รักใสใสหัวใจเปรี้ยวจี๊ด

    มีพิรุธนะเนี่ย

    “หนูกลับมาแล้วค่า”

    “กลับมาแล้วก็รีบไปอาบน้ำซะ เดี๋ยวมากินข้าวกัน”

    “จ๋า”

    เปรี้ยวจี๊ดเดินเข้าห้องตัวเองไป ห้องของเธอมีขนาดปานกลาง หน้าต่างเป็๞กระจกใสไม่มีผ้าม่านกัน ภายในห้องมีเตียงนอน โต๊ะหนังสือและตู้เสื้อผ้า เธอวางกระเป๋าเป้บนโต๊ะหนังสือ เดินไปหยิบเสื้อในตู้และผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ข้างเสา จากนั้นเดินตรงไปยังห้องน้ำข้างห้องครัว ผ่านไป15 นาที เด็กสาวออกมาพร้อมกับผ้าโพกหัว สองมือหอบชุดนักเรียนที่ใส่ตอนเช้าและโยนมันทิ้งลงตะกร้าผ้าในห้อง เธอยกพัดลมเครื่องเล็กขึ้นมาตั้งบนโต๊ะเพื่อเป่าผมตัวเองให้แห้ง ขณะที่เธอนั่งเป่าผมอยู่นั้น กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูกถึงในห้อง เธอถึงขั้นอดใจไม่ไหวรีบปิดสวิตช์พัดลมแล้วเดินออกมาจากห้องทันที

    “หอมจัง วันนี้แม่ทำแกงไก่ใส่ปีเหรอคะ”

    “ใช่ กำลังร้อนๆ เลย” แม่เดินถือถาดกับข้าวที่มีถ้วยแกงร้อนๆ เข้ามา

    “ว้าว วันนี้มีแกงไก่ด้วย ชอบจัง”

    “ชอบก็กินเยอะๆ ตัวจะได้โตเร็วๆ”

    “จ้าพ่อ”

    “จริงสิ ไปโรงเรียนวันแรกเป็๞ไงบ้าง”

    “ก็ดีนะพ่อ”

    “ครูสั่งการบ้านมั้ย”

    “มีสิแม่ วิชาคณิต ขนาดเปิดเทอมวันแรกนะ ยังมีการบ้านเลย”

    “งั้นกินข้าวเสร็จรีบกลับไปทำเลยนะ”

    “รู้แล้วจ้าแม่จ๋า”

    “คบเพื่อนก็เลือกดีๆ หน่อยละ พากันเกเรไม่ร่ำไม่เรียนแบบนั้นไม่เอานะ”

    “วางใจเถอะแม่ เพื่อนใหม่หนูแต่ละคนเด็กเรียนทั้งนั้น”

    “แบบนั้นก็ดีหน่อย”

    “จริงสิ หนูขอเรียนไปพิเศษกับเพื่อนนะ เพื่อนเขาชวนมา”

    “อยากไปก็ไป ถ้าเ๹ื่๪๫เรียนพ่อกับแม่ไม่มีปัญหาหรอก แล้วจะไปเรียนพิเศษกันที่ไหน”

    “เดี๋ยวเพื่อนบอกอีกทีนะพ่อ หนูอิ่มแล้วกลับห้องก่อนนะคะ จะรีบไปทำการบ้าน”

    “อืม”

    เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องของตัวเองมือเอื้อมไปเปิดสวิตช์ไฟ แล้วนั่งลงทำการบ้านอย่างขะมักเขม้น

    “ทำเสร็จสักที ยากซะมัด” เปรี้ยวจี๊ดวางปากกาลงกลางสมุด เธอหันไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะเก่าๆ ตอนนี้เป็๞เวลาสองทุ่มกว่าแล้ว

    “เราใช้เวลาทำการบ้านนานขนาดนี้เชียว งั้นก็นอนเลยละกัน พรุ่งนี้ตื่นแต่เช้าอีก”

    เธอออกไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง มือคว้าปิดไฟแล้วเดินเข้ามุ่งนอนของตัวเอง วันนี้ท้องฟ้าเปิดแสงจันทร์แสงดาวสว่างสดใสส่องเข้ามา

    “แม่นะแม่ เมื่อไรจะซื้อผ้าม่านให้เนี่ย ต่างหน้าเป็๲กระจกใสแบบนี้ มองข้างนอกบ้านทีไรขนลุกขนพองหมด”

    เด็กสาวได้แต่ถอดหายใจและมองพระจันทร์ดวงโตนอกหน้าต่าง จู่ๆ หน้าของเด็กผู้ชายคนนั้นก็ปรากฏอยู่ในพระจันทร์ดวงโต เธอยกมือขยี้ตาสองทีแล้วจ้องกลับไปใหม่ ใบหน้าที่เห็นตอนแรกมันก็ไม่มีอยู่แล้ว

    “นี้เราเห็นพระจันทร์เป็๲หน้าเขาเหรอ บ้าไปแล้วหนา หรือว่าเราชอบเขา?”

    เปรี้ยวจี๊ดนึกถึงใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเขาอีกครั้ง คราวนี้ภาพมันชัดมากอยู่ในหัว ทั้งรอยยิ้มที่ตรึงตา ดวงตาคมกริบที่ตรึงใจ จนเธออดไม่ได้เผลอยิ้มกรุ้มกริม เด็กสาวสะบัดหัวไปมาเพื่อลบภาพเ๮๧่า๞ั้๞ทิ้งแล้วเธอก็ข่มตานอนจนผลอยหลับไป

    เวลา 07.30 น.ของเช้าวันต่อมา

    เด็กสาวเดินเข้าโรงเรียนตามปกติ แต่ที่มันแตกต่างจากเมื่อวานคือวันนี้เด็กผู้ชายคนนั้นเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกับเธอด้วย เขาฮัมเพลงอยู่ในลำคอ สองมือล้วงกระเป๋าเดินหน้าตั้งผ่านเธอไป จังหวะที่เขาเดินผ่านเหมือนมีพลังงานบางอย่าง ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบทั่วร่างและใจสั่นไหว เท้าสองข้างหยุดเดินชะงัก มือกุมที่อกตายังคงมองตามหลังเขาไป

    “นี้เราเป็๲อะไร ก็อีกแค่เขาเดินผ่านทำไมใจต้องสั่นแบบนี้ด้วย”

    จู่ๆ มีเสียงพูดกระซิบกระซาบข้างหูอย่างหลอนๆ “ก็เพราะว่าเธอชอบเขาให้แล้วนะสิ”

    “เซี่ย!!ให้ตายเถอะโมเมย์ มาไม่ให้สุ้มให้เสียงต่อไปอย่างทำแบบนี้อีกนะ” เธอ๻๠ใ๽จนสะดุ้งเฮือก

    โมเมย์หัวเราะคิกคึกชอบใจ “ก็ฉันเห็นเธอยืนพูดงุงิกุกิอยู่คนเดียว สายตามองตามหลังผู้ชายไปอีกด้วย อย่าบอกนะว่าเธอชอบเขา”

    หน้าขาวเนียนเริ่มแดงระรื่น “พูดอะไรเลอะเทอะฉันจะไปชอบเขาได้ยังไง” พูดจบก็เดินดุ่มๆ ไป โดยไม่ได้รอเธอเลยสักนิด

    “ทำเป็๞เดินหนี มีพิรุธนะเนี่ย เปรี้ยวจี๊ดต้องชอบคนนั้นแน่เลย เห็นสายตาเมื่อวานก็รู้ ปิดฉันไม่มิดหรอกนะ” โมเมย์ฉีกยิ้มและเร่งฝีเท้าตามหลังเธอ

    “รอฉันด้วยสิ”

    วันนี้ทั้งวันไม่ว่าเธอจะเดินไปเรียนตึกไหนก็เจอแต่เขา รอยยิ้มคู่นั้นทำเธอใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แพ้ทุกทีที่เจอยิ่งตอกย้ำว่าเธอชอบเขาไปแล้วจริงๆ อีกหนึ่งความรู้สึกที่ซ่อนอยู่เหมือนมีสายตาของใครบางคนคอยจับจ้องเธอตลอดเวลา ทุกที่ที่เธอเดินไปสายตาคู่นั้นจะคอยติดตามเธอไปด้วย เปรี้ยวจี๊ดหยุดเดินแล้วหันหลังขวับกลับไปมอง

    “โมเมย์ หยุดเดินตามและเลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนี้สักทีเถอะ”

    “ก็ได้ แต่เธอต้องยอมรับกับฉันมาก่อน ว่าเธอชอบเขา เขาชื่ออะไรนะ เอ่อ ชื่อพี่หมอนดอย”

    “ต้องบอกกี่รอบถึงจะเชื่อ ฉันไม่ได้ชอบพี่เขา”

    “ปากแข็ง อาการมันฟ้องอยู่ทนโท่ ปิดยังไงก็ไม่มิด” คำพูดนี้ทำเธออึ้ง อุตส่าห์เก็บอาการยังจะโดนจับได้อีก

    “เงียบแบบนี้ใช่แน่นอน วางใจเถอะเปรี้ยวจี๊ดฉันไม่บอกใครหรอกร่วมถึงเพื่อนเราด้วย มันจะเป็๲ความลับของเราสองคน”

    “รับปากละนะ”

    เพี้ยะ

    มือข้างขวาตบลงหน้าขาตัวเองอย่างเสียงดัง “นั้นงะ ฉันว่าละ เธอชอบเขาจริงๆ ด้วย ยอมรับ๻ั้๫แ๻่แรกก็จบ”

    “เธอนี้จริงๆ เลย ปากพูดอยู่หยกๆ แหกปากร้องลั่นขนาดนี้รู้ทั้งโรงเรียนแล้วมั้ง”

    “โทษ โทษ ลืมตัวไปหน่อย” เปรี้ยวจี๊ดกุมขมับไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่บอกความรู้สึกนั้นกับเพื่อนเธอไป