สีหน้านิ่งเรียบ ไม่รีบไม่ร้อนนัยน์ตาฉายแววสงสัยดูบริสุทธิ์ เวลานี้แล้วแต่กลับนิ่งสงบได้เช่นนี้มีบางเวลาเมิ่งซีอวี้ยังอดคิดเลื่อมใสนางไม่ได้
บ่าวรับใช้ที่เอาแต่จ้องมองนางแววตาเกรี้ยวกราดพลันเอ่ยปาก“เดิมทีเบี้ยหวัดนายท่านรองคือยี่สิบตำลึง ทว่ากลับถูกท่านหักเหลือสองตำลึงนายท่านรองฐานะใดกัน! สตรีเช่นท่านถึงกับกล้าหยามเกียรตินายท่านรอง!”
“ไม่มีทางเบี้ยหวัดของแต่ละท่านในจวนอ๋องต่างอิงตามจำนวนเดิมของเดือนที่แล้วข้าไม่ได้ลดทอนจำนวนเบี้ยหวัดสักนิด” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย บอกว่าหวังดีต่อจวนอ๋องดังนั้นจึงหักเบี้ยหวัดเหล่าเจ้านายโดยพลการตอนนี้เรื่องเกิดแล้วกลับทำเป็นแกล้งโง่ คิดอยากผลักภาระให้คนอื่นรึ ในมือบ่าวรับใช้ถือถุงเงินใบหนึ่ง ยิ้มถามเสียงเย็น “พระชายานี่ใช่ถุงเงินที่ให้นายท่านรองหรือไม่”กู้สุ่ยเย่ว์มองอักษรบนถุงเงิน พยักหน้า
“บ่าวนับเงินข้างในอยู่หลายรอบ มีแค่สองตำลึงจริงๆ ”บ่าวรับใช้เอ่ย
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้โต้ฝีปากกับบ่าวรับใช้แต่เอ่ยกับพระชายาผู้เฒ่า “เสด็จแม่ เรื่องนี้หม่อมฉันไม่ทราบจริงๆหม่อมฉันอยากยืนยันสองเรื่อง เรื่องแรก ผู้ใดบอกเขาว่าหม่อมฉันหักเงินเรื่องที่สอง หม่อมฉันอยากดูว่าบันทึกของสมุดบัญชีใช่สองตำลึงหรือไม่”
เผชิญหน้ากับไฟโทสะของพระชายาผู้เฒ่าและการกล่าวหาของบ่าวรับใช้ กู้สุ่ยเย่ว์สงบสุขุมเช่นเดิมยังจับจุดสำคัญของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พระชายาที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ท่านนี้ไม่อาจเรียกว่าไม่ปราดเปรื่องได้แล้ว มือที่วางอยู่บนขาของเมิ่งซีอวี้กำแน่นโดยไม่รู้ตัว ทว่าไม่นานก็คลายออกรวดเร็ว เบี้ยหวัดแจกจ่ายตามบันทึกบนสมุดบัญชีผู้ดูแลอันเล่นตุกติกบนสมุดบัญชี รอเอาสมุดบัญชีมาดู อักษรดำชัดบนกระดาษขาวกู้สุ่ยเย่ว์ไม่อาจใช้มันอ้างอิงได้แน่เมิ่งซีอวี้เอ่ย “เสด็จแม่ ในเมื่อพี่หญิงมั่นใจเช่นนี้ไม่สู้ลองดูสมุดบัญชี ใช้หลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์เพคะ”
พระชายาผู้เฒ่านั่งหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า เห็นชัดว่าโมโหสุดขีดแล้ว“พระชายาผู้เฒ่า งานแต่งนี้เป็นฝ่าบาทที่ประทานให้...”สาวใช้ชราข้างกายพระชายาผู้เฒ่าเอ่ยเสียงเบา
พระชายาผู้เฒ่าเอ็นดูรักใคร่นายท่านรองเพราะนายท่านรองได้รับความไม่เป็นธรรมจึงสติหลุดเจ็บแค้นอยากเคี่ยวกรำให้กู้สุ่ยเย่ว์ถึงที่ตายแต่ถึงอย่างไรกู้สุ่ยเย่ว์ก็เป็นพระชายาพระราชทานจากฮ่องเต้ เพื่อจวนอ๋องนางไม่อาจทำเกินเลยเกินไป
พระชายาผู้เฒ่าข่มกลั้นความโกรธในใจก่อนเอ่ยกับสาวใช้ชราข้างกาย “เจ้าไปเอามาซิ”กู้สุ่ยเย่ว์มองบ่าวรับใช้นายนั้น“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าหักเบี้ยหวัด”
บ่าวรับใช้หันขวับ ไม่มองนางสักนิด
“ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องมีหลักฐานพยาน เจ้าไม่อาจมอบพยานเช่นนั้นข้าเข้าใจได้หรือไม่ว่าเจ้าใช้วาจาตนเองคนเดียวป้ายสีข้า”
บ่าวรับใช้สีหน้าเปลี่ยนสี “เรื่องนี้บ่าวไม่มีทางกุเรื่องส่งเดชอยู่แล้วเป็นแม่นางหรูซิ่วที่บอกบ่าวตอนแจกจ่ายเงิน” “หรูซิ่วรึสาวใช้นางนั้นไม่ใช่คนของพี่หญิงเมิ่งหรือ” อาสื่อน่าเหยียนนัยน์ตากลิ้งกลอก มองเมิ่งซีอวี้ เอ่ยอย่างมีความนัยเมิ่งซีอวี้เอ่ยสีหน้าไม่เปลี่ยนสี“พี่หญิงเพิ่งคุมจวนหนแรก ข้ากังวลว่าพี่หญิงจะคนไม่พอ จึงให้หรูซิ่วไปช่วยเหลือ”
“เสด็จแม่ ท่านให้คนไปหาหลักฐานเช่นนั้นพยานนี้ก็ควรพามาพร้อมกันกระมัง” อาสื่อน่าเหยียนเอ่ย
พระชายาผู้เฒ่านิ่งขรึมครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
ไม่นานสมุดบัญชีก็ถูกนำเข้ามาในเรือนพร้อมกันกับหรูซิ่ว
หรูซิ่วเห็นฉากภาพนี้พลันตื่นเต้นยินดี
พระชายาผู้เฒ่านั่งหน้าโกรธขึ้งอยู่ตรงนั้นกู้สุ่ยเย่ว์ยืนโดดเดี่ยวอยู่ตรงกลาง คล้ายกำลังไต่สวนอะไรพอเห็นบ่าวรับใช้ซิ่วเก๋อเอ๋อร์ที่ยืนหน้าประตู หรูซิ่วก็มั่นใจแล้ววิธีของพระชายาบ้านตนได้ผล
นายท่านรองมีฐานะใดกันต่อให้เขาข่มกลั้นความไม่เป็นธรรมนี้ไว้ แต่บ่าวรับใช้ข้างกายไม่มีทางยอมแน่
กู้สุ่ยเย่ว์จบสิ้นแน่แล้ว
สายตาเมิ่งซีอวี้กวาดมองมา หรูซิ่วรีบเก็บกักความยินดีคารวะพระชายาผู้เฒ่า “บ่าวถวายบังคมพระชายาผู้เฒ่า”
“เจ้าได้บอกกับเจ้านายแต่ละท่านในจวนอ๋องหรือไม่ว่าข้าลดเบี้ยหวัด”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
หรูซิ่วลังเลครู่หนึ่ง ซิ่วเก๋อเอ๋อร์อยู่ที่นี่นางพูดโกหกคงไม่เหมาะ อีกอย่าง เรื่องนี้เดิมทีก็เป็นความจริง หรูซิ่วพยักหน้า“เช่นนั้นเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าลดเบี้ยหวัด”กู้สุ่ยเย่ว์ถามต่อ
หรูซิ่วนิ่งงันไป
นางรู้ได้อย่างไรน่ะรึ เดิมทีนางแนะแนวผู้ดูแลอันไว้ก่อนพอนางเปิดถุงเงินนายท่านรองแล้วเห็นว่าด้านในเป็นเงินสองตำลึงจริง ถึงมั่นใจในเรื่องนี้หรือต้องบอกว่านางเปิดถุงเงินนายท่านรองดูกันหรูซิ่วเอ่ย “คนอื่นๆ บอกข้า”
“ผู้ใดบอกเจ้ารึ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
หรูซิ่วครุ่นคิดก่อนเอ่ย “เวลานั้นมีคนตั้งมากทุกคนต่างพูดเช่นนี้”
วาจาหรูซิ่วดูสมจริงไม่มีพิรุธ ถามถึงตรงนี้กู้สุ่ยเย่ว์ไม่ได้ถามต่ออีก แต่เป็นตกเข้าสู่ความเงียบขรึม
จากที่กลุ่มคนดู เห็นชัดว่าหมดวาจาจะโต้แย้งแล้ว
เมิ่งซีอวี้มองหรูซิ่วแววตาฉายแววชื่นชมออกมา แม้หรูซิ่วจะไม่สู้ไช่ชิง แต่ไม่มีทางโง่ไปที่ใดได้ไม่นาน สาวใช้ชราก็ถือสมุดบัญชีเข้ามามอบให้พระชายาผู้เฒ่า
พระชายาผู้เฒ่าเปิดสมุดบัญชีดูก่อนจะเปิดไปถึงหน้าที่พับไว้ดีแล้วหน้านั้น
เมิ่งซีอวี้หลุบตาลง รอคอยเงียบๆรอคอยไฟโทสะของพระชายาผู้เฒ่า
นางควบคุมดูแลเรือนหลังจวนอ๋องมานานปี กู้สุ่ยเย่ว์ริอ่านคิดแย่งอำนาจไปจากนาง เรื่องนี้ช่างน่าขันนัก ครั้งนี้นางก็จะมอบการสั่งสอนยากลืมเลือนให้กู้สุ่ยเย่ว์ให้นางรู้ว่าแม้ตนเองจะเป็นชายาเอก ทว่าก็มีหลายเรื่องนักที่นางทำไม่ได้ ครู่หนึ่งหลังจากนั้น พระชายาผู้เฒ่าวางสมุดบัญชีลงสีหน้าซับซ้อนยิ่ง ทว่ากลับไร้ซึ่งความโกรธ“นี่เป็นเรื่องอันใดกัน”
เมิ่งซีอวี้ในใจกระตุก เรื่องอะไร เรื่องอะไรอันใดรึ
“ซีอวี้ เจ้าดูซิ” พระชายาผู้เฒ่าเอ่ย
สมุดบัญชีเล่มนั้นถูกสาวใช้ชรายื่นส่งมาให้เมิ่งซีอวี้ตอนที่เมิ่งซีอวี้เห็นเนื้อหาที่บันทึกอยู่ในสมุดบัญชี นิ่งงันไปทันใด
นายท่านรองเรือนจิ่นเฉิง เบี้ยหวัดยี่สิบตำลึง
ด้านบนเขียนไว้ชัดเจนว่ายี่สิบตำลึง ไม่ใช่สองตำลึง
เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไรกัน
“ข้าแจกจ่ายเบี้ยหวัดตามรายการบัญชีด้านบนน้องหญิงดูซิว่าเบี้ยหวัดน้อยไปหรือไม่” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
เมิ่งซีอวี้ควบคุมดูแลเรือนหลังมาหลายปีเบี้ยหวัดของแต่ละคนล้วนท่องได้ นางพลิกเปิดหลายๆหน้าดูก็พบว่าเบี้ยหวัดพวกนี้เหมือนกันกับที่นางแจกจ่ายครั้งก่อน ไม่ได้ลดลง
นิ้วมือของเมิ่งซีอวี้ขดกำโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นเอ่ยขึ้น“หากดูจากบันทึก ไม่ได้น้อยลง”
สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปบนตัวอนุนางหนึ่งในนั้น “ข้าให้เบี้ยหวัดเจ้าน้อยลงรึ”
อนุนางนั้นเอ่ย “ไม่เปลี่ยน เป็นสองตำลึงมาโดยตลอดเพคะ”กู้สุ่ยเย่ว์มองหรูซิ่ว “เบี้ยหวัดไม่ได้ลดลงทว่ากลับมีคนบอกเจ้าว่าลดลง หรือสาวใช้พวกนั้นคิดกุเรื่องเท็จกัน”
สีหน้าหรูซิ่วซีดขาวทันใดทำได้เพียงขบกรามโยนความผิดไปที่ตัวคนอื่น “บ่าวไม่ทราบว่าเหตุใดพวกพี่หญิงต้องเอ่ยเช่นนั้นด้วย”“กุเรื่องสร้างความวุ่นวาย โทษใหญ่หลวงนักพาสาวใช้พวกนั้นทั้งหมดมา” เสียงกู้สุ่ยเย่ว์พลันกลายเป็นเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
ไม่นานนักสาวใช้พวกนั้นก็ถูกพาตัวมาเหล่าสาวใช้ไม่รู้เรื่องใดๆ ต่างพากันคุกเข่าขดตัวหวาดกลัวอยู่ตรงนั้น
“พวกเจ้าผู้ใดบอกหรูซิ่วว่าข้าลดเบี้ยหวัด”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
เหล่าสาวใช้พากันเงยหน้าสบตากันก่อนจะส่ายหน้าไหวๆ
“หรูซิ่วบอกว่าพวกเจ้าบอกนาง” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยตามที่ได้ยิน
สาวใช้พวกนั้นต่างมองไปทางหรูซิ่ว
“บ่าวไม่เคยพูดอันใดกับหรูซิ่วเลยเพคะ”
“เบี้ยหวัดไม่ได้ลดลง เหตุใดถึงบอกว่าลดลงกัน”
“บ่าวเป็นพยานได้ เหล่าพี่น้องคนอื่นๆล้วนไม่ได้บอกเรื่องนี้กับหรูซิ่ว”
หากสาวใช้พวกนี้ล้วนแต่อยู่ใต้อาณัติกู้สุ่ยเย่ว์เช่นนั้นคำพูดพวกนางคงไม่น่าเชื่อถือแต่สาวใช้เหล่านี้เป็นพวกที่ดึงตัวมาจากที่ต่างๆ ในจวนพวกนางไม่มีทางสนิทชิดเชื้อกับกู้สุ่ยเย่ว์ไม่มีทางยืนอยู่ข้างกู้สุ่ยเย่ว์กันทั้งหมด
สาวใช้พวกนี้ไม่มีทางพูดโกหกเช่นนั้นคงมีแต่หรูซิ่วที่โกหกแล้ว
หรูซิ่วก้มหน้า สีหน้าซีดขาวไปถึงใบหู นางพยายามข่มกลั้นความกังวลในใจ เอ่ยขึ้น “พี่หญิงแต่ละท่านไม่ได้เอ่ยเช่นนั้นคงเป็นบ่าวที่เข้าใจผิดไปเองแล้ว”“เจ้าเข้าใจผิดได้อย่างไร” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
เหงื่อเย็นของหรูซิ่วผุดไหล ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุม “บ่าวขี้สงสัย สงสัยว่าเหล่านายท่านได้เบี้ยหวัดกันเท่าไรดังนั้นทุกครั้งที่ส่งไปจะคอยเปิดดู เดือนก่อนเบี้ยหวัดนายท่านรองได้ยี่สิบตำลึงทว่าวันนี้บ่าวเปิดดูกลับพบว่ามีแค่เพียงสองตำลึง ดังนั้นจึงคิดว่าเบี้ยหวัดลดลง”วาจานี้ของหรูซิ่วพอเอ่ยออกมาสีหน้าเมิ่งซีอวี้พลันเปลี่ยนสี นางมองไปทางกู้สุ่ยเย่ว์ทันใดเห็นรอยยิ้มที่วูบผ่านของกู้สุ่ยเย่ว์พอดิบพอดี
ในใจนางพลันกระตุก จบสิ้นแล้ว
คำถามกู้สุ่ยเย่ว์วางหลอกไว้เป็นชั้นๆดึงหรูซิ่วเข้าไปในนั้น ไม่ต้องเอ่ยถึงหรูซิ่ว แม้แต่นางเองก็ยังเพิ่งรู้ตัวตอนนี้
“สมุดบัญชีไม่ได้ผิด เบี้ยหวัดคนอื่นก็ไม่ได้ผิดทว่ากลับมีแต่เบี้ยหวัดนายท่านรองที่ลดน้อยอีกทั้งถุงใส่เงินนี้ยังถูกสาวใช้นางหนึ่งเปิดออก” กู้สุ่ยเย่ว์มองเมิ่งซีอวี้“น้องหญิงคิดว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไรรึ”
มือเมิ่งซีอวี้กำแน่นไม่รู้ตัว ในใจพลันแน่วแน่สีหน้าพลันกลายเป็นเย็นเยียบ “หรูซิ่ว เจ้าบังอาจนักถึงกับกล้าขโมยเบี้ยหวัดนายท่านรอง รีบเอาเบี้ยหวัดที่เจ้าเอาไปออกมาเดี๋ยวนี้โทษตายอาจพอละเว้นได้!”
หรูซิ่วนิ่งอึ้งไปแล้ว
นางไม่รู้ว่าตนเองเปลี่ยนจากพยานมัดตัวกู้สุ่ยเย่ว์กลายเป็นนักโทษขโมยเบี้ยหวัดนายท่านรองได้อย่างไรอีกทั้งโทษความผิดยังเป็นเมิ่งซื่อคนบงการนางที่ตีตราให้นางครั้งนี้ เมิ่งซีอวี้เลือกรักษาขุนทิ้งเบี้ยเช่นเดิมเหมือนตอนสละไช่ชิงทิ้งครั้งนั้นการตัดสินใจครั้งนั้นทำให้นางดึงตัวถอยออกมาได้อย่างหมดจด ทว่าที่นางละเลยคือหรูซิ่วไม่ใช่ไช่ชิง
หรูซิ่วไม่ได้ฉลาดเท่าไช่ชิง ฟังออกว่านางจะรักษาชีวิตตนไว้นางไม่ได้ภักดีเท่าไช่ชิง ยอมใช้ชีวิตตนแลกความสุขสงบของเจ้านาย
คนโดยรอบต่างใช้แววตาเย็นเยียบจับจ้องตนหากยอมรับก็จะถือเป็นการล่วงเกินนายท่านรองล่วงเกินพระชายาผู้เฒ่า
ห้ามยอมรับ!
หรูซิ่วโขกศีรษะ เอ่ยขึ้นสีหน้าหวาดหวั่น“บ่าวไม่ได้เอาเงินของนายท่านรองไป ต่อให้บ่าวขวัญกล้าแต่บ่าวก็ไม่มีทางกล้าเอาเงินนายท่านรอง”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าต้องเปิดถุงเงินนายท่านรองด้วย”
หรูซิ่วมองเมิ่งซีอวี้สายตาหนึ่งเอ่ยเสียงสะอื้น “บ่าวไม่ทราบ เป็นพระชายารองที่ให้บ่าวดู”
วาจานี้ของหรูซิ่วพอเอ่ยออกมาสายตานับไม่ถ้วนพลันจับจ้องไปที่ตัวเมิ่งซีอวี้