“ เกิด...เกิดอะไรขึ้น ดาบทองคำคู่กองทหารเกราะทองกลับแตกละเอียด เป็ผู้ใด ผู้ใดกล้าลบหลู่กองกำลังราชวงศ์! ” นายทหารในชุดสีทองอร่ามน่าเกรงขาม ยามนี้กลับประหวั่นพรั่นพรึง มองดูท้องฟ้าเปลี่ยนสี ทัศนียภาพโดยรอบหมองหม่นด้วยสีแดงราวโลหิตเข้มข้น มันเปล่งกระแสจิตถาโถมทั่วฟ้าดินกลับไม่พบผู้ใดนอกจากเด็กหนุ่มที่คุกเข่าคอตกอยู่ตรงหน้า...เวลาเดียวกัน ฮ่าวเทียนยามนี้แม้คงสติไว้ได้ กลับรู้สึกเหมือนโดนควบคุมด้วยอะไรบางอย่าง แผ่นอกของชายหนุ่มร้อนแรงเหมือนมีเพลิงนรกโลกันต์เผาไหม้อยู่ พลันเกิดเสียงดังกังวานในหัว
“ ที่สุดแล้วเ้าก็รู้สึกตัว ทว่าเร็วไปสามปี ก่อนเวลานี้ ไม่อาจใช้อำนาจใดได้ ” ฮ่าวเทียนยามนี้ตื่นกลัวนัก รู้ได้ทันทีว่านั่นมิใช่เสียงของทหารตรงหน้า
“ ท่านเป็ใคร ท่านกำลังพูดกับข้าหรือไม่ ใช่ท่านช่วยปกป้องข้าไว้ ? ” ยามนี้เด็กหนุ่มถูกห้วงกระแสมืดมน ดึงดวงจิตเข้าสู่ห้วงลึกในจิตใจ ตรงหน้ากลับปรากฏชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง ดูภูมิฐาน ทว่ากลับอาบชโลมด้วยโลหิตสีแดงสด...
ฮ่าวเทียนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่คือที่ใด นั่นเป็ใคร แต่ตนกลับรู้สึกคุ้นเคยกับรัศมีหม่นหมองนี้ยิ่งนัก
“ ข้าก็คือตัวเ้า เพียงข้าเป็กลุ่มก้อนความทรงจำในตัวเ้า ผู้ที่เลี้ยงดูเ้ามาคงบอกกล่าวบ้างแล้ว ตัวเ้ามิใช่คนของยุคนี้ ” ฮ่าวเทียนยิ่งนึกยิ่งสงสัยในเื่ราวจึงเอ่ยถามไป
“ ท่าน ดูไปทรงพลังนัก หากท่านคือข้า? ในสถานที่นี้ ข้า ข้าสามารถรู้สึกถึงพลังปราณได้! ” ตัวตนสีแดงฉานนั้นเองรู้สึกเศร้าหมองนัก
“ ข้าคือความทรงจำของเ้า เป็ส่วนหนึ่งของกันและกัน ด้วยผนึกต่ำช้านั่น ทำให้เราแยกจาก อีกสามปี ตัวเ้าจะคลายผนึกนี้ลงได้ ก่อนเวลานี้ จงรักษาชีวิตไว้ให้ดี เ้ายังมีภารกิจอีกมากต้องกระทำ หลังได้พบกันครั้งต่อไป เ้าจะล่วงรู้ทุกสิ่ง ! ” ฮ่าวเทียนทอดถอนใจแม้ตรงหน้ามีเื่ราวเหนือธรรมชาติเกิดขึ้น ตัวมันตอนนี้ กลับรื่นเริงไปด้วยพลังปราณที่ไม่เคยได้ัั...
“ ชีพจรถูกผนึก ในโลกผู้ฝึกยุทธ์เหมือนถูกเหยียบย่ำจมธรณี แม้ระหว่างสามปีนี้เ้าฝึกยุทธ์ไม่ได้ แต่ปราณทมิฬนี้ยังนำไปใช้ได้บ้างเป็ส่วนน้อย ต่อไปเ้าไม่อาจเรียกหาข้าได้อีก กำลังเฮือกสุดท้ายของข้า ช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้...ตัวข้า จดจำไว้ สามปีให้หลัง เราจะเป็ดังเทพมารจุติ พลิกสยบโลกหล้าอันโสมมนี้ !!”
ฮ่าวเทียนคล้ายรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มตรงหน้ากล่าวนั้นคือสิ่งใด มันยึดถือคำกล่าวนั้นไว้ด้วยใจ ก่อนตั้งสติลืมตาขึ้น พบเห็นทหารเกราะทองอันเข้มแข็ง กำลังฝ่าไอพลังทมิฬเข้าทำร้ายตน เด็กหนุ่มกำหยกที่ได้รับจากท่านปู่ของเขาไว้แน่น
“ หากที่เขากล่าวเป็จริง นี่ก็คือพลังปราณของข้า? หมายความว่าสิ่งนี้ข้าบังคับใช้ได้! ” ฮ่าวเทียนยามนี้ดูดกลืนไอพลังทมิฬสีแดงรอบตัวไว้กับตน พุ่งทะยานปล่อยหมัดใส่องครักษ์เกราะทองตรงหน้า
“ เด็กน้อย เ้า กล้าหันหมัดใส่ข้า ความบังอาจเทียมฟ้าของเ้า จงตอบแทนด้วยชีวิต! ” ทันใดนั้นเอง หมัดของทั้งสองพุ่งชนกัน แต่สิ่งเลวร้ายที่สุดกลับเกิดขึ้นกับทหารเกราะทอง ชุดเกราะที่หุ้มทั้งมือเริ่มแหลกสลายเป็ผุยผง เศษชิ้นเนื้อและกระดูกมือกระจัดกระจาย ซ้ำร้ายปราณทมิฬนี้ราวกับพิษ์ฉีกกระชากแขนของมันเป็ชิ้นๆโดยไม่ทันเอื้อนเอ่ยอันใด มันรีบใช้พลังขีดสุดหยุดปราณทมิฬนี้ไว้ก่อนทรุดเข่าลงไปกับพื้น
“ ปีศาจ เ้ามันเด็กปีศาจ! เป็ข้าประมาทที่เห็นเ้าเป็เด็ก คาดไม่ถึงกลับมีปราณทมิฬดั่งพวกมาร หากปล่อยเ้าเติบใหญ่ ย่อมเป็ภัยต่อโลกหล้า จงตายซะ! ” แม้ฉีกกระชากแขนของทหารเกราะทองได้ด้วยความประมาทของมัน แต่ทหารผู้นี้อยู่ในระดับรวมลมปราณขั้นสุดท้ายแล้ว ปราณทมิฬแม้ร้ายกาจแต่ด้วยระดับพลังที่แตกต่าง ฮ่าวเทียนไม่อาจเอาชนะได้
ขณะที่ฝ่ามือของอีกฝ่ายกำลังจะกระทบศีษะของเด็กหนุ่ม พลันปรากฏพลังสีขาวเจิดจ้าบดบังตรงหน้าเด็กหนุ่มไว้ พร้อมทุบทำลายร่างของทหารเกราะทองจนกระเด็นไปไกล
“ ท่านปู่ ท่านปู่ ท่านชนะได้ พวกมันใช่พ่ายแพ้หมดแล้ว? ท่านปู่ของข้าเป็ยอดยุทธ์! ฮ่าวเทียนนึกว่าตนจะต้องตกตายเสียแล้ว ” แต่ความพึงใจที่มีซักครู่ก็อันตรธานหายไป เงาสีขาวเจิดจ้าตรงหน้า แม้ชัดเจนว่าเป็ท่านปู่ของมัน แต่กลับเลือนรางราวกับภูติผี
“ นั่น! เป็ร่างิญญาราชันย์ ” เสียงของทหารเกราะทองดังกังวาลด้วยโทสะ
“ ระดับจอมราชันย์ขึ้นไปแม้ตกตาย ร่างิญญายังคงพลังท่วมท้นดังเดิม ทว่าไร้ซึ่งสติใด จนกว่าเป้าหมายก่อนตายบรรลุ จึงจะสลายไปสู่ภพภูมิที่สมควร ความยิ่งใหญ่นี้ จึงคู่ควรกับคำว่า จอมราชันย์ โดยแท้! เพียง 1 ในพันเท่านั้นจะกำเนิดปาฏิหาริย์นี้ ข้าเกิดมาเพิ่งเคยพบเจอ ทว่า ผีเช่นเ้า อย่างไรไม่อาจปกป้องมารปีศาจนี่ได้!”
ดวงตาสองคู่ของฮ่าวเทียนนองไปด้วยน้ำตา ได้ฟังดังนั้นจึงรับรู้ได้แก่ใจ ท่านปู่ของมันลาโลกไปแล้ว ทว่ายังไม่หมดห่วง เป็ผีสางยังกลับมาช่วยเหลือมัน ความอบอุ่นนี้แม้ถูกเรียกว่าผีสางมันยังรับรู้ได้ ร่างิญญายังคงต่อสู้พัลวัลกับทหารเกราะทอง สุดท้ายเป็ทหารเกราะทองพ่ายแพ้หมดรูป ร่างิญญามาปรากฏตรงหน้าชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มบาง จากนั้นสลายหายไป....
“ ท่านปู่ ข้าจะไปที่สำนักศึกษา! ร่ำเรียนทุกสิ่งให้แตกฉาน! แข็งแกร่งสูงส่งดังเช่นท่าน เมื่อใดข้าควบคุมพลังได้ดังใจนึก จะไม่ให้ท่านเสียหน้า ประกาศก้องแก่โลกว่าท่านปู่ข้า คือจอมราชันย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด! ”
เหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ราวเกิดขึ้นด้วยเวลายาวนานนัก ทว่าตรงหน้าเด็กหนุ่มเพียงผ่านไปอึดใจ มันกอดรัดชิ้นหยกจากท่านปู่ไว้แน่น ทั่วร่างโอบอุ้มด้วยปราณสีแดงทมิฬเบาบาง แววตาไม่สู้ดีนี้ ไม่อาจออกมาจากเด็กไร้เดียงสาอายุ 12 ปีได้ พลันหยิบตราหยกที่พี่นางฟ้าของมันให้มา
“ พี่นางฟ้า ข้าจะไปหาท่านแล้ว ตัวข้าตอนนี้ แม้ไม่อาจพบเจอท่านได้ ขอเวลาไม่นานเท่านั้น ท่านปู่ของข้าคือยอดคน ข้าก็คือหลานของยอดคน ข้าจะแสดงให้ราชวงศ์นั่นได้เห็น ว่ามันได้ล่วงเกินกับสิ่งที่ไม่ควรตอแย! ”