เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วไปหมด เสี่ยวอิงวิ่งมาด้วยความเร็ว จู่ๆนางก็หยุดชะงักหน้าจวนสนมลี ด้วยความที่กลัวว่าเจ้านายจะสูญเสียกำลังใจ นางจึงรีบเอาเศษดอกไม้นั้นไปทิ้ง จัดเสื้อผ้าท่าทางให้อยู่ในความปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในจวนอย่างสงบ
"ข้าน้อยกลับมาแล้วเจ้าค่ะ"
"อ้าว..มาเเล้วหรอเสี่ยวอิง เป็นไงบ้าง สนมฮงชอบดอกไม้ไหม?"
"ชะ..ชอบเจ้าค่ะ..เเต่…"
"เเต่อะไร?"
"พระสนมฮงไม่ได้รับดอกไม้ไว้เจ้าค่ะ นางรับสั่งว่า…พะ..เเพ้เกสรดอกไม้เจ้าค่ะ เเต่พระสนมฮงก็ฝากชื่มชมพระสนมลีมาด้วยนะเจ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่านางเเพ้เกสรดอกไม้ ป่านนี้นางจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้…เห็นทีว่าข้าจะต้องไปขอโทษนางที่จวนแล้วล่ะ"
"อย่าเจ้าค่ะ!!!"
"เสี่ยวอิง..เจ้าเป็นอะไรไป เสียงดังทำไม แล้วนั่น..หน้าของเจ้า!!..ไปโดนอะไรมา ทำไมถึง…"
"เอ่อคือ..ข้าน้อยซุ่มซ่ามจึงได้โดนพระสนมฮงตำหนิมาเจ้าค่ะ"
"เสี่ยวอิง เจ้าบอกกับข้าว่าจะซื่อสัตย์และซื่อตรงต่อข้า เจ้าโดนสนมฮงทำร้ายด้วยเหตุผลใดกัน บอกข้ามา?"
"เอ่อ..คือ…ขอภัยพระสนมลี…ข้าน้อยไม่อยากให้ท่านทรงเสียพระทัยเจ้าค่ะ ข้าไม่มีเจตนาจะโกหกหรือพูดปลดเลยนะเจ้าคะ"
"ข้ารู้…บอกข้ามาเถอะ"
"พระสนมฮงไม่รับดอกไม้เจ้าค่ะ นางปัดมันลงพื้นและใช้เท้าเหยียบย้ำ นางตบหน้าข้าน้อยพร้อมกับรับสั่งว่านางไม่ต้องการน้ำใจจากพระสนมลีอีกและถ้าขืนยังมีเหตุการณ์เช่นนี้อีก นางจะใช้ยาพิษกรอกปากพระสนมลีเจ้าค่ะ" สนมลีถึงกับทรุดตัวลงนั่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เสี่ยวอิงถ่ายทอดมาจากสนมฮง เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้สนมลีรู้สึกกลัวสนมฮงมากขึ้น นางไม่รู้ว่านางไปทำอะไรให้สนมฮงไม่พอใจ เเต่สิ่งที่นางทำได้คือไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายของชีวิตของสนมฮงอีก
"เสี่ยวอิง ข้าขอโทษนะที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัว เจ้ากลับไปพักเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียวซักพัก"
"พระสนม!"
"ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากพักผ่อนเท่านั้นแหละ เจ้าก็รีบไปทายาและพักผ่อนเถอะ ส่วนเรื่องวันนี้ไม่ต้องบอกใครนะ โดยเฉพาะซูเจิน ข้าไม่อยากให้พวกเขามีปัญหากันเพราะข้า"
"เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะไปอยู่ข้างนอก..หากพระสนมมีอะไรใช้ข้า จะได้เรียกข้าได้ตลอดเจ้าค่ะ" สนมลีพยักหน้าก่อนจะหันไปมองถาดดอกไม้ที่วางอยู่ตรงหน้านาง หนึ่งใจก็คิดว่าตัวนางเองที่ผิดและหาเรื่องใส่ตัวเอง ส่วนอีกใจก็คิดเพียงเเค่จะผูกมิตรเป็นเพื่อนกันเท่านั้น คำพูดที่ว่าจะเอายาพิษมากรอกปากทำให้สนมลีต้องคิดทบทวนอยู่นาน…เพราะนางไม่เคยคิดว่าสนมฮงจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนั้น หากจะคิดว่าเป็นคำขู่ก็คงจะดูโลกสวยเกินไป ดังนั้นหลังจากนี้สนมลีต้องระวังตัวมากขึ้น นางปฏิญาณกับตนเองไว้ว่าที่ไหนมีสนมฮงที่นั่นจะไม่มีนาง
"สนมลี…เที่ยงเเล้วไปกินข้าวกัน!! สนมลี..ลีน่า!!"
"ห้ะ..อ้ะ .อ้าว ซูเจิน เมื่อครูเจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?"
"ลีน่าไง..เจ้าชอบชื่อนี้ไหม?"
"ข้าชื่อลีเย็นชี มิใช่ลีน่าอะไรนั่นเสียหน่อย"
"ก็ได้ๆ ว่าเเต่เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ? เที่ยงแล้วไปกินข้าวกันไหม?"
"ข้ายังไม่หิวเลย..เจ้าไปเถิด! ข้าอยากพักผ่อนน่ะ"
"นอนตอนเที่ยงๆนี่น่ะ..เจ้าไม่ใช่เด็กอนุบาลนะ! ไม่เอาน่ะ..ไปกินข้าวเป็นเพื่อนก็ได้ หากเจ้าไม่กินก็นั่งคุยเป็นเพื่อนข้าก็ได้ นะนะ!!"
"ซูเจิน…คือว่าข้า…."
"ก็ได้!..ถ้าเจ้าไม่ยอมไป ข้าก็จะมากินที่นี่เลย อาเหมย!! ยกสำรับเข้ามาเลย ข้าจะกินข้าวกับสนมลีที่จวนของนางนี่ล่ะ!!"
"เจ้าค่ะพระชายา! ข้าจะรีบไปบอกนางกำนันให้ยกอาหารเข้ามาที่จวนของพระสนมลีตอนนี้เลยเจ้าค่ะ"
"ช้าก่อน..เฮ้อ! เจ้านี่..ชอบทำอะไรตามใจจนข้าขัดไม่ได้อีกแล้วนะ ซูเจิน ก็ได้..ข้าจะไปกินข้าวกับเจ้า..ที่ไหนล่ะ?"
"ฮึฮึฮึ ตามข้ามาสิ..!" ซูเจินดึงเเขนสนมลีไปโดยไม่ได้ให้นางตั้งตัวอะไร โชคดีที่สนมลีเตรียมพร้อมร่างกายเสมอนางจึงไม่หกล้มอะไร ซูเจินดึงแขนสนมลีพาที่จวนของนาง ซึ่งเมื่อเข้ามาถึงบริเวณหน้าจวน สำหรับอาหารก็ได้ถูกยกขึ้นตั้งโต๊ะที่สวนหน้าจวน ซึ่งตอนนี้มีอี้เถียน อี้เฉียน นั่งรออยู่แล้วด้วย
"ซูเจิน นี่เจ้าชวนองค์ชายทั้งสองมาด้วยหรอ?"
"ไม่เคยคิดจะชวนเลยล่ะ สองคนนั้นกินเก่งจะตายใครจะไปชวน เเต่อาเหมยน่ะสิดันไปเม้าท์กับอาฉางกับอาเฟย สองฝาแฝดนั้นก็เลยรู้เรื่องแล้วก็เดินตามกลิ่นอาหารมานี่แหละ"
"ซูเจินระวังหัวเจ้าจะขาด ถึงเป็นชายาก็ำม่มีข้อยกเว้นหรอกนะ เจ้ากำลังจะบอกว่าองค์ชายทั้งสองจมูกดีเหมือนหมาหรอ?"
"ข้าไม่ได้พูดนะ อิอิ ไปกันเถอะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเสียก่อน" สนมลีพยักหน้าแล้วรีบเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับซูเจิน สองแฝดพยักหน้ายิ้มให้เป็นการบอกให้สนมลีตามสบายไม่ต้องรู้สึกอึดอัด เมื่อจำนวนคนครบ อาเหมยก็เริ่มตักข้าวทันที อาหารมื้อนี้ดำเนินไปด้วยความสุขและรอยยิ้มจากทั้งสี่คน
"ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากให้พวกเราทั้งสี่คน มาทานข้าวพร้อมหน้ากันเช่นนี้อีกบ่อยๆ เจ้าว่าไหนน้องสาม"
"พะยะค่ะท่านพี่.."
"เเต่ข้าอยากกินกับสนมลีสองคนมากกว่า พวกท่านสองคนกินเก่งจนข้ากับสนมลีกินไม่ทันละเนี้ย เเปปเดียวข้าหมูหายไปสองขาแล้วเนี้ย!"
"ก็พวกข้าเป็นผู้ชาย ใช้กำลังเยอะก็ต้องกินเยอะเป็นเรื่องธรรมดา หากเจ้ากลัวกินไม่ทัน เจ้าก็รีบกินเข้าสิ จริงไหมสนมลี"
"เจ้าค่ะองค์ชาย"
"สนมลี นี่เจ้าอยู่ข้างไหนกันแน่เนี้ย!!"
"นางก็นั่งอยู่ข้างเจ้านั่นไง เสียทีนะเจ้ายังดูสาวอยู่เลย เเต่สายตากลับไม่ดีเอาเสียแล้ว" อี้เถียนปล่อยมุกกวนโมโหซูเจินไปหนึ่งมุก ซึ่งมันได้ผล ซูเจินงอนตุ๊บป่องก่อนจะหยิบเอาขาหมูขาสุดท้ายมาแทะต่อหน้าต่อตาสนมลี อี้เถียนและอี้เฉียน พวกเขาหัวเราะให้กับความโก๊ะปนตลกของนาง สนมลีเองก็รู้สึกมีความสุขมากจนลืมเรื่องสนมฮงไปชั่วขณะเลย…ทั้งสี่คนทานข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขจนไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว….