จ้าวห่าวหลินทนรับความทรมานอันยาวนานราวกับไร้จุดสิ้นสุดท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างที่เคยมีแสงลอดเข้ามาค่อย ๆ มืดดับลงมองเห็นแสงเลือนราวกับเป็่สุดท้ายของชีวิต ทำให้เขาหวนคิดถึง่สุดท้ายในชีวิตครั้งก่อนจนเกือบหัวเราะเยาะตัวเอง
ในเวลาที่เขาคิดว่าความตายกำลังจะมาเยือนอีกครั้งความเ็ปอึดอัดทรมานแทบสิ้นสติก็ค่อย ๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้าความเ็ปคลายตัวทุเลาลงในที่สุด
จ้าวห่าวหลินพ่นลมหายใจอ่อนออกมาเป็ระยะเพื่อคลายความอึดอัดที่อัดแน่นมานานจากความเ็ปพลิกตัวขยับนอนหงายมองเพดานอย่างอ่อนแรง เหลือบสายตามองผ่านบานหน้าต่างมองดูแล้วคาดว่าน่าจะเป็ยามซวีแล้ว อีกไม่นานสองสาวคงกลับมา
วันนี้เขาบอกกับหลี่เจี่ยหลิงว่าจะทำหม้อไฟกินกันการกินหม้อไฟส่วนสำคัญคือน้ำแกงหม้อไฟที่ต้องเคี่ยวให้ได้ทีหากตอนนี้ยังไม่ต้องหม้อต้มน้ำแกงเอาไว้คาดว่ากว่าจะได้กินหม้อไฟก็ต้องยามห้ายเป็แน่
ใจของเขาคิดคำนวณแบบแผนอย่างดีเข้าใจทุกอย่างแต่ร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากพิษมานานหลายชั่วยามไม่อาจขยับตัวแม้แต่จะลุกขึ้นนั่งได้ด้วยซ้ำทำได้เพียงแค่นอนแผ่หลามองเพดานอย่างปวดใจ
จ้าวห่าวหลินรู้สึกเจ็บใจตัวเองนักความแค้นภายในใจของเขาไม่ทันได้ชำระเื่ราวมากมายที่เขา้าสะสางยังไม่ทันเริ่มร่างกายนี้ก็กำลังจะแตกสลายเสียแล้ว
เขารู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือน้อยลงไปทุกทีตอนนี้คงเป็เื่ยากที่จะออกตามหาหมอปีศาจที่ยามนี้ไม่รู้อยู่ที่ไหนอีกครั้งเขาเลือกที่จะฝากความหวังทั้งหมดให้กับหลี่เจี่ยหลิงที่อยู่ข้างกายเสียยังดีกว่า
จ้าวห่าวหลินนอนนิ่งสักพักใหญ่จนรู้สึกว่าเรี่ยวแรงกลับมาอีกครั้งจึงลากสังขารตัวเองเข้าครัว เริ่มผสมสมุนไพรที่จำเป็ในการปรุงหม่าล่ารสเผ็ดร้อนในห้องสมุนไพรของหลี่เจี่ยหลิงล้วนมีสมุนไพรมากมายครั้งหนึ่งเขาเคยเข้ามาค้นดูแล้ว มีสมุนไพรเพียงพอที่จะทำหม่าล่ารสเผ็ดร้อนได้
จ้าวห่าวหลินเอากระดูกกระต่ายที่เหลือจากเมื่อวานใส่หม้อต้ำน้ำตบกระเทียมพริกไทยใส่ลงไปพร้อมเกลือเล็กน้อยเพื่อดับคาว ตามด้วยหัวไชเท้าเคี่ยวไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาน้ำแกง
ตอนที่สองสาวกลับมาถึงเรือนก็ได้กลิ่นเผ็ดร้อนโชยออกมาจากภายในห้องครัวแล้ว
หลี่เจี่ยหลิงเรียกข้าวของที่ซื้อบางส่วนออกมาจากแหวนมิติวางบนโต๊ะแปดเซียนเพื่อให้ชุนเชียงเลือกเอาไปจัดการเตรียมสำหรับการทำหม้อไฟกินกันวันนี้ก่อนที่ตัวเองจะเดินนำเข้าไปในห้องครัวเพื่อดูว่าชายหนุ่มกำลังทำสิ่งใด
ภาพแรกที่เห็นหลังจากผ่านกรอบประตูห้องครัวเข้ามาคือชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับสนิทอยู่บนเก้าอี้หันหน้าเข้าเตาไฟแสงไฟจากเตากระทบใบหน้าขาวเนียนช่วยเสริมเสน่ห์ให้ชายหนุ่มยิ่งนัก
แม้แสงไฟในห้องจะน้อยเพียงใดนางก็มองเห็นความอ่อนล้าที่ออกมาจากตัวชายหนุ่มได้หลี่เจี่ยหลิงยิ้มส่ายหน้าดูเหมือนสามีตัวน้อยของนางคนนี้จะแอบทำอะไรบางอย่างจนทำให้ตัวเองเหนื่อยล้าอีกแล้ว
มองไปรอบห้องครัวก็พบตะกร้าที่เต็มไปด้วยเกาลัดป่ากับพุทราอยู่เกือบเต็มดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ฟังคำเตือนของนางและแอบขึ้นเขาไปเก็บของพวกนี้กลับมาเป็แน่
หลี่เจี่ยหลิงไม่อาจละสายตาจากใบหน้าเหนื่อยล้าของจ้าวห่าวหลินได้เอื้อมตัวเข้าไปใกล้เพื่อดูให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวนางคิด ก่อนจะทันคว้าข้อแขนของชายหนุ่มมาตรวจชีพจร
จ้าวห่าวหลินรู้สึกตัวไวใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือที่จับข้อมือเขากระชากเข้ามาใกล้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่มากนักสบประสานสายตากันและกันอย่างใกล้ชิดดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความดุดันโเี้เด็ดขาดเสียจนน่ากลัว
ดวงตาเช่นนี้...หลี่เจี่ยหลิงรู้จักเป็อย่างดีมันเป็สายตาของจอมยุทธที่ต่อสู้ดิ้นรนในยุทธภพ ผ่านโลกอันโหดร้ายมามากมายจะมีกันเหตุใดชายหนุ่มอายุเพียงสิบห้าและดูเหมือนคุณชายเ้าสำราญเช่นเขาถึงได้มีแววตาเช่นนี้ได้นะ
จ้าวห่าวหลินมองเพ่งพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าจึงได้รู้ว่าเป็หลี่เจี่ยหลิงเขาปล่อยมือและเว้นระยะห่างกับนางทันที “เ้ากลับมาแล้วหรือ?”
หลี่เจี่ยหลิงยังคงมองจ้าวห่าวหลินด้วยสายตาสงสัยก่อนจะละสายตาเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึดอัด “เ้า้าให้ข้าตรวจชีพจรเสียหน่อยไหม?”
จ้าวห่าวหลินรู้สึกได้ถึงความห่วงใจและสงสารที่หญิงสาวส่งมาถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวทำให้เขาอดที่จะรู้สึกขัดเขินไม่ได้จนต้องเบือนหน้าไปมองไฟที่กำลังประทุใต้เตาไฟแทน
ท่าทางเช่นนี้ให้นางหยอกเย้าเขาตามเดิมเสียยังดีกว่า“ข้าไม่ได้เป็อะไรมากนัก เพียงแค่วันนี้ออกแรงมากเกินไปนิดหน่อยเท่านั้น
หลี่เจี่ยหลิงเห็นท่าทางขัดเขินของเขาก็แสร้งทำเป็ดุ“ไม่ใช่ว่าข้าเตือนไม่ให้เ้าทำงานหนักหักโหมจนเกินไปหรอกหรือเ้านี่มันดื้อจริงๆ”
จ้าวห่าวหลินคิ้วกระตุกเขาไม่ได้ยินคำนี้มานานเพียงใดแล้วกันนะ ‘เ้าเด็กดื้อตัวน้อยของแม่’ จ้าวห่าวหลินหลับตาลงปิดกั้นอดีตของตัวเอง
หลี่เจี่ยหลิงรับรู้ได้ถึงบรรยากาศเศร้าสร้อยที่ออกมาจากตัวชายหนุ่มนางไม่รู้จะทำอย่างไรดีจึงใช้วิธีขยี้ผมของชายหนุ่มเล่นก่อนจะถอยห่าง“วันนี้เ้าไม่ได้บอกว่าจะทำหม้อไฟรสเผ็ดร้อนให้ข้ากับชุนเชียงกินหรอกหรือชุนเชียงดีใจเหลือเกิน นางวิ่งไปทั่วตลาดซื้อทุกอย่างกลับมาให้เ้า”
ชุนเชียงที่แอบอยู่หลังกรอบทางเข้าห้องครัวชะเง้อคอเข้ามาตอนแรกนางก็อยากจะเข้ามาในครัวแต่เห็นว่าเ้านายทั้งสองคนกำลังแสดงความชิดใกล้กันอยู่จึงไม่กล้าโผล่เข้ามาขัดจังหวะอันดีของทั้งสองพอได้ยินหลี่เจี่ยหลิงเอ่ยชื่อตัวเองก็เลยต้องออกมาแสดงตัว
จ้าวห่าวหลินสังเกตเห็นว่าในอ้อมแขนของหญิงสาวมีข้าวของมากมายดวงตาของจ้าวห่าวหลินเต็มเปี่ยมไปด้วยประกายความคาดหวังมองท่าทางเหมือนนักกินตัวน้อยของหญิงสาว ก็ทำให้จ้าวห่าวหลินแย้มยิ้มเอ็นดู
“ข้าเตรียมน้ำแกงหม้อไฟไว้เรียบร้อยแล้วเ้าเข้ามาช่วยข้าจัดการเนื้อและผักพวกนี้ พวกเราก็กินหม้อไฟได้แล้ว”
ชุนเชียงยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีรีบขนของทั้งหมดที่หลี่เจี่ยหลิงทิ้งไว้ในห้องโถงกลางเข้ามาในห้องครัวจ้าวห่าวหลินมองข้าวของมากมายแล้วมองหน้าสองสาว นี่กะจะกินหมดวันนี้เลยหรือไง?
ชุนเชียงแย้มยิ้มกว้างอารมณ์ดี“ข้าจะไปตามพี่สะใภ้หลินกับพี่เฉินมากินหม้อไฟด้วยเ้าค่ะหม้อไฟกินกันหลายคนจึงจะสนุก”
จ้าวห่าวหลินพยักหน้าเห็นด้วยนึกได้ว่ากินหม้อไฟควรจะกินตอนที่อากาศหนาวหากได้กินที่ลานหน้าบ้านก็คงจะดีไม่น้อย กินไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืนไป
“วันนี้พวกเรากินหม้อไฟที่ลานหน้าบ้านเถอะ”
หลี่เจี่ยหลิงรู้สึกไม่เห็นด้วยเล็กน้อยอากาศยามค่ำคืนตอนนี้ค่อนข้างหนาวเย็นยิ่งนักร่างกายของจ้าวห่าวหลินอ่อนแอเกินกว่าจะออกไปตากลมหนาวนาน ๆ ได้
จ้าวห่าวหลินหันมองหลี่เจี่ยหลิงก็เข้าใจความคิดของนางทันที“ฮูหยิน สามีของเ้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเรียกนางว่าฮูหยินและแทนตัวเองว่าสามีทำให้หลี่เจี่ยหลิงมองจ้าวห่าวหลินด้วยความแปลกใจไม่น้อยพอเห็นใบหูแดงระเรือก็รู้ได้ว่าชายหนุ่ม้าเย้าแหย่นางคืนนางอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“ตามใจเ้าเช่นนั้นตอนนี้ สามี” หลี่เจี่ยหลิงโน้มตัวเข้าไปหยอกเย้าชายหนุ่มใกล้ ๆ“มีอะไรที่จะให้ฮูหยินเช่นข้าช่วยหรือไม่?”
ชุนเชียงเม้มปากดวงตาแย้มยิ้มมีความสุขมองทั้งสองคนไปมาก่อนจะกระแอมเบาๆ “บ่าวขอตัวไปตามพี่สะใภ้และพี่เฉินก่อนนะเ้าคะ”
หลี่เจี่ยหลิงนึกขึ้นได้เลิกกลั่นแกล้งจ้าวห่าวหลินหันไปกำชับสั่งการชุนเชียง
“ตอนที่พวกเรากลับมาข้าเห็นว่ามีผ้าตากอยู่ที่ราวตากผ้าด้วย เ้าก็เก็บเข้ามาด้วยก็แล้วกันแล้วก็ในเมื่อท่านเขยของเ้าอยากกินหม้อไฟที่ลานด้านนอกเ้าก็จุดโคมไฟให้สว่างหน่อย ขอให้พี่เฉินยกโต๊ะแปดเซียนออกไปข้างนอกตัวหนึ่งแล้วก็ก่อกองไฟสักกองข้าง ๆ เพื่อให้ความอบอุ่น”
ชุนเชียงพยักหน้าตอบรับรีบออกไปจากห้องครัวเว้นที่ว่างให้เ้านายทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพังอย่างรู้ความ
หลี่เจี่ยหลิงเดินไปหยุดหน้าข้าวของมากมายที่ซื้อกลับมาไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากอะไรก่อนดีจ้าวห่าวหลินเพียงปรายตามองก็รู้ว่าหลี่เจี่ยหลิงไร้ประสบการณ์ในห้องครัวอย่างสิ้นเชิง
“เ้าเอาผักและเนื้อพวกนี้ไปล้างให้ข้าหน่อยแล้วกัน”
สองคนช่วยกันคนหนึ่งยื่นส่งคนหนึ่งหั่นจัดเตรียมวัตถุดิบเป็ไปด้วยความว่องไวยิ่งนักทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันมากนัก จ้าวห่าวหลินไม่ใช่คนชอบพูดมากส่วนหลี่เจี่ยหลิงก็เพียงแค่ส่งวัตถุดิบให้ชายหนุ่มมองใบหน้าจริงจังตั้งใจของเขาแล้วแย้มยิ้ม
จ้าวห่าวหลินใช้มีดทำครัวได้อย่างคล่องแคล่วไม่ว่าจะเป็ผักหรือเนื้อสัตว์ก็ถูกเขาจัดการได้อย่างง่ายได้เนื้อสัตว์บางส่วนเขาก็เก็บไว้ด้านข้างตั้งใจจะทำอาหารอย่างอื่นมากินคู่กับหม้อไฟด้วย
จ้าวห่าวหลินชอบกินเนื้อวัวยิ่งนักแต่ในยุคนี้การฆ่าวัวเพื่อกินมีความผิดต้องโทษร้ายแรง วัวเป็สัตว์คุ้มครองหากวัวเกิดตายขึ้นมาจะต้องแจ้งกับเ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหากตรวจสอบพบว่าเป็การตายตามธรรมชาติจึงจะได้รับอนุญาติให้เฉือดกินเนื้อได้ดังนั้นเนื้อวัวจึงแทบไม่มีให้เห็น
เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่าวัวเป็สัตว์จำเป็ที่ใช้แรงงานในการไถนาของชาวบ้านอีกทั้งยังมีจำนวนที่น้อยมากจึงต้องควบคุมเข้มงวด
แต่ช่างเถอะเนื้อที่สองสาวนำกลับมาก็มีไม่น้อยมีทั้งเนื้อหมู ไก่ ปลา เป็ด เต้าหู้และผักอีกหลายอย่างเพียงพอต่อการกินหม้อไฟเมื่อนี้ด้วยกันแล้ว
เขามักเห็นในนิยายทะลุมิติหลายเื่ที่ตัวเองมักจะสร้างตัวด้วยการคิดค้นเต้าหู้ขายไปทั่วเพื่อก่อร่างสร้างตัวได้เงินมากมายมหาศาลจากเต้าหู้แต่ในความเป็จริงเต้าหู้นั้นมีการคิดค้นขึ้นมานานแล้วทำจากถั่วเหลืองราคาชั่งละสี่อีแปะ ราคาไม่สูงนักหากเทียบกับเนื้อสัตว์ เก็บได้นานอิ่มท้องชาวบ้านบางส่วนจึงเลือกซื้อเต้าหู้มากินแทนเนื้อสัตว์
แต่ว่าคุณภาพของเต้าหู้ที่ขายในตลาดยังไม่สูงนักเนื้อเต้าหู้มีความหยาบกระด้างไม่ลื่นคอ ได้กลิ่นคาวของถั่วเหลืองค่อนข้างแรงทำให้มีบางคนที่ชอบไปเลย หรือบางคนที่ไม่ชอบไปเลย ยอดขายเต้าหู้จึงไม่ได้สูงมากนักเหมือนตามนิยายพวกนั้น
จ้าวห่าวหลินให้ชุนเชียงเข้ามาช่วยนวดเส้นบะหมี่ทำบะหมี่ไข่ เพราะหากไม่มีบะหมี่ลวกด้วย คงไม่ทำให้อิ่มท้องเท่าไรนัก แบบนั้นต่อให้กินหม้อไฟมากแค่ไหนตอนดึกก็ต้องรู้สึกหิวอีกเป็แน่โดยเฉพาะสาวน้อยนักกินบ้านเขาที่ตัวค่อนข้างอวบคนนี้
จ้าวห่าวหลินนำส่วนเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ใช้ไปทำอาหารอีกสองสามจานไม่นานทุกอย่างก็พร้อมกิน
อาหารและวัตถุดิบที่เตรียมไว้ถูกทยอยขนไปยังหน้าบ้านเตาขนาดเล็กถูกจุดเตรียมไว้อยู่แล้ว ชุนเชียงก็ยกหม้อไฟเหล็กที่เต็มไปด้วยน้ำแกงหม่าล่าออกมาวางบนเตาไฟขนาดเล็ก
หลี่เจี่ยหลิงและชุนเชียงล้วนเคยกินหม้อไฟมาแล้วแต่นี่เป็ครั้งแรกของเฉินเหลียงกับหลินซื่อ
สำหรับชาวบ้านยากจนที่แม้แต่กินเนื้อสัตว์แต่ละมื้อยังยากอย่างพวกนางไม่อาจหักใจกินหม้อไฟเช่นนี้ได้เป็แน่ที่ผ่านมาจึงเคยแต่ได้ยินชื่อหม้อไฟแต่ไม่เคยได้ลิ้มลอง
ตอนแรกพวกเขากินยังมึนงงเงอะงะเล็กน้อยชุนเชียงจึงคอยช่วยสอนพวกเขา ไม่นานพอเริ่มกินแล้วพวกเขาก็อดใจกินจนพุงกางไม่ได้ทั้งห้าคนกินดื่มกันอย่างมีความสุข ไม่นานอาหารมากมายก็หมดลง
หลินซื่อรู้สึกเกรงใจอย่างยิ่งที่กินอาหารบ้านสกุลหลี่ไปมากมายจึงช่วยชุนเชียงเก็บกวาดก่อนจะกลับเรือนไป
วันนี้จ้าวห่าวหลินนอนเร็วกว่าปกติหลังจากเดินย่อยกลับเฉินเหลียงไม่นานก็ขอตัวกลับเข้าห้องนอนเมื่อหลี่เจี่ยหลิงกลับมาในห้องก็เห็นว่าจ้าวห่าวหลินหลับสนิทไปแล้ว
ด้วยความเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวันอีกทั้งยังต้องทนทรมานจากพิษตลอด่บ่ายทำให้จ้าวห่าวหลินแทบหมดแรงหลังจากกินมื้อเย็นเสร็จก็ล้มตัวลงนอนหลับสนิท
ตลอดทั้งคืนจ้าวห่าวหลินครางต่ำด้วยความทรมานโดยไม่รู้ตัวเป็ระยะทำให้หลี่เจี่ยหลิงรู้ว่าพิษในร่างของจ้าวห่าวหลินใกล้กำเริบเต็มทีหากไม่สามารถถอนพิษได้ทันเวลาต่อให้มีปฏิหาริย์ใดเกิดขึ้นก็ยากที่จะรั้งชีวิตของจ้าวห่าวหลินกลับคืนมา
หลี่เจี่ยหลิงลุกขึ้นนั่งมองไปทางชายหนุ่มที่นอนหันหลังให้นางคดตัวราวกับเด็กทารกตัวน้อย ส่งเสียงครางแ่เบาออกมาเป็ระยะเหงื่อไหลซึมตามไรผมดูท่าทางทรมานไม่น้อย
ปกติแล้วจ้าวห่าวหลินจะมีท่าทางเป็คุณชายบัณฑิตชั้นสูงผู้เย่อหยิ่งทะนงตนไม่้าความช่วยเหลือจากผู้อื่นแต่เวลานี้เขาราวกับเด็กน้อยที่กำลังทรมานเพราะพิษไข้ทั้งโดดเดี่ยวอ้างว้างและ้าความช่วยเหลือ
ทำให้หลี่เจี่ยหลิงใจอ่อนยวบด้วยความสงสารนางถอนหายใจลุกขึ้นออกจากห้องนอนไปเอาน้ำมาอ่างหนึ่งพร้อมกับผ้าอีกหนึ่งผืนคอยเช็ดตัวลดไข้ให้ชายหนุ่มตลอดทั้งคืน
มันช่างเป็ความรู้สึกที่แปลกประหลาดยิ่งนักตอนนี้นาง้าที่จะสืบหาชาติกำเนิดของตัวเองและครอบครัวที่เหลืออยู่ตามคำสั่งเสียของท่านอาจารย์ตัวตนของจ้าวห่าวหลินไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็เหมือนตัวปัญหาและหากไม่ให้กระทบต่อเื่ที่นาง้าทำก็ควรจะทิ้งชายหนุ่มไปเพื่อความปลอดภัยของนางกับชุนเชียง
แต่นางกลับมีความรู้บางอย่างที่ผูกพันธ์เข้าใจสงสารและอยากอยู่เคียงข้างเขา อยากช่วยเหลือ อยากเห็นใบหน้าที่มีความสุขของเขาทำให้หลายครั้งนางอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่หยอกล้อชายหนุ่ม
บางทีอาจจะเป็เพราะความสงสารหรือไม่ก็ความรู้สึกที่เหมือนกันกับตัวเอง นางกำพร้าั้แ่เด็กท่านแม่ตายหลังจากนางอายุขวบกว่าหลังจากนั้นก็ได้อาจารย์เลี้ยงดูมาตลอดไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเอง จนกระทั่งตอนที่อาจารย์ตายไปนางจึงมอบหยกพกที่เป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ท่านแม่มอบให้ก่อนตายให้แก่นาง
ส่วนจ้าวห่าวหลินนางกลับรู้สึกถึงความอ้างว้างโดดเดี่ยวที่มาจากตัวเขา บางทีอาจเพราะว่าครอบครัวของเขาซับซ้อนคิดดูสิขนาดแม่ใหญ่ของเขายังไล่ล่าตามฆ่าได้อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้นางไม่เชื่อว่าพ่อของเขาจะไม่รู้ ตอนที่อยู่ที่บ้านเขาจะต้องอ้างว้างเพียงใดจึงได้เป็คนปิดกั้นตัวเองเช่นนี้
อาจเพราะความคล้ายกันทำให้นางรู้สึกอยากให้เขาหลุดพ้นจากความอ้างว้างโดดเดี่ยวนี้ก็เป็ได้
จ้าวห่าวหลินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทียามซื่อด้วยสภาพงัวเงีย แสงยามซื่อที่ทอดผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาช่างร้อนแรงจนแสบตาจ้าวห่าวหลินหลับตาลงอีกครั้งเพื่อปรับตัวก่อนจะค่อย ๆคืบคลานลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ท่านเขยตื่นแล้วหรือยังเ้าคะ?”เสียงเรียกดังลอดมาจากประตูห้องนอนด้านนอก
จ้าวห่าวหลินมองผ่านหน้าต่างออกไปแน่ใจว่าตอนนี้อย่างน้อยก็ยามซื่อเหตุใดสองสาวที่ปกติไม่เคยอยู่ติดบ้านจึงยังอยู่
“ท่านเขยเ้าคะ”เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงลังเล
“ข้าตื่นแล้ว”น้ำเสียงงัวเงียดังตอบรับ
ชุนเชียงถืออ่างน้ำร้อนเข้ามาในห้องนอนให้จ้าวห่าวหลินล้างหน้าก่อนจะถอยออกไปจ้าวห่าวหลินลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาใช้ไม้ขัดฟันจุ่มเกลือเล็กน้อยขัดแปลงฟันจนสะอาด บ้วนปากแล้วก็ค่อยลุกขึ้นแต่งตัว
เสื้อผ้าซักใหม่ได้กลิ่นหอมแดดทำให้รู้สึกสดชื่นออกจากห้องนอนไปก็เห็นสองสาวกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะแปดเซียนพร้อมกับมื้อเช้าแล้ว
จ้าวห่าวหลินเลิกคิ้วเป็เชิงถามชุนเชียงแย้มยิ้มสดใสส่งให้ชายหนุ่ม
“ฮูหยินบอกว่าจะรอกินมื้อเช้าพร้อมกับท่านเขยก่อนออกไปเ้าค่ะ”
จ้าวห่าวหลินมองไปทางหลิ่เจี่ยหลิงอย่างสงสัยหลี่เจี่ยหลิงตบเก้าอี้ข้างตัว “มานั่งกินข้าวก่อนสิ”
จ้าวห่าวหลินไม่ได้นั่งลงข้างหลี่เจี่ยหลิงทำให้ชุนเชียงที่มองดูทั้งสองคนอยู่หัวเราะออกมาอย่างขบขัน
บนโต๊ะมีโจ๊กข้าวข้นไข่ต้ม ผัดผัก และก็มีอาหารจานเนื้ออีกสองจาน
หลี่เจี่ยหลิงคีบเนื้อสัตว์ใส่จานของจ้าวห่าวหลิน“สองสามวันนี้ ข้ากับชุนเชียงจะไม่อยู่เ้าอยู่บ้านให้ดีอย่าได้ทำงานหักโหมอีกเด็ดขาด” หลี่เจี่ยหลิงมองดุปรามประมาณว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าเมื่อวานเ้าเกือบตาย
จ้าวห่าวหลินพยักหน้าตอบ
“ข้าจริงจังหากว่าเ้ายังอยากรอให้ข้าถอนพิษได้ก็อย่าได้หักโหมอีกเป็เด็ดขาดเป็เด็กดีรอข้ากลับมา”
จ้าวห่าวหลิน“...” นี่เ้าเห็นข้าเป็เด็กน้อยหรืออย่างไร?