หลังจากที่เหลียงตงเดินออกไปไม่นานบนเวทีของลานกว้าง ก็ปรากฏร่างของคน 5 คนขึ้นมาบนเวที 4คนแรกสวมชุดคลุมสีดำต่างก็กระจายอยู่คนละมุมของเวที ส่วนอีก 1 คนยืนอยู่กลางเวทีก่อนจะปรบมือเพื่อเรียกความสนใจของทุกคนให้มารวมกันที่เวที
" ทุกคนจงฟังวันนี้ข้าจะเป็ผู้ดูแลการทดสอบในรอบแรก และข้าจะอธิบายกฎในการทดสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น"ชายที่อยู่กลางเวทีะโออกมาเสียงดังทำให้ทุกคนด้านล่างของเวทีหันหน้าไปตั้งใจฟังคำอธิบายของชายคนนั้น
" การทดสอบรอบแรกนี้เพียงให้เ้าทุกคนขึ้นมาบนเวที และแบ่งออกเป็กลุ่มตามสำนักที่พวกเ้าลงทะเบียนไว้แล้วผู้าุโทั้ง 4 คนจะทำการสร้างค่ายกลเพื่อสร้างแรงกดดันขึ้นมาและแรงกดดันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าพวกเ้าทั้งหมดจะเหลือเพียงกลุ่มล่ะ 100 คนและถือว่าผ่านการทดสอบและถ้าใครทนแรงกดดันไม่ไหวให้ยกมือขึ้นแล้วถอนตัวออกไป"
เมื่อผู้เข้ารับการทดสอบได้ยินคำชี้แจงของผู้คุมสอบจากคนหลายพันคนคัดเหลือเพียง 300 คนผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคนก็เริ่มคุยกันเสียงดัง ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปบนเวทีแล้วแยกออกเป็ 3 กลุ่มเทียนอีและเหลียงตงทั้งสองคนต่างก็อยู่ในกลุ่มของสำนักกระบี่ฟ้า
การทดสอบเช่นนี้นั้นสำหรับเทียนอี้แล้วเหมือนเป็ของเด็กเล่น ด้วยกายาเทพัของเทียนอี้ต่อให้มีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนที่เข้ารับการทดสอบถูกแรงกดดันกดทับจนร่างกายแหลกเหลวเทียนอี้ยังสามารถทนต่อแรงกดดันเ่าั้ได้สบายๆ
เมื่อขึ้นไปบนเวทีแล้วเหลียงตงก็ได้หันมามองที่เทียนอี้และใช้นิ้วทำท่าเป็สัญลักษณ์เชือดคอ ให้ให้เทียนอี้ดูเมื่อเห็นเช่นนั้นเทียนอี้เพียงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยและคิดที่จะเล่นกับกับเหลียงตงเด็กน้อย ที่บังอาจมาท้าทายเขาในวันนี้
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วคนในชุดคลุมสีดำทั้ง4 คนก็ได้ร่ายอักขระขึ้นมาบนอากาศสร้างเป็ค่ายกลที่สามารถปลดปล่อยแรงกดดันออกมา เมื่อทั้ง 4 คนสร้างอักขระค่ายกลเสร็จแล้วบนเวทีก็เริ่มมีแรงกดดันกดทับลงบนตัวของผู้เข้ารับการทดสอบทันทีทั้งยังมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลา
เวลาผ่านไปเรื่อยๆหลายคนเริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหว จึงยกมือขึ้นขอยอมแพ้และออกจากการทดสอบไปเวลาผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยามตอนนี้บนเวทีเหลือคนไม่ถึง 500 คนแรงกดดันตอนนี้ทำให้หลายๆคนรู้สึกว่ามันถึงขีดจำกัดของตนแล้ว
ตอนนี้เองเทียนอี้ได้ยิ้มออกมาก่อนจะลอบปล่อยแรงกดดันที่ได้มาจากทักษะกายาเทพัไปที่เหลียงตงแน่นนอนว่าแรงกดดันนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่นอนก่อนหน้านี้เหลียงตงเพียงรู้สึกกดอันเล็กน้อยเท่านั้นแต่เมื่อได้รับแรงกดดันเพิ่มมาจากเทียนอี้มันก็รู้สึกว่าร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนจะหันไปมองที่เทียนอี้และพบว่าเทียนอี้ยังคงยืนอยู่ได้อย่างสบายๆความจริงตอนนี้นั้นแรงกดดันที่ผู้อื่นได้รับอยู่ที่ราวๆ 1 ตันแต่เหลียงตงนั้นตอนนี้ได้รับแรงกดดันมากถึง 2 ตันมากกว่าผู้อื่นถึงเท่าตัวทำให้ตอนนี้เหลียงตงมีสีหน้าที่ไม่ดีมากนัก ผ่านไปอีก 1 เค่อ(15 นาที)ตอนนี้ขาของเหลียงตงเริ่มมีอาการสั่นขึ้นมา
แต่ตอนนี้ทั้ง3 กลุ่มยังเหลือคนอีกประมาณ 100กว่าคนเทียนอี้จึงเพิ่มแรงกดดันไปที่เหลียงตงอีกครั้ง ปัง!เสียงของหัวเข่ากระแทกเข้ากับพื้นของเวทีเสียงดังสนั่นก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงคนร้องด้วยความเ็ปดังไปทั่วแต่เหลียงตงก็ยังไม่ยอมแพ้มันพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง
" ถ้าเ้าทนไม่ได้ก็ให้ถอนตัวไปไม่เช่นนั้นอาจจะได้รับาเ็ได้" ผู้ดูแลการทดสอบพูดออกมาเมื่อเห็นว่าเหลียงตงฝืนตัวเองมากเกินไปแต่ดูเหมือนว่าเหลียงตงจะยังไม่ยอมแพ้ให้กับเทียนอี้มันจึงพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้งและยืนได้ในที่สุด
เมื่อเทียนอี้เห็นว่าเหลียงตงยังคงสามารถลุกขึ้นมาได้อี้เทียนอี้ก็รู้สึกถูกใจเหลียงตงขึ้นมาเล็กน้อยอย่างน้อยเหลียงตงมันก็มีความพยายามอย่างมากในการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองทั้งที่มันไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้รับแรงกดดันมากก่าผู้อื่นถึงหนึ่งเท่าตัว
ผ่านไปอีก1 เค่อ(15 นาที)ตอนนี้ก็มีคนยอมแพ้อีกหนึ่งคนซึ่งถือเป็คนสุดท้ายแล้วก่อนจะทำให้บนเวทีเหลือคนที่ยืนอยู่ได้อีกกลุ่มล่ะ 100 คนรวมสามกลุ่มเป็ 300 คนพอดี จากนั้นคนในชุดคุมดำทั้ง 4คนก็ยกเลิกอักขระค่ายกลทันทีก่อนที่ผู้ควบคุมการทดสอบจะขึ้นมาบนเวทีอีกครั้ง
"ผู้ที่ยังสามารถยืนอยู่ได้ทั้ง 3 กลุ่มรวม 300 คนถือว่าผ่านการทดสอบในรอบแรกการทดสอบในรอบที่สองจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ให้ทั้ง 300คนไปพบกันที่ทางเข้าป่าอสูรทางทิศใต้ของเมืองก่อนยามซื่อ(09:00)" ผู้ควบคุมการสอบประกาศผลการทดสอบและนัดเวลาการทดสอบรอบที่2 ก่อนจะพากันทะยานขึ้นฟ้าและหายไป
เทียนอี้มองไปที่ร่างของเหลียงตงที่ยังคงยืนอยู่ด้วยความขื่นชมเหลียงตงในตอนนี้นั้นได้หมดสติไปเพราะแรงกดดันแล้ว ใช่แล้ว!ยืนอยู่ได้ทั้งที่ตัวเองหมดสติไปแล้วโดยไม่มีผู้ไดสังเกตุเห็นสักคนเดียวนับว่าเหลียงตงคนนี้นั้นมีความพยายามมากกว่าคนอื่นมากมันยอมหมดสติไปทั้งๆแบบนั้นแต่ไม่ยอมแพ้
ทำให้เทียนอี้ให้การยอมรับเหลียงตงและไม่คิดเอาความกับมันอีกเพราะเทียนอี้ได้สังสอนทันไปพอสมควรแล้วเทียนอี้เดินไปที่ร่างของเหลียงตงก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไปในร่างของมันทำให้มันฟืนขึ้นมาอีกครั้งโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็น
ก่อนจะเอาโอสถรักษาอาการาเ็ยัดใส่ปากของเหลียงตงก่อนที่จะเดินลงจากเวทีไปและทิ้งเหลียงตงที่เต็มไปด้วยความสับสนไว้บนเวทีเช่นเดิมเหลียงตงยืนอยู่บนเวทีด้วยความสับสนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่จะวิ่งตามเทียนอี้ไป
"ข้าแพ้แล้ว"เหลียงตงที่วิ่งตามเทียนอี้มาพูดกับเทียนอี้หลังจากเดินตามมาได้สักพัก
"เ้าไม่ได้แพ้เราเพียงแค่เสมอกันเท่านั้น"เทียนอี่หยุดเดินและหันไปคุยกับบเหลียงตงด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า
"แต่ข้าหมดสติไปแล้วตอนที่ยืนอยู่บนเวที"
"แต่เ้าก็ยังยืนอยู่ไม่ได้ล้มลงไปหรือยอมแพ้"
เหลียงตงทำได้เพียงยืนมองหน้าเทียนอี้ความจริงเหลียงตงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเพียงแต่ที่มันทำเช่นนี้เพราะความหึงหวงที่มีต่อม่านผิงหญิงสาวที่มาชอบเท่านั้นไม่ได้คิดร้ายหมายเอาชีวิตของเทียนอี้แต่อย่างได ซึ่งเทียนอี้ก็ดูออกเช่นกัน
"พี่ใหญ่รับการคารวะจากข้าด้วย"เหลียงตงป้องมือแล้วทำการขอโทษต่อเทียนอี้มันเองก็ไม่ใช่คนโงจึงรู้ว่าเทียนอี้ช่วยเหลือมันเอาไว้ในตอนสุดท้ายที่ไม่เปิดเผยว่ามันหมดสติไปแล้วไม่เช่นนั้นมันก็คงไม่ผ่านการทดสอบในครังนี้.เทียนอี้เพียงหัวเราะออกมา
"เพื่อเป็การขอโทษต่อพี่ใหญ่วันนี้ข้าจะเลี้ยงข้าวข้าวท่านเอง"เหลียงตงพูดขึ้นพร้อมเดินนำออกไปเทียนอี้จึงเดินตามเหลียงตงไปเขาไม่รังเกียจอยู่แล้วหากจะมีคนเลี้ยงข้าว
เมื่อเทียนอี้และเหลียงตงเดินออกไปด้วยกันฟางจั่วที่ยืนดูทั้งคู่อยู่ตลอดก็ได้แต่กัดฟังกรอดด้วยความโกรธแผนการเอาคืนเทียนอี้ของมันพังพินาศโดยไม่ทราบสาเหตุ อยู่ดีๆสองคนนั้นกลับสนิทกันขึ้นมนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นตัวของฟางจั่วยังไม่เข้าใจเลย
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หนุ่มหน้าขาวต้องมีสักวันที่ข้าจะมีโอกาศเอาคืนแกอีกครั้งแน่"ฟางจั่วเดินจากไปด้วยความคับข้องใจ.......
คดีพลิกส่ะงั้น????????