ตอนที่ 14 ภรรยาและบุตรสาวเหมือนสุกร[1]
ผู้เฒ่าเถียนทำเป็หน้าหนาต่อหน้ากลุ่มคน “ขอเงินคงไม่มี แต่ชีวิตมีหนึ่งชีวิต ในเมื่อเ้าอยากได้รับการชดเชย เช่นนั้นก็เอาชีวิตคนแก่ๆ อย่างข้าไปเถอะ!”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก” เถียนไฉ่เวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “ภายใต้ชื่อท่านปู่มีที่นามากมายขนาดนั้น ขอแค่ขายที่นาสักหน่อยก็พอชดเชยให้พวกข้าสามแม่ลูกแล้ว ไหนเลยจะต้องเอาชีวิตคนแก่อย่างท่าน ข้าเองก็ไม่อยากมีตราบาปฐานฆ่าผู้าุโ”
ผู้เฒ่าเถียนถูกเถียนไฉ่เวยทำเอาโมโหจนเกือบสลบ เอ่ยอย่างมีโทสะ “นั่นเป็มรดกที่ข้าสั่งสมมาอย่างยากลำบาก ไม่มีทางขายออกไปแน่!”
เถียนไฉ่เวยยิ้มหยัน “พูดไปพูดมาเช่นนี้ ข้าก็พอจะเข้าใจแล้ว ใช่ว่าท่านปู่ชดเชยเงินหนึ่งตำลึงให้พวกข้าไม่ได้ แต่ไม่คิดจะชดเชยต่างหาก!”
ผู้เฒ่าเถียนโมโหจนหันหน้าขวับไปอีกทาง ไม่เอ่ยอะไรแล้ว
เถียนไฉ่เวยหัวเราะร่า “ท่านปู่ไม่อยากขายที่นา แต่ก็ยังมีอีกวิธีอยู่”
ผู้เฒ่าเถียนหันหน้ากลับมา มองเถียนไฉ่เวยอย่างระแวดระวัง เด็กชั้นต่ำสมควรตายนี่เ้าเล่ห์นัก ไม่รู้ว่าจะเล่นลูกไม้อะไรอีก
เถียนไฉ่เวยเหลือบมองเถียนจินจวี๋ “ท่านอาหญิงหวงกินแต่ี้เีทำงาน ครั้งนี้หากไม่ใช่เพราะนางขโมยไข่ไก่ ไหนเลยจะเกิดเื่เช่นนี้ ท่านปู่ก็คงไม่ต้องชดเชยเงินหนึ่งตำลึงให้พวกข้า พูดให้ตรงจุดก็คือ ท่านอาหญิงเป็ตัวสร้างปัญหา อีกอย่างเื่ที่นางขโมยไข่ไก่คนยังรู้กันทั้งหมู่บ้าน ชื่อเสียงไม่ดีขนาดนี้แล้ว ทั้งยังอายุมาก ภายภาคหน้าเกรงว่าคงยากจะหาบ้านสามี มิสู้ท่านปู่ขายท่านอาหญิงทิ้ง หนึ่งคือสามารถแลกเงินได้หลายตำลึง ไม่เพียงชดเชยให้มารดาของข้าได้ ท่านปู่เองยังได้เงินเล็กๆ น้อยๆ หลายตำลึง สองคือเป็การกำจัดตัวสร้างเื่อย่างนางทิ้ง ส่วนข้อสามคงไม่มีใครหัวเราะเยาะที่ท่านปู่เลี้ยงบุตรสาวอายุมากนางนี้ไว้อีก”
พวกชาวบ้านได้ยินคำพูดของเถียนไฉ่เวยคำรบนี้ก็พากันก้มหน้าแอบหัวเราะขบขัน
จี้ซื่อและหม่าซื่อสะใภ้ทั้งสองของตระกูลเถียนแอบเห็นด้วยกับคำพูดของเถียนไฉ่เวยอยู่ในใจ พวกนางเสียเปรียบเถียนจินจวี๋ไม่น้อย แค้นนางเข้ากระดูกดำนานแล้ว ทว่าเถียนจินจวี๋เป็แก้วตาดวงใจของผู้เฒ่าเถียนสองสามีภรรยา หม่าซื่อและจี้ซื่อไม่เพียงไม่กล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ ฉากหน้ายังต้องเอาใจนางอีก คิดแล้วก็น่าหงุดหงิดนัก
เถียนจินจวี๋ที่อวดดีจนเคยชินได้ยินเถียนไฉ่เวยบอกให้ผู้เฒ่าเถียนขายตนทิ้งก็ไม่กลัวแต่โมโห ตัวอวบหนาพุ่งออกมา วาดมือจะตบใส่เถียนไฉ่เวยสักฉาด “หญิงชั้นต่ำอย่างเ้าชักจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ถึงกับกล้าขายข้า ข้าจะตีเ้าให้ตาย!”
เถียนไฉ่เวยหลบอย่างคล่องแคล่ว ฝ่ามืออวบหน้าของเถียนจินจวี๋ฟาดตบลงบนกำแพงด้านหลัง เพราะออกแรงมากเกินไป จึงถูกแรงสะท้อนจากกำแพงแกร่งหนาทำเอามือแทบหัก เจ็บจนนางต้องกุมมือที่ได้รับาเ็ร้องะโโลดเต้นอยู่ตรงนั้น
พวกชาวบ้านที่มุงดูพากันหัวเราะขำ
เว่ยซื่อรีบมาดูอาการาเ็ของนางอย่างปวดใจ แล้วถลึงตามองเถียนไฉ่เวยอย่างโเี้ด้วยสายตาอาบยาพิษ พลางปลอบโยนบุตรสาวสุดที่รักของตน “เ้าร้อนใจอะไร ท่านพ่อรักเ้าจะตายถึงต้องออกหน้าให้เ้า เ้าแค่รอชมเื่สนุกก็พอแล้ว”
เถียนจินจวี๋เอ่ยอย่างเคียดแค้น “ให้ท่านพ่อขายหลินซื่อสามแม่ลูกไปหอคณิกาให้หมด ให้พวกนางถูกคนนับพันควบขี่ ได้หลับนอนกับคนนับหมื่น!”
ประโยคนี้ของนางทำให้ผู้คนที่กำลังอื้ออึงตกตะลึงจนไร้เสียง แม่นางที่ยังไม่ได้ออกเรือนนางหนึ่งเอ่ยประโยคนี้ออกมาได้อย่างไร
ผู้เฒ่าเถียนถูกภรรยาซื่อบื้อและบุตรสาวโง่งมของตนทำให้โมโหจนแทบกระอักเื ร้องตวาดด้วยความโกรธ “หุบปากเดี๋ยวนี้!”
ตอนนี้อารมณ์ของเขาย่ำแย่นัก เขากลัวการเอ่ยถึงบุตรสาวอวบอ้วนของตนเป็ที่สุด อายุสิบเก้าแล้ว แม้แต่บ้านสามีก็ยังไม่ได้กำหนด คนในหมู่บ้านแอบหัวเราะเยาะลับหลังเขาไม่รู้เท่าไร ตอนนี้แต่ละคำที่เถียนไฉ่เวยเอ่ยถึงล้วนทิ่มแทงใจเขาเข้าอย่างจัง
เดิมทียังพอทำเนา แต่นี่บุตรสาวโง่เขลาของตนยังกล่าววาจาที่สตรีในห้องหอไม่ควรเอ่ยต่อหน้ากลุ่มคนอีก เช่นนี้คนอื่นจะมองนางอย่างไร
เชิงอรรถ
^ ‘สุกร’ ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรยว่า โง่เขลาเบาปัญญา