หลังจากที่วิษณุได้รับฟังเื่ราวเกี่ยวกับคำท้าทายของคุนและปอย รวมถึงเื่ที่คุนแอบอ้างลูกค้าเพื่อจะมาแกล้งปอย รวมถึงสิ่งที่พวกเขาเจอกันที่บ้านหลังนั้น เขาก็ปล่อยก๊ากออกมายกใหญ่
“สมน้ำหน้ามัน” วิษณุว่า ขณะพยายามกลั้นหัวเราะ “คิดจะแกล้งเขาแท้ๆ แต่โดนเขาเอาคืนซะเสียหมาเลย เวรกรรมสมัยนี้มันเร็วจริงๆ คนแบบไอ้คุนมันต้องเจอแบบนี้ ถึงจะได้เชื่อเื่พวกนี้กับเขาบ้าง”
“เื่คุนเอาไว้ก่อนเถอะพี่” ดาวขัด “ปัญหาคือบ้านในโปรเจคใหม่ของเรา พี่นุแน่ใจนะคะ ว่าจะไม่มีเื่พวกนี้อีกนะคะ”
“มีแล้วจะกลัวอะไรล่ะ” ว่าพลางเขาก็มองไปยังหญิงสาวอีกคน “มีน้องปอยอยู่ทั้งคน พวกเรายังจะต้องกลัวอะไรอีก”
“โหวพี่...ถึงหนูจะพอแก้ฮวงจุ้ยได้ แต่ว่าหนูก็ไม่อยากเจอหรอกนะคะ พวกผีนะ” ปอยว่าพลางก็ใช้มือลูบแขนตัวเอง “ว่าแล้วก็ยังขนลุกไม่หาย นั้นนะครั้งแรกในชีวิตเลยที่เคยเจอแบบจังๆ ถ้าเลือกได้ก็ไม่ขอเจออีกแล้ว”
“วางใจเถอะ” วิษณุบอก ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก่อนจะลุกขึ้น “บ้านในโปรเจคเรานะ ไม่มีประวัติเสียแน่นอน พี่รับรองได้”
“แล้วนั้นพี่จะไปไหนคะ” ดาวถาม “ยังคุยกันไม่จบเลยนะพี่”
“เตรียมตัวไปประชุม” เขาตอบกลับ พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม “กับรองประธานคนใหม่ของบริษัทที่จะมาวันนี้”
“ที่ว่าเป็เด็กเส้นคนนั้นเหรอพี่” ดาวดูสนใจขึ้นมาในทันที “แล้วทำไมพี่ต้องยิ้มน่าขยะแขยงแบบนั้นด้วยอ่ะ น่ากลัว...”
“สาม หาว!” วิษณุพลันเปลี่ยนใบหน้าให้กลับไปดูดุดันน่าเกรงขามแบบไม่เกรงใจใครอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ผลลัพธ์นั้นมักจะตรงกันข้ามเสมอ ขณะที่เขายกมือทำท่าจะตีดาวอย่างพินอบพิเทา “อย่าไปพูดจาให้ใครได้ยินเชียวนะไอ้ดาว นั้นนะลูกสาวประธานเลยนะเฮ่ย!”
“แล้วทำไมต้องยิ้มแบบนั้นด้วยละค่ะ” ปอยถามต่อ “ปกติเท่าที่หนูเคยเห็นมา ในสถานการณ์แบบนี้ มันต้องประหม่าหรือต้องกลัวไหมคะหัวหน้า”
“สวยขนาดนั้น ใครกลัวก็บ้าแล้ว!” วิษณุตอบกลับอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะพลันได้สติ “พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะครับน้องปอย...” เขายกมือขึ้นประสานเชิงวิงวอน “เขาว่ามาอย่างนั้นนะครับ แต่สำหรับพี่แล้ว เท่าที่เคยพบเจอเหล่าสตรีมา ไม่มีใครจะสวยงดงามเท่าน้องปอยอีกแล้วครับ ถ้าใครได้น้องปอยเป็แฟนนะ คนคนนั้นจะต้องเป็ผู้ชายที่โชคดีที่สุดในสามโลกแล้วล่ะครับ...ถ้าน้องปอยไม่รังเกียจ ช่วยรับพิจารณาพี่นุคนนี้ไว้สักคนจะได้ไหมครับ”
“โอ๊ย....เอาอีกแล้ว....ไล่แอ๊วเขาจนจะหมดบริษัทแล้วมั้ง!” ดาวถลึงตัวลุกขึ้น ก่อนจะใช้มือผลักบุรุษที่มองปอยด้วยสายตาเคารพเทิดทูนให้ถอยห่างออกไป พร้อมกับบ่นเสียงดัง “รีบๆ ไปเลยนะ มาทำแบบนี้เดี๋ยวน้องเขาก็กลัวกันพอดี ช่วยทำตัวให้เด็กๆมันนับถือบางเหอะพี่!”
“แต่ฉันพูดจริงนะไอ้ดาว” วิษณุพยายามฝืนรั้ง แม้จะยังถูกผลักดันให้เดินถอยหลังอยู่ “เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ยังไม่เคยเจอใครที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ นะโว้ย”
“ไป...ไป...ไป...!” ดาวเลิกล้มการผลัก ก่อนจะหันกลับมาดึงมือปอยให้ลุกขึ้น “ใกล้จะพักเที่ยงแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าน้องปอย”
“หัวหน้าไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันไหมคะ” ปอยยิ้มเอ่ยชวนบุรุษที่มองดูเธออย่างวิงวอน “ถือว่าเป็การฉลอง”
“เอาไว้ตอนอื่นดีกว่า” ดาวตัดบท “น้องปอยต้องรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทgikอีกเยอะเลย มา...เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟัง” ว่าพลางดาวก็ลากปอยให้เดินตามตนไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองดูชายหนุ่มผู้เป็หัวหน้า “เื่นี้ผู้หญิงเขาจะคุยกัน ผู้ชายไม่เกี่ยวนะหัวหน้า”
“แกเป็ผู้หญิงด้วยเหรอว่ะไอ้ดาว!” วิษณุสวนกลับทันควัน
“อ้าว...!” ดาวปล่อยแขนของปอย พลางทำท่าจะเดินย่างสามขุมเข้าหาบุรุษที่ร่างสูงใหญ่กว่าตนเองอย่างไม่กลัวเกรง “สงสัยว่าวันนี้หัวหน้าคงจะไม่หิวข้าวใช่ไหม”
“ไปกันเถอะค่ะพี่ดาว!” ปอยคว้าข้อมือของดาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็ฝ่ายทีjชุดลากอีกฝ่าย “เดี๋ยววันหลังพวกเราค่อยไปฉลองกันนะค่ะหัวหน้า” ว่าพลางปอยก็ไม่รอช้ากึ่งเดินกึ่งลากให้หญิงสาวรุ่นพี่เดินตามตนไป ขณะที่วิษณุยังะโไล่หลังมา
“วันนี้เลยดีไหม!”
ไร้คำตอบกลับใดๆ เพราะว่าตอนนี้ปอยไม่ได้สนใจสิ่งใด นอกจากการพยายามฉุดลากดาวให้ตามตนออกไปอย่างทุลักทุเล ก่อนที่สองสาวจะหายลับไปหลังประตู
........
คุนยืนกำมือแน่น เพ่งมองสายตาไปยังหมู่มวลดอกไม้หลากหลายสีสันและรูปทรง ซึ่งถูกจัดวางอยู่หน้าร้านอย่างใคร่ครวญ และ วิตกกังวลอยู่ในที ก่อนที่เขาจะพึมพำกับตัวเองเสียงดัง
“เอาว่ะ...ถึงจะเจ็บ แต่ก็จบ”
เขากัดฟันกรอด เพื่อข่มความรู้สึกอับอายไว้ให้ลึกสุดใจ ขณะตัดสินใจจะเดินเข้าไปซื่อดอกไม้เพื่อจะเอาไปไหว้หญิงสาวรุ่นน้องตามที่ตนได้เอ่ยปากออกไป แต่ทว่าขณะที่จะก้าวขาเพื่อเดินเข้าไปในร้านนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น! และเมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งถูกคนวิ่งชนจากฟุตบาตจนร่างเซถลาลงไปยังถนน ที่ตอนนี้เองก็กำลังมีรถโดยสารประจำทางคันหนึ่งแล่นมาด้วยความเร็วสูง
มันเป็ปฏิกิริยาที่แทบจะไม่ทันได้คิดหรือตัดสินใจเลย ขณะที่คุนพุ่งร่างออกไปข้างหน้า ก่อนที่เขาจะคว้าแขนของหญิงสาวคนนั้นและดึงร่างเล็กๆ ของเธอเข้ามาในอ้อมอกตน
เขารู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมละมุนจากร่างของหญิงสาว ที่ตอนนี้ตนกำลังกอดไว้แนบอก ขณะที่ประสานสายตากับดวงตากลมโตบนใบหน้าขาวกระจ่างอมชมพู ซึ่งได้สัดส่วนพอเหมาะพอดีไม่ขาดไม่เกินไปแม้แต่เศษเสียวเดียว ประหนึ่งดังภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเอไอ รู้สึกถึงแรงสั่นะเืของหัวใจหญิงสาวจากหน้าอกเธอสู่หน้าอกของตน ขณะที่แขนเรียวเล็กเรียบเนียนของหญิงสาวก็คล้องรอบต้นคอของเขาเอาไว้
“ไม่เป็...อะไร...” คุนถามเสียงสั่นๆ อันเกิดจากหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็จังหวะของตน “ใช่ไหม...ครับ...”
“ค่ะ...” หญิงสาวตอบกลับด้วยใบหน้าแดงซ่าน “ขอบคุณค่ะ...แต่...คือว่า....” เธอว่าพลางก็แม้มริมฝีปากเล็กบางนั้น ขณะที่หลบสายตาของคุนที่กำลังจับจ้องมองเธออยู่
“อะ...ขอโทษครับ” คุนค่อยๆ ดึงแขนตัวเองกลับมาอย่างประหม่า ขณะที่หญิงสาวเองก็เริ่มตั้งตัวยืนเอง
“เอ๊ะ...กระเป๋าล่ะ!” ” ฉับพลัน เธอก็พลันรู้ตัวว่าหลังจากที่ถูกชน กระเป๋าที่เธอสะพายอยู่ก็ได้อันตรธานหายไปเสียแล้ว “เมื่อกี้ก็ยังสะพายอยู่เลยนี่นา”
“พวกวิ่งราว!” คุนหันมองไปยังทิศทางที่ชายซึ่งวิ่งชนเธอมุ่งหน้าไป และก็พลันพบว่ามันกำลังะโขึ้นท้ายรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่จอดรออยู่แล้วพร้อมกับกระเป๋าในมือ “แย่ล่ะ....!”
เป็อีกครั้งที่คุนแทบไม่ทันได้คิด ขณะที่เขาพุ่งร่างออกวิ่งออกไปประหนึ่งนักกรีฑาเหรียญทองโอลิมปิก ที่จะใช้พลังทั้งหมดในชีวิตในการวิ่งแค่ครั้งเดียว แต่ทว่าความเร็วของคนหรือจะสู้ความเร็วของเครื่องยนต์ เพราะวิ่งได้ไม่ถึงสิบเก้า เ้าโจรทั้งสองก็เปิดแน๊บไปไกลแล้ว
“สงสัยต้องให้เธอไปพึ่งตำรวจแล้วล่ะ” คุนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันกลับไปยังจุดที่เขาวิ่งมา แต่ทว่าเขาก็กลับพบว่าหญิงสาวคนนั้นได้หายไปจากจุดที่ยืนอยู่เสียแล้ว “อ้าว.....ไปไหนแล้วล่ะ”
คุนเดินขมวดคิ้วกลับไปอย่างเร่งร้อน กวาดตามองทั่วบริเวณก็ไม่พบเจอแม้แต่เงา ขณะที่มีบุรุษท่าทางอรชรอ้อนแอ้นคนหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่หน้าร้านขายดอกไม้เอ่ยขึ้น
“หาน้องคนสวยอยู่เหรอจ๊ะรูปหล่อ” เสียงนั้นอ่อนหวานเหมือนดั่งเช่นสายตาที่ส่งมาให้เขา “น้องคนสวยฝากขอบคุณมานะจ๊ะ บอกว่ามีธุระสำคัญต้องรีบไปทำ” ว่าพลางเขาก็ยื่นส่งแผ่นกระดาษเล็กๆ ให้สองแผ่น “อะนี่จ๊ะ น้องเขาฝากไว้ให้”
“ขะ...ขอบคุณครับ” คุนรับกระดาษสองแผ่นนั้นมา และ พบว่าใบหนึ่งนั้นมันเป็นามบัตรซึ่งมีชื่อว่า “แพรวา สิริทรัพย์อนันต์...บริษัท ac property งั้นเหรอ...บริษัทเรานี่หว่า แต่ทำไม....ถึงไม่เคยเห็นชื่อนี้เลยนะ” คุนพึมพำ ก่อนจะมองดูแผ่นกระดาษอีกใบ ซึ่งมีตัวเลขสิบตัวเรียงกัน “นี้คงจะเป็เบอร์เธอซินะ”
“ไม่ใช่หรอกจ๊ะ” ทันใดนั้นบุรุษท่าทางกระตุ้งกระติ้งซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับพูดด้วยเสียงที่หวานหยาดเยิ้มหยดย้อยดั่งเช่นดวงตาที่มองตรงมา “นั้นเบอร์พี่เองจ๊ะ...ถ้าน้องมีปัญหา เบื่อ เหงา หรือ แค่อยากหาคนคุย โทรมาหาพี่ได้เสมอเลยนะจ๊ะ” ว่าพลางก็ใช้มือทั้งสองมากุมมือของคุนเอาไว้ “หน้าน้องเหมือนแฟนเก่าพี่มากเลย เหมือนกับทำให้พี่อายุ14อีกครั้ง”
“ขะ...ขอบคุณครับ” คุนชักมือกลับมาแทบจะในทันทีเช่นกัน “ใกล้จะเข้างานแล้ว ผมต้องไปแล้วครับ”
คุนค่อมศีรษะให้ตามมารยาท ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากร้านดอกไม้ในทันที แม้จะยังคงรับรู้ได้ถึงสายตาแห่งความห่วงหาอาทร ที่ตามมองส่งเขามาตลอดทางอยู่ก็ตาม