ภายในห้องที่ตกแต่งด้วยผ้าแดงสวยสดงดงาม ทุกสิ่งทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยสีมงคลแสงสว่างในห้องวูบไหวจากเปลวไฟของเทียนไขสีแดงบนเตียงหลังใหญ่มีหนึ่งหญิงหนึ่งชายนั่งอยู่
ร่างบางที่สวมใส่ชุดสีแดงมงคลกำลังนั่งคล่อมอยู่บนตักแกร่งของชายหนุ่มใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงหนึ่งฝ่ามือสองแขนเรียวเล็กคล้องลำคอแกร่งไว้ทั้งจงใจบดเบียดทรวงอกนุ่มนิ่มที่อยู่ภายใต้อาภรณ์เข้ากับอกแกร่งอย่างยั่วเย้า
“เ้าเมา?” เสียงเข้มของชายหนุ่มถามขึ้นทั้งปลายตามองไปที่ขวดสุรามงคลที่กลิ้งตกอยู่กลางห้อง
“หือ? ไม่เมาๆฉันไม่ได้เมาสักหน่อย” แม้จะบอกว่าไม่ได้เมาแต่ใบหน้าของคนตอบกลับขึ้นสีแดงก่ำทั้งยังรู้สึกมึนๆด้วย ไป๋หลันหลันรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองนั้นฝันแปลกประหลาด จู่ๆ ก็ได้นั่งอยู่บนตักของพ่อหนุ่มสุดหล่อคนนี้ทั้งเขายังใส่ชุดเ้าบ่าวอีกด้วยแต่ข้อสงสัยทั้งหลายก็ถูกความหล่อเหลาของอีกฝ่ายดึงดูดความสนใจจนลืมเลือนไปเสียทุกสิ่ง
ดวงตาหวานเยิ้มจ้องมองดวงตาคมดุตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
“นี่... ขอจูบได้หรือเปล่า?” ได้ฝันเห็นคนหล่อๆแบบนี้แล้วจะให้อดใจไหวได้ยังไงอย่างน้อยๆ ได้จูบสักครั้งก็ยังดีไม่รู้ว่าจะได้ฝันแบบนี้อีกเมื่อไร
ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายไป๋หลันหลันจึงถือว่านั่นเป็การอนุญาตประกบริมฝีปากตนเองกับของชายหนุ่มทันทีที่ริมฝีปากแตะกัน
ราวกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทั่วร่าง มันซาบซ่านแล้วก็วูบวาบตรงส่วนล่างปลายลิ้นเล็กของเธอสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่ายดูดดุนลิ้นหนาจนพอใจแล้วค่อยถอนกลับอย่างเชื่องช้า
ริมฝีปากบางถูกเคลือบด้วยน้ำใสๆ แวววาวราวกับผลอิงเถาสดไป๋หลันหลันหอบหายใจเมื่อถอนริมฝีปากออกจ้องมองไปยังผลงานที่ตนเองเพิ่งจะรังสรรค์มาหมาดๆริมฝีปากของเขาช่างเย้ายวนใจจริงๆ เธออดใจไม่ได้ขบเม้มจนมันขึ้นสีเข้ม
นิ้วเรียวััเบาๆ ตรงรอยขบ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองอย่างยั่วเย้า
“...จูบอีกได้ไหม?”
“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายเช่นเดิมหากแต่สายตาที่มองมากลับเปลี่ยนไป ไป๋หลันหลันไม่ทันได้สังเกตเพราะคิดว่านี่เป็เพียงแค่ความฝัน
“อีกครั้งเดียวนะ นะ”ลองใช้น้ำเสียงออดอ้อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงนิ่งไป๋หลันหลันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาขออนุญาตอีกฝ่ายแบบนี้ทั้งๆ ที่มันเป็ความฝันของเธอทั้งผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้มีตัวตนจริงๆ สักหน่อย
คิดได้แบบนั้นก็ไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตก็เข้าจู่โจมทันที แม้่แรกๆชายหนุ่มจะไร้ท่าทีตอบสนองแต่ผ่านไปสักพักเขาก็เริ่มให้ความร่วมมือมากขึ้น เขาส่งปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปากของเธอทั้งไล่ต้อนจนเธอรู้สึกวูบวาบที่ท้องน้อย
“อื้อ~” ัันุ่มนวลกลายเป็เร่าร้อนดุดัน และดูดดื่ม
ราวกับจะหายใจไม่ออกมือบางดันไหล่หนาของอีกฝ่ายให้ออกห่างแต่กลับเป็มือของเขาจับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้เสียอย่างนั้น ส่วนมืออีกข้างก็โอบรัดเอวเล็กให้แนบชิดบดเบียดร่างหนามากขึ้น
“อื้อ!” ไป๋หลันหลันส่งเสียงประท้วงอย่างไม่พอใจจนอีกฝ่ายคลายริมฝีปาก “คุณทำให้ฉันหายใจไม่ออกนะคะ แฮ่กๆ” เสียงหวานดุใส่เขาพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วง
“เ้าขอข้าเองมิใช่หรือ” นิ้วหัวแม่มือของเขาเกลี่ยริมฝีปากบางที่ตอนนี้บวมเจ่อจากการจูบที่ดูดดื่มเมื่อครู่แม้คำพูดคำจาของอีกฝ่ายจะฟังดูแปลกๆ แต่หานอี้เซินก็ไม่ได้สนใจ
“ก็ใช่ แต่ว่าคุณทำฉันหายใจไม่ออกนี่นา”ใครจะไปรู้ล่ะว่าเขาจะเก่งขนาดนี้ “ต่อไปฉันจะเป็คนทำเองคุณแค่อยู่เฉยๆก็พอเข้าใจไหม” มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างเ้าเล่ห์ มือบางเริ่มสอดเข้าไปในสาบเสื้อของอีกฝ่ายลูบไล้แผงอกแกร่งอย่างแ่เบา
“อื้อ~” ได้ยินเสียงครางจากคนตรงหน้าไป๋หลันหลันก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นก้มลงกัดเบาๆ ที่ใบหูทั้งยังไล้เลียลากผ่านลำคอหนาดูดดุนจนเป็รอยช้ำ มือบางก็พยายามจะถอดเสื้อผ้าของเขาออกแต่ทำอยู่นานก็ยังไม่สามารถปลดเปลื้องออกได้จนต้องเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างขอความช่วยเหลือ...ชุดบ้าอะไรเนี่ยทำไมมันถอดยากขนาดนี้!!
“ถอดให้หน่อย” เห็นเขายังนั่งนิ่งไป๋หลันหลันจึงต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
“เ้าบอกให้ข้าอยู่เฉยๆ มิใช่หรือ”
เอ๊ะ! นี่เขากำลังยอกย้อนเธออยู่ใช่ไหม?
“สุดหล่อขา ถอดให้เค้าหน่อยนะ” ไป๋หลันหลันส่งเสียงอ้อนหากชักช้าเดี๋ยวก็ได้ตื่นก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อมิอะไรหรอกขืนเป็แบบนี้อารมณ์ต้องค้างแน่ๆ
“ของข้าหรือของเ้า?”
คนตรงหน้าคล้ายจะกวนประสาทแต่ไป๋หลันหลันไม่คิดจะใส่ใจในเมื่อเสื้อผ้าของเธอก็ต้องให้เขาเป็คนช่วยถอดให้อยู่ดี
“ทั้งสอง... ฉันไม่เอาเปรียบคุณหรอกนะคะ”