“หืม? เ้ามีอะไรมาเสนออย่างนั้นหรือ?” อังเดรถาม
“ผมคิดว่าน่าจะเป็เื่เดียวกันกับที่คุณอังเดรกำลังจะพูดนะครับ”
“หึ..ฉลาดเป็กรดเลยนะเ้าหนู ถ้าอย่างนั้นว่าข้อเสนอของเ้ามา” หัวหน้าโรงผระมูลเปิดโอกาศให้โนบลินได้บอกข้อเสนอก่อน
“อันดับแรก ก่อนที่ผมจะบอกข้อเสนอ ผมอยากให้คุณปิดเื่ความสามารถของผมเป็ความลับได้ไหมครับ?” โนบลินบอกเงื่อนไขแรกก่อนที่จะเริ่มคุยถึงข้อเสนอของเขา
“เื่นั้น..แน่นอนอยู่แล้ว เพราะยิ่งมีคนรู้เื่นี้น้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับโรงประมูลเรามากขึ้นเท่านั้น” อังเดรตอบรับง่าย ๆ
“ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอบอกข้อเสนอของผมนะครับ” โนบลินเริ่มเข้าเื่
“ผมขอเสนอการทำธุรกิจระหว่างเรา โดยผมจะนำเอาสิ่งของต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาได้ มาร่วมประมูลที่นี่แค่ที่เดียว ส่วนเื่การประมูลและการสร้างมูลค่าของมันนั้นให้พวกคุณเป็คนจัดการ เงินประมูลที่ได้จากของแต่ละชิ้นผมขอแบ่งแค่เจ็ดในสิบส่วน แต่ผมขอห้าส่วน อีกสองส่วนนั้นขอให้โรงประมูลมอบให้กับบ้านเด็กกำพร้าของคุณลอเลนซ์ในรูปแบบของทุนการศึกษา คุณอังเดรเห็นว่ายังไงครับ”
โนบลินบอกข้อเสนอของเขาซึ่งถือว่าเป็ประโยชน์กับโรงประมูลเป็อย่างมาก เนื่องจากสินค้าที่โนบลินนำมาเข้าร่วมประมูลนั้น เมื่อพิจารณาจากเครื่องป้องกันชุดแรกรวมกับอีกหนึ่งชุดที่โนบลินนำมาแสดงให้ดูนั้น คาดการณ์ได้ว่าจะต้องเป็ของที่มีระดับไม่ต่ำกว่าอย่างแน่นอน
นอกจากนั้นส่วนแบ่งที่โนบลินแบ่งให้กับทางโรงประมูลนั้น เพิ่มมากขึ้นจากเดิมคือหนึ่งในสิบส่วน กลายเป็สามในสิบส่วน ทำให้โรงประมูลนั้นมีรายได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ขาดในการขายสินค้าของโนบลินแต่เพียงผู้เดียว นั่นทำให้โรงประมูลสามารถควบคุมราคาของสินคานั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น
“ถ้านั้นคือข้อเสนอทั้งหมดที่เ้า้า ข้าก็สามารถบอกได้ว่า...”
“ยังก่อนครับ ยังมีอีก” โนบลินตัดบทอีกครั้ง “ผม้าให้เครือข่ายของโรงประมูลช่วยหาวัตถุดิบที่ผมสนใจให้ด้วย”
“ถ้าเป็เื่นั้นก็ไม่ถือว่าเหนือบ่ากว่าแรงเกินกว่าที่ทางเราจะทำได้ เื่นี้ข้าสามารถรับปากได้” อังเดรตอบเมื่อได้ฟังเงื่อนไขข้อที่สอง
“ถ้าอย่างนั้นทางคุณอังเดรมีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมไหมครับ?”
“เท่าที่ดูแล้ว ทางโรงประมูลเราก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลยมีแต่ได้เสียด้วยซ้ำ ข้าเลยไม่ได้คิดจะเพิ่มข้อเสนออะไรอีก แต่ว่า..ข้าอยากจะเพิ่มบางเื่เพื่อไม่ให้เอาเปรียบเ้ามากเกินไป ในเื่ของวัตถุดิบที่เ้า้านั้นเ้าสามารถบอกมาได้ว่า้าอะไรบ้าง ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ไม่สามารถ ข้ารับรองว่าข้าจะสามารถหามาให้ได้ และข้าจะขายให้กับเ้าในราคาทุนเท่านั้น และหากเ้า้าความช่วยเหรออะไรให้มาแจ้งกับทางโรงประมูลได้เลย ข้าจะช่วยเ้าเองแล้วก็รับนี่ไป...” อังเดรยื่นของบางอย่างให้กับโนบลิน
“อะ...อันนี้คืออะไรเหรอครับ?” โนบลินยื่นมือรับเอาของสิ่งนั้นมาแล้วถามอย่างสงสัย
“มันคือเข็มกลัดสัญลักษณ์ของแขกแห่งโรงประมูล เ้าสามารถเข้ามาได้ทุกเมื่อที่เ้า้าโดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ” อังเดรตอบ
“ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตแจ้งถึงวัตถุดิบที่ผม้าอยู่ตอนนี้แล้วกันนะครับ” โนบลินเอ่ยถามขึ้น
“หึหึ..นี่เ้าเริ่มต้นธุรกิจได้เร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีกนะ” อังเดรเอ่ยขำ ๆ
“แหะ ๆ พอดีตอนนี้ผมจำเป็ต้องใช้มันน่ะครับ” โนบลินตอบอย่างเขิน ๆ
“เช่นนั้นลองว่ามาว่าเ้า้าอะไรบ้าง” อังเดรเอ่ยอนุญาต
โนบลินจึงเอ่ยรายการของวัตถุดิบที่เขา้าออกมา จำนวนของมันมากกว่าสิบอย่าง และด้วยจำนวนทั้งหมดนั้นบอกได้เลยว่าเขาไม่สามารถนำเงินมาจ่ายได้ทั้งหมดในตอนนี้
“หืม วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนแต่เป็วัตถุดิบพื้น ๆ ทั่วไป แต่จำนวนที่เ้า้านั้นออกจะมากหน่อย คงต้องใช้เวลาในการรวบรวมสักสามถึงสี่วัน แต่ว่าพืชเวทมนต์และผลึกเวทที่เ้า้านี่เ้าสามารถบอกได้หรือไม่ว่าจะนำไปทำอะไร เพราะมันเป็วัตถุดิบที่แทบจะเรียกว่าไร้ประโยชน์ได้เลยทีเดียว” อังเดรถามอย่างสงสัย
พืชเวทมนต์นั้นถือเป็พืชที่มีการสะสมพลังเวทมนต์ไว้ภายในจำนวนหนึ่ง เพียงแต่จำนวนหนึ่งนั้นนับได้ว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับพลังเวทที่นักเวท้าในการพัฒนาระดับ
สำหรับผลึกเวทมนต์นั้นแม้จะมีประโยชน์ในการพัฒนาระดับเวทมนต์อยู่บ้าง เพียงแต่ปริมาณที่ร่างกายสามารถดูดซับได้เมื่อเทียบกับปริมาณที่สูญเสียไประหว่างกระบวนการสะสมพลังเวทนั้นเรียกได้ว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ดังนั้นเหล่านักเวทจึงนิยมเพิ่มพลังระดับเวทมนต์ด้วยพืชเวทมนต์จำพวกผลไม้เวทต่าง ๆ มากกว่า และทำให้ราคาของมันไม่ได้สูงมากนัก
สำหรับผลึกเวทระดับต่ำนั้นมีราคาสองผลึกต่อหนึ่งเหรียญทอง
ผลึกเวทระดับกลางมีค่าผลึกละสามเหรียญทอง
ผลึกเวทขั้นสูงมีค่าผลึกละห้าเหรียญทองเท่านั้นเอง
“แต่จำนวนที่เ้า้านั้น..ข้าคิดว่าเงินสองพันเจ็ดร้อยเหรียญทองที่เ้า้านั้นคงจะไม่สามารถจ่ายได้หมดอย่างแน่นอน” อังเดรพูดอย่างสงสัยว่าโนบลินจะสามารถหาเงินมาจากไหนเพื่อมาจ่ายค่าวัตถุดิบเหล่านี้
“ไม่ทราบว่าคุณอังเดรพอจะประเมินราคาของวัตถุดิบทั้งหมดให้ผมได้ไหมครับ” โนบลินขอความช่วยเหลือ
ดอนจึงเอารายการวัตถุดิบและปริมาณของทั้งหมดไปคำนวณราคาและมาบอกกับโนบลิน
“ถ้าจำนวนประมาณนี้ราคารวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ เจ็ดพันหกร้อยเหรียญทอง” ดอนบอกออกมา
“ตอนนี้ผมมีเงินที่ได้จากการขายเครื่องป้องกันชุดแรกมาได้สองพันเจ็ดร้อยเหรียญทอง ผมต้องหาอีกประมาณห้าพันเหรียญทอง” โนบลินคำนวน
“ถ้าประมูลเครื่องป้องกันชุดนี้ได้สามพันเหรียญทองเท่ากับชุดแรก หักสามในสิบ ผมจะเหลือสองพันหนึ่งร้อย เหรียญทอง” โนบลินนั่งกอดอกพลางครุ่นคิด แล้วพึมพำออกมา “ชุดละสองพันหนึ่งร้อย”
“น่าจะได้นะ..” โนบลินพึมพำกับตัวเอง
“จะได้ได้อย่างไร เ้ามีสองพันเจ็ดร้อยเหรียญทอง ขายชุดนี้ได้สองพันหนึ่งร้อยเหรียญทอง รวมกันก็ได้แค่สี่พันแปดร้อยเหรียญทอง จะได้ถึงเจ็ดพันหกร้อยเหรียญทองได้อย่างไรกัน” ดอนถามอย่างอดไม่ได้
“ก็เอาอีกสองชุดนี้ไปประมูลด้วยก็น่าจะครบแล้วนะครับ” โนบลินพูดพลางนำเอาเครื่องป้องกันหนังเซบัปอีกสองชุดขึ้นมาวางบนโต๊ะให้ทังเสองได้เห็น
“จะบ้าไปแล้วหรือไง...เ้าไปเอาเครื่องป้องกันชั้นสูงมากมายขนาดนี้มาได้อย่างไรกัน
"จะ..เ้าสร้างมันเอง ทั้งหมดนี่เลยอย่างนั้นหรือ?"
อังเดรละล่ำละลักถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก็ใครกันจะไปคิดว่าเด็กอายุไม่ถึงสิบเอ็ดขวบคนนึงจะสามารถสร้างเครื่องป้องกันที่รวมเอาศาสตร์เวทมนต์ชั้นสูงไว้ด้วยกันแบบนี้
"ก็ประมาณนั้นแหละครับ" โนบลินตอบสั้น ๆ
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็วางใจได้ ในเมื่อเ้าบอกว่าเข้าสร้างของพวกนี้ขึ้นมาได้เอง เช่นนั้นข้าเองก็จะเชื่อว่าเ้าสามารถสร้างสิ่งอื่นเพื่อส่งเข้ามาร่วมประมูลได้อีกเช่นกัน" อังเดรบอกออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนความโล่งอก
"อย่างนั้นเครื่องป้องกันทั้งสามชุดนี้คุณจะช่วยนำมันไปประมูลทั้งหมดเลยได้หรือเปล่าครับ?"
"ยังก่อน ถ้าหากว่าเรานำทั้งสามชุดไปประมูลในคราวเดียว จะทำให้มีสินค้าในตลาดมากจนเกินไป เราจะเก็บมันไว้แล้วทยอยขายเดือนละหนึ่งชุดแบบนั้นจะทำให้เราสามารถทำให้ราคาของมันอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมาได้" ดอนเป็คนอธิบายเกี่ยวกับกลไกการตลาดเบื้องต้นให้โนบลินได้ฟัง
"อ๋อ..มีวิธีแบบนี้ด้วยแฮะ"
"เื่การประมูลเ้าไม่ต้องเป็ห่วง เ้าเพียงแค่ผลิตสิ้นค้าชั้นยอดออกมาอีกและนำมาให้กับโรงประมูลของเราก็พอ เื่การทำให้มันมีมูลค่าสูงที่สุดนั้นเป็หน้าที่ของพวกข้าเอง" อังเดรรับปากที่จะดูแลเื่การประมูลเอง
"แล้วแบบนี้ผมจะเอาเงินมาจ่ายให้คุณทันได้ยังไงกันล่ะ"
"เื่นั้นไม่ต้องห่วง รอบนี้ข้าจะส่งวัตถุดิบให้เ้าก่อนแล้วค่อยหักเงินจากราคาประมูลของเครื่องป้องกันของเ้าแล้วกัน”
“อย่างนั้นเหรอครับ ขอบคุณคุณอังเดรมากเลยนะครับ” โนบบินกล่าวขอบคุณ
โนบลินอังเดรและดอนพูดคุยกันต่อสักพักก่อนที่โนบลินจะขอตัวออกมายากโรงประมูลให้อังเดรได้สะสางงานต่อ
“เหลืออีกนิดก่อนจะค่ำ แวะไปหาลุงวินเธอร์ดีกว่า”
อาคารสถาบันปรุงยา
“สวัสดีครับคุณวินเธอร์”
“อ้าว...โนบลินไปยังไงมายังไงถึงได้มานี่ได้ นี่ข้าก็เพิ่งกลับมาจากทำธุระข้างนอกพอดี เข้าไปนั่งที่ห้องก่อนสิ”
วินเธอร์จึงพาโนบลินเข้ามาที่ห้องพักของเขาในสถาบันปรุงยา
“ว่าไงกันล่ะ วันนี้มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ?” วินเธอร์ไม่อ้อนค้อมถามเข้าเื่เลยทันที
“วันนี้ผมมีสูตรยาอีกสองสูตรมานำเสนอครับ” โนบลินบอกจุดประสงค์ที่มาในวันนีี้ออกไป
“หือ? ยาตัวใหม่อย่างนั้นหรือ ดีเลยตอนนี้ทางสถาบันเราก็้าสูตรยาใหม่ ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะตัวยาที่เ้าขายสูตรให้เราในคราวก่อนนั้น แม้จะยังเป็ที่้าของตลาดอย่างสูง แต่ตอนนี้คนก็เริ่มไม่ค่อยตื่นเต้นกับมันสักเท่าไหร่ ถ้าหากมีตัวยาใหม่ ๆ มากระตุ้นตลาดบ้างก็จะดีมากเลย”
“ครับอย่างนั้นเดี๋ยวผมเขียนสูตรยาตัวใหม่นี้ให้”
โนบลินว่าแล้วก็ถือวิสาสะเดินไปหยิบกระดาษปากกามาจดบันทึกสูตรของยาตัวใหม่ ซึ่งวันนี้เขานำสูตรยามาขายถึงสองสูตรด้วยกัน
“ตัวยาแรกคือ [ยาน้ำวายุ] ครับ มีคุณสมบัติช่วยให้ผู้ที่กินมีความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้นในระดับของนักเวทระดับกลาง่ปลาย
ตัวที่สองคือ [ยาน้ำภูผา] คุณสมบัติของมันคือช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของิัของผู้ใช้ให้อยู่ใน่ปลายของนักเวทระดับกลางได้
ซึ่งทั้งสองตัวยานี้สามารถออกฤทธิ์ได้นานหกชั่วโมงครับ”
โนบลินอธิบายขณะยื่นกระดาษที่จดสูตรยาของเขาให้กับวินเธอร์ เขารับมาและก้มลงอ่านส่วนผสมและสูตรการสร้างอย่างรวดเร็วและพบว่า วัตถุดิบในการปรุงยานั้นช่างหายง่ายแสนง่ายแม้จะมีส่วนผสมหลายชนิดไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ยากเกินการรวบรวมของสถาบันไปได้
“โอ..ยะ..ยาวิเศษอีกแล้ว ทำไมเ้าถึงมีสูตรยามากมายก่ายกองขนาดนี้กัน แต่ก็เอาเถอะเื่นี้ข้าจะไม่ถามเ้า ส่วนเื่การทดสอบสูตรนั้นไม่จำเป็เพราะข้าไว้ใจเ้า แล้วเื่ค่าตอบแทน?...”
“ใช้ข้อตกลงเหมือนรอบที่แล้วก็ได้ครับ” โนบลินตอบก่อนจะยิ้มออกมา ทำให้วินเธอร์นั้นอดหัวเราะอย่างพอใจไม่ได้
โนบลินอยู่พูดคุยกับวินเธอร์ต่ออีกสีกพักก่อนที่จะขอตัวกลับบ้านเพราะเห็นว่าใกล้จะเย็นเต็มที
เมื่อมาถึงบ้านโนบลินเข้าไปทักทายลอเลนซ์ที่กำลังพาเหล่าเด็กหญิงแห่งบ้านเด็กกำพร้าทำความสะอาดบ้านก่อนจะเตรียมกับข้าวเย็น
ระยะหลังมานี้บ้านเด็กกำพร้าของลอเลนซ์นั้นมีความเป็อยู่ที่ดีมากขึ้นเนื่องจากเงินอุดหนุนจากสถาบันปรุงยา ที่ลอเลนซ์เองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทางสถาบันถึงอยากสนับสนุนบ้านเด็กกำพร้าของเธอด้วย
โนบลินเข้าไปแนะนำเื่การฝึกฝนและการสะสมพลังเวทให้กับเหล่าเด็กหญิงทุกคน เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจให้เด็กหญิงในบ้านต้องออกไปต่อสู้กับใครก็ตาม แต่การฝึกฝนเวทมนต์นั้นก็ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยเช่นกัน
จากนั้นโนบลินจึงเดินขึ้นไปที่ห้องนอนของเขาซึ่งเพื่อน ๆ กำลังตั้งใจฝึกการควบคุมพลังเวทกันอย่างขะมักเขม้น แม้แต่พอลที่ถึงจะมีร่องรอยของความเบื่อหน่ายปรากฏขึ้นในแววตา แต่ก็ยังคงตั้งใจฝึกฝนต่อเพราะไม่อยากมีการพัฒนาที่ช้ากว่าเพื่อน ๆ คนอื่น
“ฉันเห็นพวกนายตั้งใจฝึกกันขนาดนี้ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ” โนบลินเอ่ยทักทายทุกคนขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปข้างใน
“อ้าว โนบลินมาแล้วเหรอ? เป็ยังไงบ้างของที่นายเอาไปประมูลได้เงินมาเยอะไหม?”บันเอ่ยถามเมื่อเห็นหน้าเพื่อนคนเก่ง
“เ้าบ้าบัน..” พอลบ่นเพื่อน
“ระดับของที่โนบลินสร้าง มันก็ต้องได้ราคาไม่ต่ำกว่าห้าร้อยหกร้อยเหรียญทองอยู่แล้ว ใช่ไหมโนบลิน” พอลหันหน้าพยักพเยิดไปทางโนบลิน
“อืม ถ้าแยกตามชิ้นมันก็น่าจะได้ราคาตามนั้นนั่นและนะ แต่ว่าของที่ฉันเอาไปประมูลมันเป็ชุดน่ะ” โนบลินตอบ
“เห็นไหมล่ะเ้าบันฉันบอกแล้ว ชุดที่โนบลินเอาไปประมูลมันต้องมีราคาอยู่แล้ว ว่าแต่ชุดนั้นมันได้ราคาประมูลเท่าไหร่กันเหรอโนบลิน พันห้าหรือสองพันเหรียญทองเลยหรือเปล่า?” พอลหันมาถามอย่างตื่นเต้น
“ไม่ใช่หรอก” โนบลินส่ายหัวปฏิเสธ
“เหรอ? อย่างนั้นคงได้ซักพันหรือพันสองหรือเปล่า” พอลยังไม่วายถามต่อ
โนบลินยังคงส่ายหน้าไม่ตอบเพื่อน เพียงแต่ชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว
“ว้าว พันสามร้อยเหรียญทอง ราคาสูงสุดยอดเลยแบบนี้นายก็รวยแล้วสิโนบลิน” บันพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“เปล่าหรอกจริง ๆ แล้วชุดป้องกันที่ฉันเอาไปร่วมประมูล มันได้ราคาสามพันเหรียญทองน่ะ”
“ห๊าาาา”
เป็เสียงสี่เสียงที่ประสานกันดังลั่น