หลังจากที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเกือบเดือนในที่สุดนรินทร์ก็ได้ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านโดย่แรกมีมารดาของเธอดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้าแภายนอกดีวันดีคืนเหลือเพียงแขน ขาที่เข้าเฝือก
“แม่จะไปไหนคะ”
นรินทร์ละสายตาจากทีวีมองไปทางมารดาที่อยู่ ๆ ก็ลากกระเป๋าออกมาจากห้องพร้อมกับวุ่นวายกับการจัดเรียงของของตัวเอง
“แม่จะกลับก่อนพี่สิงห์โทรมาบอกว่ามีคนเหมาที่พักของเรา แม่กับพ่อเลยจะกลับไปช่วย”
“อ๋อค่ะ”
“น้องพริ้มก็จะไปกับแม่ด้วยนะแม่โทรบอกกรแล้วเดี๋ยวไปรับหลานแล้วจะเลยกลับไปเลย”
“ห๊า แม่จะพาน้องพริ้มไปด้วยเหรอคะ”
“ใช่แม่คุยกับกรแล้วเขาตกลง”
“งั้นรินก็ต้องอยู่กับพี่กรสองคนสิ”
“ไม่ใช่ว่ารินชอบเหรอ”ศจีละสายตาจากของที่กำลังจัดก่อนจะมองหน้าลูกสาว
ด้วยสายตาล้อเลียนจนอีกคนต้องก้มหน้าหนีเธอด้วยท่าทางเขินอาย
“ระหว่างที่กรกำลังกลับมาก็อย่าซนให้มาก”
ใบหน้าระเรื่อมองตามหลังมารดาที่พูดเย้าเธอพร้อมกับเดินไปเรียกพ่อที่อยู่นอกบ้าน
ให้มาขนของ
“เอาละแม่กับพ่อไปแล้ว”
“ถึงแล้วโทรบอกรินหน่อยนะคะ”
“อืมๆ เดี๋ยวถึงแล้วแม่โทรหา ไม่ต้องออกมาส่งหรอก”
“ค่ะพ่อขับรถระวัง ระวังนะคะ บ๊ายบาย”
หญิงสาวหันกลับเข้ามาในบ้านหลังรถของบิดาเคลื่อนออกไปพลันรอยยิ้มเขินอายก็
ปรากฏบนใบหน้าเมื่อนึกถึงสีหน้าและสายตาล้อเลียนเมื่อครู่ของมารดาซึ่งไม่นับว่าโชคไหมที่หลังจากฟื้นท่าทางของมารดาที่มีต่อเธอและพี่เขยที่กลายเป็คนรักก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกันด้วยเื่ความสัมพันธ์ที่ไปของเธอและศิวกร
หลังนั่งอมยิ้มไปพลางดูทีวีไปพลางอยู่พักใหญ่ความรู้สึกง่วงจากฤทธิ์ยา ก็ทำหญิงสาวค่อย ๆเอนหลังไปกับโซฟาเรื่อย ๆพร้อมกับที่ศีรษะเล็กเอนไปด้านหลังแท้สายตาจะมองหน้าจอทีวีอยู่เปลือกตาบางกะพริบช้าลงทีละน้อยก่อนจะหลับสนิทในที่สุดโดยมีเสียงที่ดังออกมาจากโทรทัศน์คอยขับกล่อม
ศิวกรที่วันนี้มีออกตรวจโรงงานก็รีบกลับบ้านทันทีที่ทำงานเสร็จ ตลอดทางที่ขับรถใบหน้าของเขาเต็มได้รอยยิ้มพร้อมฮัมเพลงไปตลอดเส้นทาง ก็จะไม่ให้เขามีความสุขได้ไงในเมื่อชีวิต่นี้ของเขามีแต่เื่ดี ๆ ไม่ว่าจะเื่งานที่ราบรื่นความรักที่ดีมาก ๆ แถมแม่ยายยังเอ็นดูเขาเหมือนเก่าแล้วยังคอยเปิดทางให้เขาอยู่ตลอด
เหมือนอย่างวันนี้ที่ขนเอาลูกสาวของเขาไปบ้านสวนที่กาญจน์ฯเพื่อเปิดโอกาสให้เขาอยู่กับคนรักเพียงลำพัง
รถยนต์คันใหญ่เลี้ยวเข้าจะในโรงจอดรถก่อนที่เ้าของบ้านจะเดินไปที่รั่วเมื่อเห็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามและแฟนหิ้วกระเป๋าออกท่าทางเหมือนจะไปเที่ยวกัน
“จะไปเที่ยวเหรอครับคุณพายัพ”
“ใช่ครับทำงานวิจัยมานานหาโอกาสพักหน่อย”
“แล้วไปที่ไหนกันครับรอบนี้”
“ความลับครับ”
ศิวกรมองใบหน้าของคนที่เมื่อก่อนนับเป็ศัตรูหัวใจแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็เพื่อนของด้วยรอยยิ้มเข้าใจเมื่ออีกคนทำยังคิ้วหลิ่วตาไปทางสตรีข้างกายที่มองพวกเข้าด้วยใบหน้าสงสัยปนเหลอหลา
“อ๋ออองั้นเที่ยวให้สนุกนะครับ ผมไม่กวนเวลาที่พวกคุณสวีทกันแล้ว”
“ครับบแล้วเจอกันนะครับ”
หลังทักทายเพื่อนบ้านเรียบร้อยคนตัวสูงก็เดินเข้าบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
พลางคิดไปถึงคนข้างในว่าตอนนี้กำลังทำอะไรและเย็นนี้จะกินอะไรกันดีและเมื่อเปิดประตูออกมารอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็กว้างยิ่งขึ้นเมื่อคนที่เขาคิดถึงนอนหลับคาโซฟา อ้าปากหวอกอดแขนข้างที่เจ็บพร้อมกับพาดขาข้างที่เข้าเฝือกพาดไปกับโต๊ะตัวเล็กด้านหน้า
‘หึคุณน่ารักเกินไปแล้วริน’
คุณตัวสูงอดจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพความน่ารักนี้ไม่ได้ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้แล้วเกี่ยเส้นผมที่ไหลลงมาปรกหน้าก่อนหน้านี้เขาเคยโดยแม่ยายแซวว่าเป็คลังรักเห็นทีจะจริงเพราะไม่ว่าคนตรงหน้าจะทำอะไรก็ดูน่าเอ็นดูและน่ารักมากในสายตาเขาสมัยที่คบกับพิมพ์เขาว่าเขาคลังอีกคนมากแล้วนะพอมาเจอรินเขาว่าเขาเป็หนักกว่าเดิมอีก
หลังจากพินิจใบหน้าเล็กนั้นอยู่นานคนตัวสูงก็ตัดสินใจช้อนร่างบางเอาไว้ในอ้อมกอด เพื่อจะพากลับขึ้นไปนอนบนห้องทว่ายังไม่ทันจะยกตัวเธอขึ้น คนที่หลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมา
“พี่กรกลับมาแล้วเหรอคะ”
“พี่ทำให้ตื่นหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”ถึงปากเธอจะพูดอย่างนั้น ที่การกระทำกลับสวนทางเมื่อเธอซบใบหน้าลงกับอกกว้างพลางขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงียจนคนที่ดูอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นอีกครั้ง แล้วลุกขึ้นเดินไปทางบันไดอย่างที่ตั้งใจทีแรก
“ไปไหนคะ”
“พาไปนอนดีๆ ครับ”
“อ๋อ”
ชายหนุ่มโยกคันจับประตูแล้วใช้ไหล่ดันเข้าไปด้านในก่อนจะใช้เท้าเขี่ยปิดลงแล้วตรงไปยังเตียงนอน เขาวางคนในอ้อมแขนอย่างแ่เบาก่อนจะช่วยจัดท่าให้อีกคนให้นอนสบาย
จุ๊บ
“ขอบคุณนะคะ”
กรหันมองคนที่มองเขาตาแป๋วแล้วกล่าวขอบคุณ หลังเด้งตัวมาหอมแก้มเขาตอนที่กำลังจัดผ้าห่มให้ด้วยความใก่อนจะเปลี่ยนเป็เ้าเล่ห์พลงเคลื่อนใบหน้าเข้าไปหน้าคนที่นอนอยู่
“ขอบคุณแค่นี้เหรอครับพี่อุ้มเดินมาตั้งใกล้เลยนะ”
“แค่นี้แหละค่ะรินนอนต่อแล้วนะ”
หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับแสร้งหลับตานอนต่อทั้งที่ใบหน้ามีรอยยิ้มจนอีกคนอดที่จะยิ้มตามไม่ได้
“น่าน้อยใจจังไอเราอุตส่าห์อุ้มมาตั้งไกลแต่ได้แค่หอมแก้ม”
ฟอดดด
“หายน้อยใจหรือยังคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามอีกคนด้วยความรู้สึกอาย หลังเธอเด้งตัวไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่แล้วยิ้มเขามองเธอด้วยสายตากรุ้มกริ่มความรู้สึกร้อนบนหน้าก็ยิ่งลามไปทั่วจนเธอต้องเบี่ยงหน้าหนีสายตาที่มองนั้น พร้อมกลั้นไม่ให้โหนกแก้มยกขึ้นสูง
“อืมมมเหมือนจะยังไม่หายนะครับ”
กรแสร้งเอ่ยออกมาพลางเหล่ตามองใบหน้าของอีกคนที่ถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วตั้งท่าเหมือนจะเด้งตัวขึ้นมาอีกครั้งทว่าครั้งนี้เขาไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไปเพราะในจังหวะที่ใบหน้าของเธอเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาคนตัวสูงก็รีบช้อนมือไปที่ใต้คอเรียวแล้วหันไปและกบริมฝีปากเล็กนั้นทันที
มือมุมหยักยกขึ้นสูงเมื่อเห็นดวงตากลมเบิกโพลงอย่างใก่อนจะหลับพริ้มรับลิ้นสากที่แทรกเข้าไปสำรวจโพรงปากหวานแขนเล็กโอบรอบลำคอแกร่งพร้อมกับเปิดให้อีกคนได้เชยชมอย่างเต็มที่
ทั้งสองจูบดูดดื่มอย่างโหยหาอยู่นานก่อนที่คนตัวบางจะผละใบหน้าออก แล้วก้มต่ำอย่างเอียงอาย
“รินใจร้ายกับพี่อีกแล้วนะ”
“รินใจร้ายยังไงคะ”
“ก็ตรงที่ทำให้พี่อยากแต่ทำอะไรไม่ได้ไง”
“พี่กรลามก”
มือเล็กฟาดลงไปบนอกกว้างก่อนจะมุดหน้าลงกับที่นอนอย่างไม่อาจทนความเขินและสายตาของเขาได้ก่อนจะขยับตัวเข้าหาอกใหญ่เมื่ออีกคนล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เธอแล้วดึงเธอเข้าไปกอด
“ริน”
“ค่ะ”
“ไปเที่ยวทะเลกันไหมเอาใกล้ ๆ อย่างชะอำ หัวหิน หรือชลก็ได้”
“ไปสิคะพาน้องพริ้มไปด้วย”
“OK งั้นเราไปเที่ยวกัน” กรกระชับคนในอ้อมแขนแน่นก่อนจะหลับตามกันไปด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
หลังจากวันนั้นที่ตกลงกันว่าจะไปเที่ยวทะเลวันนี้ก็เป็โอกาสเหมาะที่เขาจะพาคนรักและลูกสาวไปเที่ยวอย่างที่ตั้งใจโดยวันนี้พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้า แต่ยังไม่ใช่ไปทะเลนะแต่เป็การพานรินทร์ไปเอาเฝือกออกตามนัดของหมอพวกเขาใช้เวลาอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ราวชั่วโมงกว่า ก่อนจะออกเดินทางไปยังหัวหิน
กรยิ้มกว้างหันมองลูกสาวที่นั่งอยู่ในคาร์ซีทร้องเพลงเสียงดังอย่างมีความสุข ก่อนจะละสายตาไปมองอีกคนที่ก็ยิ้มกว้างไม่ต่างกันพวกเขาใช้เวลาเดินทางอยู่เกือบสามชั่วโมงก็ไปถึงหัวหิน
และคนที่ตื่นเต้นที่สุดก็ไม่พ้นเด็กหญิงตัวน้อยที่ทำตาโต ปากจู๋ร้องออกมาเสียงดังเมื่อเห็นพื้นน้ำกว้างใหญ่ข้างทางที่ผ่านมา
“หู้วววทะเล ว้าวว น้ำเป็สีฟ้าเลย”
“ครับเราถึงทะเลกันแล้ววว เดี๋ยวเราเข้าที่พักกันก่อนแล้วคุณพ่อพาน้องพริ้มไปกินกุ้งตัวใหญ่ ๆ ดีไหมคะ”
“ดีค่ะเอาใหญ่ ๆ เท่านี้เลยนะคุณพ่อ”
“ได้เลยครับ”
เมื่อมาถึงห้องพักเด็กน้อยก็ร้องว้าวออกมาอีกครั้งเมื่อที่พักที่ศิวกรเลือกนั้นเป็ห้องนอนขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำและทะเลได้จากริมระเบียงหลังจากพักผ่อนกันเล็กน้อยทั้งสามก็ออกไปร้านอาหารโดยมีศิวกรผู้ทำหน้าที่ไกด์ครั้งนี้เป็คนเลือกร้าน และร้านที่เขาเลือกนั้นเป็ร้านไม่ใหญ่มากใกล้ชายหาดห่างจากโรงแรมที่พักพอสมควรแต่ถึงร้านจะไม่ใหญ่มากแต่มีพื้นที่กว้างขวางไม่อึดอัดและดูเป็ส่วนตัวพวกเขาสั่งอาหารขึ้นชื่อของร่างมาสาม สี่อย่างโดยไม่ลืมสั่งกุ้งตัวใหญ่ ๆอย่างที่ได้รับปากกับเด็กหญิงเองไว้
หลังจากกินกันจนอิ่มพวกเขาก็เดินทางกลับที่พักโดยคนที่ร้องตื่นเต้นมาตลอดั้แ่กรุงเทพ ได้นอนหลับคออ่อนทันทีที่ล้อรถเคลื่อนทั้งสองจึงเลือกที่จะพักอยู่ที่ห้อง
จนเด็กหญิงตื่นตอนเวลาเกือบเย็นพวกเขาทั้งสามจึงพากันไปที่หน้าหาดติดโรงแรม เล่นดิน ทราย และเล่นน้ำอย่างสนุกสนานเสียงหวีดร้องและใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขของเด็กหญิงตัวน้อยทำผู้ใหญ่ทั้งสองอดจะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้
“น้องพริ้มมีความสุขมากเลยเราอยู่ที่นี่กี่วันค่ะคุณพ่อ”
“เราอยู่ที่นี่หลายวันเลยครับ”
“เย้ๆ น้องพริ้มได้เล่นน้ำทะเลหลายวันเลย”
“กรไม่ต้องทำงานเหรอคะ”
“รินลืมเหรองานพี่ทำที่ไหนก็ได้”
“อีกอย่างพี่พึ่งได้วันพักมาอยากจะเที่ยวกับลูกให้สนุกหน่อย”
“เอาละถึงห้องแล้ว”
กรให้คนรักและลูกสาวเข้าไปอาบน้ำก่อนส่วนเขาก็นั่งมองบรรยากาศ่เวลาพลบค่ำที่ด้านนอกระเบียบด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มร่างหนาสวมเพียงกางเกงตัวเดียวนอนหลับตาพริ้มฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งด้วยท่าทางสบาย
“อาบน้ำได้แล้วค่ะพี่กร”
“ครับ”
หลับคนตัวสูงเข้าห้องน้ำไปหญิงสาวก็กลับมาจัดการเป่าผมให้หนูน้อยต่อพร้อมดูคนตัวเล็กนั่งกินขนมปังด้วยท่าทางหิวโดยจากนั้นไม่นานหลังจากนั้นไม่นานพริ้มพราวที่วันนี้ใช้พลังไปเยอะก็หลับลงอีกครั้งทั้งมือยังถือขนมปังเอาไว้อยู่
รินมองใบหน้าน่ารักด้วยรอยยิ้มก่อนจะจัดการเก็บกวาดและจัดท่าทางให้อีกคนได้นอนสบายๆ ก่อนที่ตัวเองจะออกไปนั่งมองบรรยายด้านนอกอย่างที่คนรักทำเมื่อครู่
ครืด
ใบหน้าเรียวหันไปทางชายร่างสูงที่เปิดประตูระเบียงแล้วเดินมานั่งข้างเธอ
“หิวไหมครับ”
“ไม่ค่ะเมื่อกี้ตอนรอน้องพริ้มเล่นน้ำรินกินไปเยอะเลย”
“ที่นี่เป็ยังไงบ้างครับชอบไหม?”
“ค่ะชอบมากรินไม่ได้มานั่งดูพระอาทิตย์ตก ฟังเสียงคลื่นอย่างนี้นานมากแล้วขอบคุณพี่กรนะคะ”
หญิงสาวพูดออกมาพร้อมหันไปมองคนตัวสูงที่นั่งเอนหลังอยู่ข้างๆ เธอด้วยั์ตาเป็ประกายก่อนจะยกศีรษะหนุนแขนอีกคนเมื่อเขาขยับเข้ามานอนเตียงเดียวกับเธอ
“พี่เองก็ไม่ได้มาพักอย่างนี้นานแล้วครั้งล่าสุดน่าจะ่น้องพริ้มสองขวบ พอได้มาอีกครั้งรู้สึกดีมากจริง ๆ”
“ใช่ค่ะดีมากจริงๆ”
หญิงสาวพึมพำออกมาเสียงเบาพลางมองออกยังท้องฟ้าเบื้องหน้า ที่มีดาวประดับอยู่เต็มก่อนจะเงยขึ้นมองคน้าที่สะกิดแขนเธอสอง สามครั้งแล้วไม่พูด
“ไม่มีรางวัลของคนทำดีเหรอครับ”
“คิกคิกแล้วพี่กรอยากได้รางวัลแบบไหนละคะ”
เขาแสดงสีหน้ากรุ้มกริ่มออกมาต่อหน้าหญิงสาวก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มที่แก้มตัวเองซ้ำพร้อมกับพองลมในปาก
รินยิ้มกว้างมองคนตัวใหญ่ที่ทำท่าทางน่ารักก่อนจะเท้าศอกกับเตียงชายหาด ทว่าครั้งนี้เธอไม่ได้หอมแก้มอย่างที่เขา้าเพราะเธอประทับริมฝีปากไปที่กลีบปากหนาแล้วบดคลึงอย่างที่เขามักจะทำกับเธอ
ทั้งสองแลกลมหายใจอยู่นานก่อนใบหน้างามแดงระเรื่อจะผละออกมา
“แฮกแฮก พอใจกับของขวัญชิ้นนี้ไหมคะ”
กล่าวพบหญิงสาวก็รีบมุดหน้ากับอกแกร่งทันทีด้วยความอายก่อนจะฟาดมือลงไปที่อกใหญ่นั่นหนึ่งทีอย่างหมั่นไส้หลังได้ยินเสียงหัวเราจากคนตัวสูง
“ขอบคุณรินมากนะครับที่เข้าในชีวิตพี่”
ใบหน้าที่ซุกอกกว้างเงยมองใบหน้าคมพร้อมยิ้มกว้างและพยักหน้ารับ ก่อนจะนอนแนบใบหูไปที่ตำแหน่งหัวใจของเขา
“รินก็ขอบคุณพี่กรเหมือนกันที่รักและดูแลรินอย่างดีรินสัญญาว่าจะอยู่อย่างนี้ตลอดไป พี่ไล่ รินก็ไม่ไป”
“พี่ไม่มีทางไล่รินแน่เราจะอยู่เป็ครอบครัวอย่างนี้ไปตลอด มีริน มีพี่และน้องพริ้มอยู่ด้วยกันไม่แยกจากไปไหน”
“ค่ะเป็ครอบครัวไม่แยกจากไปไหน”
“พี่มีความสุขมาเลยครับ”
“รินก็มีความสุขมากเช่นกันค่ะ”
คนทั้งสองต่างฝ่ายต่างกระชับคนในอ้อมกอดตัวเองแน่นดวงมองท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวพร่างพราวเต็มฟ้า พร้อมกับเสียงคลื่นซัดสาดเขามาชนฝั่งดังกังวานไปทั่วราวสรรเสริญและอวยพรให้กับความรักของพวกเขาให้เป็เช่นนี้ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตาม
ว่านับจากนี้พวกเขาจะมีกันและกันไม่แยกจากไปไหน
-----จบบริบูรณ์-----