เมื่อตัดสินใจเก็บข้อสงสัยหลายอย่างเอาไว้ภายในใจ แล้วตั้งหน้าตั้งตานึกหาวิธีที่จะพา 'เ้าตัวเล็ก' ปีนขึ้นต้นไม้ได้สะดวกยังไงดี ในเมื่อตอนนี้ตัวเขาโตเท่าทารกที่มีพ่อแม่เป็คนอ้วนเลยนะสิ
วูบความคิดแว๊บเข้ามาในสมอง นี้ใช่มั้ยที่เขาชอบเรียกกันว่าปิ๊งไอเดีย ผมค่อยๆ เดินระวังๆ ไปเด็ดเอาก้านใบใกล้ตัวมาสองก้าน จัดแจงดัดสานประดิษฐ์ตะกร้าโดยใช้นํ้าลายผสมยางสดมาทำเป็กาวเชื่อมประสาน ส่วนเชือกก็เอาก้านแก่ๆ มาเหยียบรีดให้นิ่มลงปั้นมัดให้เป็เชือก เคยอ่านเจอในหนังสือว่าคนสมัยโบราณใช้เยื้อไม้ใยเถาวัลย์มาปั่นทำเป็เชือก และมันก็เวิรค์เชือกที่ทำมานี่เหนียวเข้าท่า ผูกมัดเป็ตะกร้าสะพายหลังเสริมที่นอนนิ่มๆ ให้เด็กน้อยด้วยใบไม้กับเสื้อเอาไปรองน้อง ปิดท้ายด้วยอีกใบทำเป็ฝาครอบปิดกันไม่ให้ร่วง
"เสร็จแล้ว โคตรเก่งเลยว่ะเรา"
ผมอุ้มน้องใส่ตะกร้าบรรจงวางลงเบาๆ จัดแจงสะพายมัดกับตัวแน่นๆ ไม่ให้หลุด ผมเดินเข้าไปชิดกับลำต้น ด้วยที่ว่าตัวหดเล็กลงหรือเปล่าทำให้มือเท้าจับซอกเปลือกไม้ได้ถนัดยิ่งขึ้น มิน่าล่ะพวกแมลงกิ่งก่าอะไรถึงปีนป่ายกันได้ง่ายดายเหลือเกิน
"เอาหล่ะ ไปกันเลย!! "
พูดจบผมก็ปีนป่ายขึ้นอย่างรวดเร็วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ 'ทาร์ซาน' เหมือนพระเอกหนังที่ครูเอามาฉายในห้องเลย ผิดแค่ไม่มีสมุนลิงไม่งั้นก็เรียกฉันว่าาาป่าไม้ได้เลย พอเอี้ยวคอลงมองเบื้องล่างทุกอย่างดูเล็กลงมากมันคงคล้ายมุมมองของคนในเมืองหลวงมั้ง คนที่อยู่บนตึกสูงๆ เพราะเคยแอบขนตึกเรียนชั้นสองเพื่อไปขโมยเอาแปรงลบกระดานลงมาอยู่ แตกต่างกันที่นี่น่าจะสูงกว่าเป็ร้อยๆ ชั้นได้ ไม่รู้สึกเสียวไส้เลยสักนิดต่างกันมาก ตอนนี้ไม่รู้สึกกลัวอะไรอีกแล้วเอาแต่ตะบี้ตะบันปีนขึ้นไป รู้สึกดีเหมือนได้เป็คนพิเศษเพราะเราเข้าใกล้คำว่าาาแล้ว เย้!!
~~~~~~~~~~
ยิ่งสูงลมยิ่งพัดแรงกลิ่นชื้นของไอนํ้าลอยเข้าจมูกรู้สึกได้ยังไม่ฤดูหนาวเลยทำไมมีหมอกล่ะบนนี้ พอเอี้ยวตัวดูข้างล่างอีกรอบพบเป็หมู่ก้อนเมฆพัดเคลื่อนที่ บ้างโอบรอบลำต้นบ้างก็บดบังซะจนมองไม่เห็นพื้นดินตรงโคนรากเลย
"ไอ้ต้นนี่มันสูงเสียดฟ้าจริงหรือวะเนี้ย? เอาเถอะนกพูดได้ ตัวหดลง ต้นไม้สูงเหนือเมฆ อะไรแปลกกว่านี้มีอีกมั้ย" ก็พล่ามไปเรื่อยจะต่างมิติจะมนุษย์ต่างดาวเป็อะไรที่น่าสนุกถูกใจสุดๆ เลยจริงๆ
"เฮ้ นาย!! " เสียงแหลมเล็กไร้ที่มาะโร้อง
"หืมใครมาเรียกใครบนนี้วะ? " ผมหันหน้าไปมาหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เจอก็นึกว่าตัวเองหูฝาด
"เฮ้นาย นายนั่นแหละ ที่มีอะไรติดหลังอยู่น่ะ ข้างบนๆ "
"นั้นอะไรน่ะ!? "
ผมแหงนหน้าขึ้นดูตัวประหลาดขนฟูสีขาวสว่างมีบางอย่างซ้อนอยู่ข้างหลัง กำลังเดินสองขาทำมุมฉากต้านแรงดึงดูดโลกลงมาหา มันค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ๆ ด้วยท่าทีชิลๆ สบายๆ รูปร่างมันดูคล้ายมนุษย์มีใบหน้ากลมเรียวทรงไข่และดวงตากลมโตคล้ายแมว
"ฉันชื่อ 'ด่อน' เป็กระรอกเผือก ไม่รู้จักกระรอกรึไง? ดูหางๆ " มันหยุดยืนตรงหน้าและพูดท่าทีกวนๆ
"รู้จัก แต่กระรอกในหนังสือไม่เห็นมีหน้าตาแบบนี้เลยนี่"
"นายมาทำอะไรที่นี่ แล้วนั้นเอาขยะมาเกาะหลังไว้เพื่อ? "
ผมได้ยินแต่ทำเป็ไม่สนใจไต่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่อยากเสียเวลามาตอบคำถามตัวอะไรก็ไม่รู้
"ห๊ะ? ๆๆๆ " กระรอกประหลาดนั้นพูดรัวลิ้นทำให้รู้สึกรำคาญ
"โอ๊ยรำคาญวุ๊ย.."
"นายก็ตอบฉันมาสิ"
"อ่าๆ ฉันชื่อ 'โต' กำลังจะช่วยพา 'เ้าตัวเล็ก' ไปส่งบ้านหน่ะ"
พูดอย่างเดียวไม่พอมันต้องเปิดโชว์พอเ้ากระรอกขี้สงสัยก็ร้อง จ๊าก!! เลย
"น่ะ..น่ะนี่มัน ลูกนกฮูก!! " เขาทำเสียงสั่นกลัว
"ใช่เหรอ? " ที่ถามแบบนั้นก็เพราะเคยอ่านเจออีกว่าอาหารของนกฮูกก็คือ หนูกระรอก
"อ้อ เออ ดูดีๆ แล้วมันไม่ใช่นี้นาคงจะเป็นกเอี๊ยงนา"
"แล้วนายพอจะรู้จักแม่เขามั้ย"
"ไม่หล่ะ ฉันก็พึ่งมาแวะเล่นแถวนี้เมื่อเช้านี้เองยังไม่รู้จักใครหรอก แต่ขอฉันไปด้วยนะ"
พอมันเล่นพูดอย่างนั้นมีใครให้ช่วยบ้างก็ดูไม่เลวนักแค่ต้องทนหูชาเอาหน่อย เราสามคนเดินทางมุ่งขึ้นสู่ยอดกันต่อไป ถึงคนที่เดินจะมีแค่เ้ากระรอกประหลาดนี่ตัวเดียวก็เถอะ น่าแปลกต้นนี้ไม่มีแมลงมาตอม
~~~~~~~~~~
สูงขึ้นพ้นต้นไม้นี้คล้ายว่ามีกิ่งหนึ่งดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ยิ่งเพ่งมองเข้าไปใกล้ๆ กิ่งไม้กิ่งนั้นดูมันเงาสะท้อนแสงแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เออ..เจอแต่เื่แปลกๆ แต่อาการของเ้า ‘ด่อน’ ดูลุกลี้ลุกลน
“ฉันได้กลิ่นอันตรายเซ็นส์มันบอก ดูดิขนลุกซู่ยังไงไม่รู้” ด่อนชูแขนให้ดู
“เออ แล้วมันบอกอะไรมากกว่าขนลุกบ้าง อย่างชี้ไปที่จุดอะไรงี่”
มีบางอย่างบดบังแสงอยู่ เงาดำตะคุ่มๆ พาดแขนเ้ากระรอกเพี้ยน เราทั้งสองนึกตงิดใจจึงได้หันไปดูให้หายสงสัย แต่แล้วก็ต้องใสุดขีดร้องลั่น จ๊าก!!! พร้อมกัน
“งะๆ ..งะงูั์!!! ”
“ช่ายแล้วเ้าหนูทั้งสอง ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอ..ซู่ๆ ..” มันแล๊บลิ้นตวัดหน้าพร้อมอ้าปากกว้าง งูตัวบักเอ้กมีแผงคอคล้ายสิงโต ทำหน้าตาไม่เป็มิตรเอาซะเลย “เอ๊าไม่คิดจะวิ่งกันหน่อยรึ”
พอมันพูดจบเท่านั้นแหละไอ้เ้า ‘ด่อน’ ตัวดีออกตัววิ่งไปก่อนใคร ผมนะเหรอฉี่จะราดเข้าให้วิ่งก็ไม่ได้ไม่ใช่ไอ้กระรอกเพี้ยนหนิ กลัวซะจนทำอะไรไม่ถูกไม่เคยโดนงูขู่จะกินมาก่อนหรือเราจะต้องกลายเป็อาหารเย็นให้มันแล้วหรือ แต่ดูเหมือนกระรอกเพี้ยนจะยังไม่ทิ้งกันนะ มันใช้หางกระรอกเกี่ยวดึงเอาตัวเราออกไปทันก่อนจะโดนปากอันใหญ่โตนั้นงับลงทัน ‘ด่อน’ สาวเท้าโกยอ้าวโดยมีเราเป็ภาระแล้วเราเองก็มี ‘เ้าตัวเล็ก’ ห้อยหลังไปอีกภาระในภาระ เ้างูบ้านั้นก็เลื่อยตามหลังมาเร็วกว่าที่คิด
แต่เ้ากรรมเอ๊ยให้ดิ้นตายซะเหอะ กระรอกเพี๊ยนดันไปเหยียบเอาเปลือกไม้แห้งๆ ที่ชี้โด้เด่นกว่าอันอื่น มันหลุดลอกออกทำให้เราทั้งสามร้วงหล่นลงไป เ้างูนั้นมันพุ่งตัวหมายจะฉกกินเราคนใดคนหนึ่งแต่ไม่โดน
นับว่าเป็โชคดีในโชคร้ายได้มั้ย ให้ตายเถอะดีใจเนี้ยนะนี่เรากำลังร่วงอยู่เบิกตาหน่อยสิไอ้หัวโต!!
่ตะกอนความคิดถูกกระแทกโดยลมรุนแรงผมโอบกอดตะกร้าเอาไว้มองตาไอ้ ‘ด่อน’ เพื่อนตกเพื่อนตาย ความรู้สึกเสียใจที่พลาดการทดลองแปลกๆ แล้วยังสร้างสิ่งประดิษฐ์ตามในหนังสือได้ไม่ครบ แถมหนักสุดช่วยลูกนกตกรังให้กลับไปหาแม่ไม่ได้อีก หึ พวกขี้แกล้งที่โรงเรียนมันคงจะดีใจตาเองก็คงจะดีใจ แล้วยายหล่ะ? ยายจะต้องร้องไห้แน่ๆ เลย ไม่นะไม่อยากให้ยายร้องไห้ยายดีที่สุดที่เคยเจอนึกไม่ออกเลยว่ายายทำอะไรให้เราเสียใจไม่มี แกคอยปลอบคอยอยู่ข้างๆ และทายาใส่แผลที่โดนตาตีมาตลอด
“ไม่เอายังไม่อยากตาย!!! ” ะโร้องลั่นฟ้าออกมาสุดเสียง
~~~~~~~~~~
โปรดติดตามตอนต่อไป
~~~~~~~~~~