ปิ่นทอง ปิ่นเงิน หยก ไข่มุก อัญมณีต่าง ๆ ที่อยู่ในหีบทำให้จ้าวลู่ชิงตาเบิกกว้าง หยิบของแต่ละชิ้นขึ้นมาเชยชม ถ้าอยู่ในยุคสมัยที่นางจากมาของพวกนี้คงทำให้นางร่ำรวยมีกินมีใช้ไปอีกสิบชาติ
“คุณหนูแย่แล้วเ้าค่ะ! คนของทางการบุกมาที่จวนของพวกเราแล้วเ้าค่ะ” ซูเจิงะโเสียงดัง หลังจากเห็นคนของทางการบุกเข้ามาในจวนนางก็รีบใช้วรยุทธ์เร่งมาที่เรือนอิงฮวา
จ้าวลู่ชิงทำหยกมันแพะหล่นเมื่อได้ยินเสียงะโ “เงินอยู่ที่ใด” รีบวิ่งไปยังหีบใบเล็กที่ใช้เก็บเงิน พอเปิดออกมาจ้าวลู่ชิงแทบน้ำตาร่วง นางลืมไปได้เช่นไรว่าสมัยนี้ยังไม่มีตั๋วเงินใช้ เงินพวกนี้ไม่สามารถซ่อนไว้ตามตัวได้มาก
“ซูเจิน” เรียกสาวใช้ข้างกาย
“เ้าค่ะคุณหนู”
จ้าวลู่ชิงรีบโกยของมีค่าใส่ห่อผ้าพร้อมหยิบก้อนเงินจำนวนหนึ่งแล้วยัดใส่ในอ้อมแขนของซูเจิน
“เ้านำของมีค่าพวกนี้ไปขายแล้วนำเงินไปไถ่ตัวพวกบ่าวทุกคนที่จะถูกขายเป็ทาส” นางรู้ดีว่าถ้าจวนฝู่กั๋วกงล้ม บ่าวที่มีสัญญาทาสมิพ้นต้องถูกนำไปขาย
“เ้าตามข้ามา”
“ไม่เ้าค่ะ บ่าวไม่ไป บ่าวจะอยู่กับคุณหนู”
“ซูเจินอย่าทำให้ข้าผิดหวัง” จิติญญาสั่งให้นางนึกถึงผู้อื่นที่ต้องมาเดือดร้อนหากจวนฝู่กั๋วกงล้ม
“คุณหนูหนีไปพร้อมบ่าวเถิดเ้าค่ะ” ไม่ยอมหนีเอาตัวรอดเพียงผู้เดียว ผู้ที่สมควรรอดคือคุณหนูของนาง ส่วนนางต่อให้ต้องตายก็ต้องปกป้องคุณหนูให้ได้
“ไม่ได้ ข้าจะหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งคนในจวนมิได้”
“บ่าวก็ทิ้งคุณหนูมิได้เหมือนกัน”
จ้าวลู่ชิงหมุนแผ่นไม้หลังตู้หนังสือ ประตูลับเปิดออก “หลายชีวิตต้องฝากไว้ในมือเ้าแล้ว หากพวกข้ามีชีวิตรอดพวกเราย่อมต้องได้เจอกันอีกครั้ง หากพวกข้าสิ้นชีพเ้าอย่าโทษตัวเอง จงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ไกลจากฉางอัน”
ซูเจินน้ำตาอาบแก้มนางถูกคุณหนูผลักเข้ามาในห้องลับที่มืดสนิท บานประตูค่อยปิดลง ห่อผ้าที่เต็มไปด้วยของมีค่าสำหรับไถ่ตัวบ่าวที่มีสัญญาทาส ใน่คับขันมิรู้เป็ตายร้ายดีคุณหนูยังนึกถึงพวกบ่าว นางจะทำให้คุณหนูผิดหวังมิได้ หยิบตะบันไฟขึ้นมาเป่า แสงสว่างส่องนำทางในอุโมงค์ นางไม่รู้ว่าอุโมงค์จะไปสิ้นสุดที่ใด
หลังจากมั่นใจว่าบานประตูลับปิดสนิทแล้ว จ้าวลู่ชิงก็รีบวิ่งมาเก็บหยกสองอันยัดเข้าไปด้านในเสื้อ ปิดหีบลงดังเดิม รีบวิ่งออกไปจากห้อง
“คุณหนูเรียบร้อยหรือไม่เ้าคะ” อี้หมัวมัวเฝ้าอยู่หน้าเรือนพอเห็นจ้าวลู่ชิงพยักหน้าก็ถอนหายใจ
คนของทางการที่นางไม่รู้ว่าอยู่สังกัดใดกรูกันเข้ามาภายในเรือนอิงฮวาเกือบยี่สิบคน ซูเซียงพยายามห้ามปรามถูกผลักจนกระเด็น
จ้าวลู่ชิงและบ่าวรับใช้ถูกคนของทางการนำตัวไปเดินมุ่งตรงไปยังเรือนด้านหน้าของจวน หวังว่าซูเจินจะหนีพ้น ในจวนฝู่กั๋วกงมีทั้งบ่าวที่มีสัญญาทาสผูกมัดและบ่าวที่ไม่มีสัญญา
จ้าวลู่ชิงกับบ่าวในเรือนเดินมาถึงเรือนด้านหน้า เห็นฝู่กั๋วกงจ้าวเฉิง เหล่าฮูหยิน และจ้าวฮูหยินนั่งหลังตรงเป็สง่าอยู่ภายในเรือน บ่าวทุกขั้นมานั่งรวมตัวกันจนแออัด
“ชิงเอ๋อร์ มานั่งใกล้ย่าเร็ว” เหล่าฮูหยินเรียกหลานสาวให้มานั่งข้าง ๆ
“ชิงเอ๋อร์คารวะท่านปู่ ท่านย่า ท่านแม่เ้าค่ะ” ยอบกายคารวะผู้าุโที่เป็เสาหลักของจวน
“หายดีแล้วรึ” จ้าวเฉิงถามหลานสาวด้วยความห่วงใย
“หลานหายดีแล้วเ้าค่ะ ท่านปู่มิต้องเป็ห่วง”
“หายแล้วก็ดี”
จ้าวลู่ชิงนั่งลงตรงกลางระหว่างมารดากับเหล่าฮูหยิน สายตาเหลือบมองคนของทางการ จากการแต่งกายคนพวกนี้น่าจะเป็คนของศาลต้าหลี่
“เกิดอันใดขึ้นหรือเ้าคะ ท่านย่า” กระซิบสอบถามถึงสาเหตุที่คนในจวนถูกนำตัวมารวมกันอยู่ที่เรือนด้านหน้า
“ข้าน้อยต้าหลี่ซื่อเส้าชิง1 นามว่ามั่วเฉิน ขอคารวะฝู่กั๋วกง เหล่าฮูหยิน และทุกท่าน วันนี้ข้าน้อยมาถ่ายทอดพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้กับจวนฝู่กั๋วกง”
ทุกคนต่างนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรับราชโองการ ทุกถ้อยคำที่ได้ยินบ่งบอกได้ว่าถึงคราที่จวนฝู่กั๋วกงล้ม จ้าวลู่ชิงไม่อยากยอมรับ นางเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ที่จวนสูงศักดิ์ได้ไม่นาน ชีวิตอันสุขสบายหายไปเพียงพริบตา
หมายเหตุ
(1) ต้าหลี่ซื่อเส้าชิง เป็ชื่อตำแหน่งสมัยโบราณ โดยต้าหลี่ซื่อเทียบได้กับศาลสูงสุดในปัจจุบัน เส้าชิงเป็ตำแหน่ง ทำหน้าที่พิจารณาคดี