จำเป็ต้องนอน”
ถังชวนเห็นกูเตริโอพูดเสียงอู้อี้ตอบมาประโยคหนึ่งแล้วก็ไม่พูดอะไรอีกจึงร้องเรียกอีกรอบอย่างอดไม่ได้ “เฮ้ๆ พูดอะไรหน่อยสิ จะทำอย่างไรกับเ้าสามหน่อนี้ดี”
กูเตริโอยิ้มน้ำเสียงแฝงไปด้วยความภูมิใจที่แผนร้ายสำเร็จเล็กน้อยในที่สุดเ้าเด็กบ้านี่ก็ตกอยู่ในกำมือข้าแล้ว!
“อืมเ้าสามารถเริ่มเรียนรู้จากดวงเนตรแห่งความจริงก่อนได้”
ถังชวนมีสีหน้ามึนงง“ดวงเนตรแห่งความจริง? เอาไว้ทำอะไร” เขาเผยสีหน้าระแวดระวังออกมาทันที “ฉันขอเตือนนายไว้เลยนะว่า อย่าสอนเวทมนตร์น่ากลัวและชั่วร้ายพวกนั้นให้ฉัน!”
กูเตริโอหัวเราะเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไรสักคำคล้ายกับหัวเราะเยาะในความไม่รู้ของถังชวน “ความชั่วร้ายกับความชอบธรรม ไม่ได้มีเพียงหนึ่งมาตรฐานที่ใช้เทียบตลอดไปมาตรฐานพวกนั้นที่อยู่ในใจเ้า เ้าแน่ใจไหมว่าทุกสิ่งที่เ้าเชื่อมั่นคือความชอบธรรมเ้าแน่ใจหรือไม่ว่าทุกสิ่งที่เห็นตรงหน้านี้เป็ความจริง”
กูเตริโอเหมือนกับนักปรัชญาาุโคนหนึ่งที่เอ่ยวาจาแฝงไปด้วยปรัชญาและความลึกลับถังชวนยังไม่ทันจะได้ทำความเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมดก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของกูเตริโอท่องคาถาออกมาบทหนึ่ง และไม่รู้ว่าทำไมถังชวนถึงได้เริ่มท่องคาถาบทนั้นตามโดยไม่รู้ตัว
“ปัดเป่าม่านหมอกหนาแห่งความโกลาหลทลายสิ่งจอมปลอมซึ่งอำพรางความเป็จริงข้าในนามของิญญาจะใช้ดวงเนตรแห่งความจริงสำรวจพิภพ!”
ดวงตาของถังชวนปวดแปลบรุนแรงกะทันหันเขาหลับตาลงอย่างไม่รู้ตัวไอเย็นเสียดแทงถึงกระดูกเหนือศีรษะไหลจากกระดูกสันหลังไปจนถึงก้นกบพลังประหลาดกลุ่มหนึ่งปั่นป่วนอยู่ในร่างกายเขาพลังกลุ่มนี้เคลื่อนที่และไหลไปทั่วร่างกระทั่งาแบนฝ่ามือเขาก็สมานกันโดยไม่รู้ตัว และไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใดถังชวนถึงได้เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ...
แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่างสาดลงบนกำแพงสีเหลืองหม่นแม้ว่าจะส่องให้ห้องนี้ค่อนข้างสว่างไสว แต่แสงอาทิตย์นี้กลับทำให้คนรู้สึกมืดหม่นคล้ายกับว่าดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงผ่านเมฆครึ้มเป็ครั้งคราวในวันท้องฟ้ามืดครึ้มด้านนอกมีเสียงคึกคัก เสียงกริ่งจักรยาน และเสียงฝีเท้าดังลอยมาระลอกหนึ่ง
ถังชวนพลันตะลึง!
ฟ้าสว่างแล้วเหรอ
เร็วขนาดนี้เลย?
นี่...นี่มันผ่านไปนานเท่าไรแล้ว
ถังชวนออกแรงขยี้ตาพุ่งตัวไปที่หน้ากำแพงข้างๆ มองนาฬิกาปลุกโบราณที่แขวนอยู่บนกำแพงก็ใจนเกือบจะสะดุ้งตัวโยน!
จบเห่เจ็ดโมงแล้ว!! สายแล้ว!!!
แย่แล้วๆ!
การบ้านก็ยังไม่ได้ทำสักนิดเดียว!
ถังชวนตื่นตระหนกใจนทำอะไรไม่ถูกภายในบ้านเละเทะวุ่นวาย เขาแปรงฟัน ล้างหน้าลวกๆแล้วพุ่งตัวออกจากบ้านในสภาพผมกระเซอะกระเซิง แต่เมื่อเขาเปิดประตูเงาร่างที่เร็วปานลมกรดและสายฟ้าแลบเมื่อครู่พลันยืนนิ่งอยู่ที่เดิมประหนึ่งตะปูดอกหนึ่งที่ถูกตอกเอาไว้
เขาอ้าปากมองโลกภายนอกอย่างตะลึง
ภาพตรงหน้าคล้ายกับถูกบดบังด้วยกระดาษขาวบางๆชั้นหนึ่ง รอบด้านล้วนเหมือนมีหมอกหนา แม้ว่าท้องฟ้าจะมีแสงอาทิตย์ฉายแสงตามปกติแต่มองแล้วกลับเต็มไปด้วยหมอกทมิฬ มืดครึ้มทึมทึบราวกับเมืองปีศาจเป็ความน่ากลัวอย่างน่าประหลาดที่อธิบายออกมาไม่ถูก! แต่นี่ยังดี เพราะหากมองไปยังผู้คนที่เดินอยู่บนถนนก็ถึงขั้นสะดุ้งใ!
เขาเห็นผู้คนมากมายที่จะไปทำงานเดินเบียดเสียดกันบนถนนใต้ตึกถึงแม้ว่าจะคึกคักจอแจ แต่เมื่อมองดูให้ดีก็จะเห็นว่ามีวัตถุน่าสะพรึงกลัวคล้ายดวงิญญาลอยอยู่ข้างกายและบนร่างคนเหล่านี้บางตนก็เห็นเป็ร่างคนรางๆ แต่กลับไม่มีศีรษะ สองมือสองเท้ากอดคนคนหนึ่งแน่นราวกับปลาหมึกั์เดินตามเขาไปด้วยกันเฉกเช่นทารกฝาแฝดบางตนมีศีรษะแต่กลับแลบลิ้นยาวออกมาถึงหนึ่งจั้ง[2]กว่าพันรอบคอคนเหมือนผ้าพันคอผืนหนึ่งส่วนร่างก็ลอยตามอยู่ด้านหลัง ห้อยแกว่งไกวไปมาเหมือนว่าวและยังมีิญญาลึกลับบางส่วนที่ลักษณะประหลาดจนแยกอะไรไม่ออกเหมือนเมฆทมิฬกลุ่มหนึ่งที่เปลี่ยนไปมาไม่หยุด แล้วเผยใบหน้าผีดุร้ายออกมาบ่อยๆ
ถังชวนมึนงงเหมือนถูกคนใช้ก้อนอิฐทุบ!
ยามค่ำคืนเห็นปีศาจร้ายที่น่ากลัวเหมือนิญญาพยาบาทบนถนนที่ไร้ผู้คนทำให้คนใจนขวัญหนีดีฝ่อ แต่นี่มันกลางวันนะ! ดวงอาทิตย์ยังลอยส่องแสงเหนือศีรษะคนใกล้กับคนก็ช่างเถอะ แต่ด้านหลังพวกเขากลับมีผีติดกับผีอีกแต่ละตนทำท่าทางน่าหวาดกลัว พวกมันจับจ้องคนที่เดินไปมาด้วยสายตาเ็าบางตนก็ถึงขั้นอาศัยอยู่บนร่างคนราวกับกาฝากเข้าออกร่างของเ้าของร่างพวกมันตามใจชอบ!
นี่...นี่คือโลกทั้งหมดที่ฉันเห็นเหรอน่ากลัวเกินไปแล้ว...
แม้ว่าแสงอาทิตย์จะอบอุ่นมากแต่ถังชวนกลับตัวสั่นระริก ไอเย็นแล่นสู่ไขกระดูกสันหลัง กระตุ้นให้เข้าปวดหัวจัด!
ฉันล่ะด้านหลังฉันมีผีไหม
ถังชวนหันหน้าไปมองก็เห็นหัวกะโหลกสามหัวที่ดวงตาเปล่งแสงสีแดงถลึงตามองเขาอยู่!
“เวรเอ๊ย!!” ถังชวนถูก “ลูกน้อง” สามตนของเขาทำให้ใสะดุ้งอย่างคาดไม่ถึงและได้สติขึ้นมาทันที เขารีบหันหน้าพุ่งตัวเข้าไปในห้องราวกับลมหอบหนึ่ง และประตูเหล็กโทรมๆของบ้านเขาที่จะพังมิพังแหร่กระแทกปิดเสียงดังโครม
ภายในห้องมีเสียงคำรามด้วยความหดหู่ใจดังลอยมา“กูเตริโอนายมันไอ้คนเลว!!”
ระเบียงตรงข้ามบ้านถังชวนมีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งกำลังนั่งยองๆถือแก้วน้ำแปรงฟันอยู่ที่ระเบียงทางเดิน จึงบังเอิญเห็นภาพโครงกระดูกสามโครงเดินตามถังชวนเข้าไปในห้องด้วยจากที่ไกลๆ
เขาอึ้งไปแก้วน้ำเอียงไปข้างหนึ่ง น้ำไหลตามมือจนเปียกไปทั้งร่างแล้วก็ยังคงไม่รู้ตัวปากพึมพำไม่หยุด “์เห็นผีกลางวันแสกๆ เลยเหรอเนี่ย...”
“นี่มันเื่อะไรกันแน่นายแอบทำอะไรกับฉันกัน” ถังชวนทั้งตะลึงทั้งโมโห
กูเตริโอเอ่ยอย่างไม่รีบร้อนว่า“ข้าไม่ได้แอบทำอะไรกับเ้าเ้าเพียงแค่เรียนรู้การใช้ดวงเนตรแห่งความจริงในการมองโลกใบนี้นี่ถึงจะเป็โฉมหน้าเดิมของโลกใบนี้!”
ถังชวนได้ยินน้ำเสียงเป็จริงเป็จังของเขาแล้วก็มองออกไปนอกหน้าต่างอีกรอบอย่างอดไม่ได้เมื่อมองลงไปก็รีบหดศีรษะกลับมาทันที
เขาสีหน้าแย่มากรีบวิ่งไปส่องกระจกเก่าๆ บานหนึ่งตรงหน้ากำแพงเพื่อมองดวงตาของตนเองอย่างละเอียด
“หรือว่านี่ก็คือดวงตาที่มองเห็นสิ่งลี้ลับกัน”ถังชวนคิดไปเองว่าใช่
ถังชวนเอียงศีรษะมองอยู่นานสองนานก็มองไม่ออกถึงเหตุที่ทำให้เป็เช่นนี้เขากุมศีรษะตนเอง พลางทอดถอนใจ “จบกัน จบเห่แล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี จะออกจากบ้านอย่างไรดี! พาโครงกระดูกสามโครงไปด้วยก็ช่างเถอะแต่นี่บนท้องถนนล้วนเต็มไปด้วยญาติของพวกมัน ฉันจะทำอย่างไรดีเนี่ย!”
เมืองตงไห่โรงเรียนมัธยมปลายจิ่งเต๋อ
“กริ๊ง!”เสียงกริ่งเลิกเรียนที่ดังกังวานทำลายความเงียบภายในโรงเรียน
“หัวข้อที่จะให้ทุกคนก็คือเซียงหลิงร่ำเรียนบทกวีไปเพื่ออะไรเหตุผลที่เธอประสบความสำเร็จในการเรียนบทกวีคืออะไรวิธีการสอนของหลินไต้อวี้มีลักษณะเฉพาะอะไรหวังว่าทุกคนจะกลับไปอ่านหนังสือนอกตำราเรียนที่มีประโยชน์อย่างเช่นความฝันในหอแดง[3]นี่เป็หนึ่งในสี่ยอดวรรณคดีจีนของพวกเรา นักเรียนทุกคนสามารถรวมบทเรียนกับสุดยอดวรรณกรรมเข้าด้วยกันเพื่อครุ่นคิดคำถามนี้ได้อย่าจำกัดความคิดไว้ที่บทเรียนในคาบเรียน การบ้านส่งวันพรุ่งนี้ตอนนี้เลิกเรียนได้!”โจวฉวินปิดแผนการสอนลง ขณะเอ่ยด้วยเสียงดังกังวาน
เธอยืนอยู่บนแท่นบรรยายด้วยท่วงท่าสง่างามเรือนผมดำสลวยทิ้งตัวลงที่หน้าอกอย่างเป็ธรรมชาติ หน้าม้าที่ม้วนลอนเล็กน้อยปรกตรงหน้าผากแสดงให้เห็นถึงนิสัยนุ่มนวลและฉลาดหลักแหลม
นักเรียนในชั้นเรียนลุกขึ้นและเอ่ยเสียงดังพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณครับคุณครู!” เอ่ยจบ เด็กๆกลุ่มนี้ก็เอะอะวุ่นวายเหมือนนักโทษที่ถูกปล่อยออกมาจากคุก ห้องเรียนที่เมื่อครู่สงบเงียบเปี่ยมไปด้วยความรู้พลันคึกคักราวกับนกกระจอกแตกรัง
โจวฉวินเก็บของพลางมองไปทางตำแหน่งที่ว่างเปล่าของถังชวนพลางคิดในใจว่า “ถังชวนเป็อะไรไปแต่ก่อนเขาไม่เคยโดดเรียนนะ! นี่มันสามวันแล้วเกิดเื่อะไรขึ้นรึเปล่า หรือว่าครั้งที่แล้วฉันจะพูดแรงไปหน่อยโจวฉวินหนอโจวฉวินทำไมเธอถึงได้ปฏิบัติกับเด็กที่เข้มแข็งและยืนได้ด้วยลำแข้งตนเองด้วยความยากลำบากแบบนั้นกันนะฐานะครอบครัวเขายากจน ทั้งยังถูกคนรังแกบ่อยๆความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเองย่อมมีมากแน่นอน เธอพูดแบบนี้กับเขาต่อหน้าทุกคนมันไม่สมควรจริงๆ ...”
[1] ไฟผีหรือไฟฟอสฟอรัสที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าเกิดจากฟอสฟอรัสในอากาศลุกไหม้ขึ้นมา
[2] หนึ่งจั้ง เท่ากับ 10 ฉื่อ ประมาณ 2.5 เมตร
[3]ความฝันในหอแดง เป็หนึ่งในสี่ยอดวรรณคดีจีน มีนัยอันลึกซึ้งที่ผู้ประพันธ์แฝงไว้ในเื่ราวความรักหนุ่มสาวและวิถีชีวิตชนชั้นสูงในสังคมศักดินายุคราชวงศ์ชิงที่ทรงอรรถรสและสีสันแห่งวรรณกรรมอุดมด้วยกลอักษรกลการประพันธ์ที่ใช้แฝงเร้นความจริงอันแยบยล ตลอดจนคุณูปการในด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรม