ฉินเทียนกลับออกมาจากมิติของระบบศาลเทพ์ ณ ตอนนี้ตัวมันยอมรับความจริงได้แล้ว
ตัวมันในตอนนี้ปลงตกแล้วพร้อมคิดว่าอย่างไรเสียชีวิตของคนก็ต้องก้าวเดินไปข้างหน้า ตัวมันจะมาจมอยู่ในห้วงความโศกเศร้าผิดหวังไปทำไม อย่างน้อยๆ ตอนนี้ถ้ามันคิดดีๆ มันก็ได้เข้าใจถึงป้ายจำแลงเซียนขั้นจ้าว์แล้ว แน่นอนในตอนนี้เ้าสิ่งนี้ยังเหลืออีกถึงสองครั้ง หากแต่อีกใจหนึ่งฉินเทียนก็คิด ์คงมิกลั่นแกล้งมันนะ มิใช่ตัวมันจะอยู่ๆ ต้องพบตัวตนห่าเหวอะไรที่ต้องบังคับให้มันใช้ป้ายจำแลงเซียนขั้นจ้าว์อย่างโง่ๆ โดยมิได้เตรียมการเช่นนี้อีก สิ่งนี้มีมูลค่าเกินไปสำหรับตัวมัน
เพราะอย่างน้อยๆ ที่สุดหากฉินเทียนจะใช้สิ่งนี้ มันต้องทำให้ตัวมันสามารถได้รับสาวกและผู้ศรัทธาระดับ 100 ล้านคนขึ้นไปเป็อย่างน้อย และคนเหล่านี้ในไม่ช้าก็จะแปรเปลี่ยนเป็แต้มบุญมหาศาลให้กับมัน มิใช่อย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ฉินเทียนก็มองจ้องไปยังสองเด็กน้อยของตัวมัน ที่คนหนึ่งเป็เด็กสตรีวัยเยาว์ที่ยามนี้หาความงดงามมิพบเจอ กับอีกหนึ่งวัยเยาว์บุรุษเพศผู้มีร่างกายใหญ่โตใบหน้าราวกับชายวัยกลางคน ไม่ช้าฉินเทียนก็ถอนหายใจเบาๆ ป้ายจำแลงเซียนขั้นจ้าว์ที่มีมูลค่า 333,333,333,333.33 แต้มบุญ ที่ใช้ไป โดยสิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงลูกศิษย์สองคน ฉินเทียนตัวมันพร้อมคิดในใจอย่างเสียมิได้ 'อย่างไรเสียมันก็ผ่านไปแล้ว ตัวข้าก็มิอาจจะแก้ไขอะไรได้อีก มีแต่ต้องเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเองและแก้ไขมัน'
เวลานี้ฉินเทียนได้ทิ้งความทุกข์โศกและความผิดพลาดทั้งหลายไปจากใจจนหมดสิ้นแล้ว มันจึงเอามือลูบหัวสองเด็กน้อยวัยเยาว์พี่ชายและน้องสาว ฉินเทียนกล่าวถามตัวเหม็น
"เด็กดีเ้าอยากติดตามท่านปู่ผู้นี้หรือไม่"
ตัวเหม็นสตรีตัวน้อยวัยเยาว์รีบพยักหน้ารับ
"แม้ภายภาคหน้าเ้าจะต้องลำบากและเหนื่อยยาก เ้าจะรับไหวหรือไม่ ท่านปู่ต้องบอกพวกเ้าทั้งสองตรงนี้ก่อนว่า เส้นทางของท่านปู่ผู้ชราผู้นั้นมิได้เรียบง่าย จำต้องต่อสู้กับเหล่าอธรรมชั่วช้ามากมาย พร้อมยอมเสียสละตัวเองเพื่อเหล่าสรรพชีวิตที่น่าสงสาร" ฉินเทียนกล่าววาจาราวกับว่ามันคือมหาเทวะผู้ผดุงความยุติธรรม หากแต่จริงๆ แล้วตัวมันก็พูดไปงั้นๆ เป้าหมายสูงสุดของมันมีเพียงช่วยเหลือบิดามารดาของมันพร้อมกับการใช้ชีวิตวิถีสโลว์ไลฟ์ มันมีเพียงเท่านี้จริงๆ
หากแต่ตัวมันก็มิสามารถพูดสิ่งเหล่านี้ต่อเด็กตัวน้อยทั้งสองได้ มันจำต้องวาดฝันอันใหญ่โตตระการตาสร้างปณิธานอันยิ่งใหญ่ให้แก่เหล่าเด็กน้อย นั่นเพราะมันเสียแต้มบุญไปมากมายเหลือเกิน ดังนั้นฉินเทียนจึงจำต้องคิดหาทางได้แต้มบุญกลับคืนมาไม่มากก็น้อย มันจึงจำต้องฝึกฝนเ้าตัวน้อยเหล่านี้ให้เป็เครื่องสร้างแต้มบุญของมันให้จงได้
"เ้าค่ะท่านปู่ ตัวเหม็นจะติดตามท่านปู่ ตัวเหม็นจะอดทนเ้าค่ะ" เด็กหญิงสตรีตัวน้อยพูดด้วยดวงตาใสแป๋ว แม้นางจะไม่งดงาม หากแต่ั์ตาของนางนั้นกลับเต็มไปด้วยความจริงใจซะเหลือเกิน ฉินเทียนนั้นมิรู้ทำไม มันจึงรู้สึกแอบหวาดกลัวสายตาเช่นนี้เหลือเกิน พอมันเห็นสายตาแบบนี้ ความคิดที่จะทรมานเด็กน้อยพร้อมเร่งฝึกฝนให้เป็เครื่องจักรสร้างแต้มบุญ ฉินเทียนก็รู้สึกผิดในใจเหลือเกิน
ไม่ช้าเ้าอ้วนสกปรกก็ร้องะโเสียงดัง "ท่านปู่อ้วนสกปรกก็จะอดทน อ้วนสกปรกจะติดตามท่านปู่ไปตลอดชีวิตของอ้วนสกปรกด้วยขอรับ" ฉินเทียนพยักหน้ารับในความจริงใจของเ้าอ้วนวัยเยาว์
ณ ตอนนี้มันได้รับลูกศิษย์สองคนแล้ว
และด้วยแต้มบุญ 10,000 ล้านแต้มบุญนี้ การเลี้ยงดูสองเด็กน้อยดูจะไม่ใช่ปัญหาของฉินเทียนแม้แต่น้อย
ติงๆๆ เสียงระบบดังแจ้งเตือน หากแต่ฉินเทียนก็ยังมิได้สนใจ มันเกือบลืมไปว่า ตัวมันนั้นมีเนตรหยั่งรู้ระดับ 1 ดาว หากแต่ที่ฉินเทียนไม่เคยใช่มัน มิใช่เพราะมันไม่ดี หากแต่ปัญหาของเนตรหยั่งรู้ระดับ 1 ดาว ก็คือ หากตัวมันฉินเทียน้าดูสถานะของผู้ใด ตัวมันจำต้อง แตะัักับคนผู้นั้นเนตรหยั่งรู้ระดับ 1 ดาวจึงจะทำงาน
ฉินเทียนเคยถามเซียนซุนว่าแล้วแบบนี้จะเรียกวิชาเนตรไปทำไม เมื่อมันต้องไปจับโดนตัวผู้อื่นเวลาจะเรียกใช้ เช่นนี้หากมันไปพบเหล่าศัตรู แทนที่ไอ้เนตรหยั่งรู้จะเป็ตัวช่วยทำให้มันวิเคราะห์ความแข็งแกร่งของศัตรูได้ทันที หากแต่นิอะไร ศัตรูมันมีรึจะให้มันไปจับแขนคลึงแมะ มิใช่ว่าพอมันจับััได้หัวของตัวมันฉินเทียนจะหลุดจากบ่าเอารึ
หากแต่คำตอบของเซียนซุนก็แสนเรียบง่าย "ฉินเทียนเ้าก็รีบยกระดับศาลเทพ์เสียสิ เ้ารู้จักไหมการอัปเกรด"
แน่นอนฉินเทียนได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ พร้อมใบหน้าไหววูบ สุดท้ายก็ต้องยอมรับชะตากรรมและทำใจไปกับศาลเทพ์ที่ไม่รู้ควรจะเรียกสมบัติฟ้าดินดีหรือเปล่า เพราะมันแลดูจะใช้งานยากและมีเงื่อนไขมากมายเหลือเกิน
ทำให้จนถึงตอนนี้ฉินเทียนยังมิเคยใช้ เนตรหยั่งรู้ระดับ 1 ดาว มาก่อนเลย
หากแต่เมื่อมันใช้ครั้งแรก... ตัวมันฉินเทียนก็ถึงกับขนลุกตั้งไปทั่วท้องแขน พลางมือสั่นสะท้านเบาๆ พร้อมร่ำร้องในใจ 'เชี้ยแล้วไง... สิ่งเหล่านี้เป็ไปได้อย่างไร'
----------
[ตัวเหม็น อายุ 5 ขวบ 4 เดือน สายเืแห่งจิ้งจอก์เก้าหาง] [12 เส้นชีพจริญญาจิ้งจอก์เก้าหาง] [พลังิญญา : 3445 หน่วย]
[ระดับการฝึกฝน : ไม่ปรากฏ] [วิชาฝึกฝน : ไม่ปรากฏ - คำแนะนำ แนะนำให้ฝึกฝนนางด้วยวิชาสายจันทรา จิ้งจอก ธาตุแนะนำมายา ธาตุพื้นฐานแนะนำ น้ำและลม]
[ความสามารถพิเศษ : [x] [x] [x] [x] [x] ความสามารถพิเศษทางสายเืถูกปิดผนึกจนกว่าจะอายุ 18 ปี]
----------
ฉินเทียนกลืนน้ำลายหนึ่งอึก นี่มันเื่บ้าบออะไรกัน มันพึงสร้างเื่ราวเล่าประวัติของนางไปอย่างไม่คิด แค่จะสร้างเื่ราวให้มีสตอรี่ หวังเพียงได้รับแรงศรัทธาจากสตรีตัวน้อยก็เท่านั้น และนิอะไร 12 เส้นชีพจริญญาจิ้งจอก์เก้าหางบ้างละ ความสามารถพิเศษทางสายเืบ้างละ เหตุใดสิ่งที่มันพูดไปมั่วๆ ถึงเป็จริงไปได้เล่า ฉินเทียนยามนี้รู้สึกขนลุกเกรียวราวกับว่าตัวมันถูกทำของ ทำคุณไสยใส่
ในใจมันตอนนี้สับสนเหลือเกิน
มันแทบอยากจะเอามือปิดปากแล้วร้อง!!!หาาาาาาาาาา ออกมาดังๆ ด้วยความใ หากแต่มันจะเสียกิริยาของท่านปู่ผู้สูงส่งและลึกลับผู้เป็ถึงราชันย์์ได้อย่างไร
มันจึงได้แต่กลืนน้ำลายและยืนนิ่งค้าง พร้อมพูดกล่าวว่าดีๆ อยู่หลายคำ ทำเป็เพียงการตรวจจับชีพจรธรรมดา
ณ ตอนนี้ฉินเทียนพบว่าตัวมันราวกับเป็ผู้ถูก์กลั่นแกล้งหรือว่าเป็ผู้มีปากศักดิ์สิทธิ์กันแน่ เมื่อคราวมันเห็นสถานะของเ้าอ้วนจากระบบไปแล้วก็ทีหนึ่ง มันสะดุ้งใเกินจะกล่าว หากแต่ยามนี้มันแค่กะลองใช้ของเล่นอย่างเนตรหยั่งรู้ระดับ 1 ดาว มันก็มิคิดเลยว่าจะเห็นสิ่งนี้อีกครั้ง ไยตัวตนระดับ 10 เส้นชีพจริญญา 12 เส้นชีพจริญญา มันแลดูจะหาเจอง่ายเหมือนต้นผักชีที่เกิดตามข้างทางเช่นนี้
หรือมีผู้ใดแอบวางกับดักมันหรือไม่ ฉินเทียนก็ได้แต่คิดไป
หากแต่ในระหว่างที่งงงันอยู่นั้น ฉินเทียนก็เข้าสู่ระบบศิษย์ศาลเทพ์ v.1.0 ตัวมันก็ใ มีข้อความมากมายเด้งขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็คำแนะนำ และความสามารถพิเศษต่างๆ ของระบบ เล่นเอาฉินเทียนอ่านจนเหนื่อยจริงๆ เหมือนกับว่าระบบศิษย์ศาลเทพ์ v.1.0 มันตรวจพบว่าฉินเทียนได้รับศิษย์ชั้นดี ตัวมันจึงอัปเกรดตัวเองอย่างเร็วไว กลายเป็ v.2.0 ทันที
พร้อมคำแนะนำมากมายแก่มันที่ใช้ในการดูแลลูกศิษย์
ซึ่งฉินเทียนเห็นแต่ละอันแล้ว มันก็แอบโกรธเกรี้ยวไอ้ศาลเทพ์ไม่น้อยเลย
ตัวมันนั้นเซียนซุนแนะนำแต่วิชาหลักร้อยแต้มบุญให้มันใช้งาน หากแต่เหล่าศิษย์ทั้งสองของมันเล่า วิชาแต่ละอย่างที่ระบบแนะนำมีั้แ่หลักล้านไปจนถึงพันล้านแต้มบุญ นิเอ็งตั้งใจจะปล้นแต้มบุญกันชัดๆ ฉินเทียนจ้องมองระบบศิษย์ศาลเทพ์อย่างโกรธเคืองเป็ที่สุด
นอกจากนั้นยังมีอะไรอีก ฉินเทียนรีบอ่าน
อะไรนะเครื่องแบบสำนักก็มี... ไอ้เวรตูยังใส่ชุดเก่าๆ ขาดๆ อยู่เลย
ดูนั้นสิ... ฉินเทียนรีบเลื่อนหน้าจอไปมา มันเห็นเหล่าเสื้อผ้าราคาแสนแพงมากมาย แต่ละชุดมิใช่ธรรมดาเลย มันมีใส่ออฟชั่นเพิ่มเติมได้อีกด้วย เช่น จะถักทอด้วยสิ่งใด มันมีั้แ่ไหม์ ไหมฟ้าดิน ไหมเทพอสูร นอกจากนั้นยังบอกคุณสมบัติของไหมแต่ละแบบที่เลือกในการถักทอบอกอย่างละเอียด ส่วนราคาก็จะพุ่งไปตามคุณภาพวัตถุดิบ ฉินเทียนมิเคยคิดเลยเหล่าลูกศิษย์ศาลเทพ์ของมันจะมีของดีมากมายเพียงนี้รออยู่ นอกจากนั้นของเหล่านี้ก็ยังการันตีความปลอดภัยให้กับศิษย์ตัวน้อยมันได้อีก เพราะแต่ละชุดสามารถเพิ่มมนตราชั้นอิทธิฤทธิ์ป้องกันชั้นแล้วชั้นเล่าได้อีกด้วย
ทั้งแบบแจ้งเตือนมาที่ฉินเทียนยามศิษย์ถูกทำร้าย หรือเป็การสะท้อนการโจมตีก็ยังมี ฉินเทียนเห็นแบบนี้ถึงกับอึ้งไปเลย
เมื่อตัวมันหันมาเลี้ยวมองตัวเองที่ ณ ตอนนี้ยังมิได้เปลี่ยนชุดเลยนับั้แ่ออกจากสำนักมา ใช้วิธีสักล้างแล้วใส่ซ้ำๆ เช่นนี้มาโดยตลอด หากแต่นี่อะไร แค่มันรับศิษย์วันแรก เหตุใดศิษย์ของมันจึงแลดูจะเก่งกล้ากว่าตัวมันผู้เป็อาจารย์ไปเสียแล้วกันเนี่ย
ฉินเทียนเองแอบเ็ปในหัวใจของมันปนอิจฉาเหล่าเด็กน้อยวัยเยาว์ลูกศิษย์ทั้งสองของตัวมันเหลือเกิน
.
.
.
ไม่ช้าฉินเทียนก็เลื่อนอ่านต่อไป ฉินเทียนไม่คิดเลยว่า จะมีสิ่งนี้อยู่
[ท่านสามารถพาลูกศิษย์ของท่านไปฝึกฝนที่ศาลเทพ์ได้]
[โควต้าสูงสุด 2 ท่าน ปัจจุบัน 2/2 จำนวนโควต้าจะเพิ่มขึ้นเมื่อระดับการฝึกฝนของท่านสูงขึ้น ผู้เป็อาจารย์มิอาจจะอ่อนแอกว่าศิษย์ของตัวเองได้ ท่านจำเป็ที่จะต้องรู้สึกละอายในสิ่งเหล่านี้]
ฉินเทียนอ่านมาถึงตรงนี้น้ำตาแทบไหล อะไรคือผู้เป็อาจารย์มิอาจจะอ่อนแอ นิมันมิใช่ว่าระบบกำลังบอกว่ามันกากหลอกรึ บัดซบเอ๊ย ฉินเทียนราวกับกำลังถูกไอ้ระบบเวรตะไลหลอกด่า
หลังจากนั่งอ่านข้อความและทำความเข้าใจอีกครู่ใหญ่ พร้อมทำใจกับความอิจฉาริษยาในวาสนาของเ้าตัวน้อยทั้งสอง ที่อยู่ๆ ก็มีบุญใหญ่หล่นทับ มีแต้มบุญให้ใช้สอยมากมาย ไม่เหมือนตัวมัน ที่ยังตกระกำลำบากอยู่
และในไม่ช้าฉินเทียนก็ออกจากมิติของระบบศิษย์ศาลเทพ์
จากนั้นมันก็จับมือทั้งสองของเด็กน้อยวัยเยาว์ "วันนี้ปู่จะพาพวกเ้าไปเที่ยวเล่นที่บ้านของท่านปู่นะ หุหุ" ฉินเทียนทำทีท่าหัวเราะราวกับว่ามันเป็เทพเซียนจริงๆ พร้อมจูงมือทั้งสองเดินก้าวย่างสิบก้าว จากนั้นร่างของทั้งสามก็หายวับไปในทันที
และในไม่ช้าทั้งสามก็มาปรากฏอยู่ในสถานที่อันตระการตา ในยอดเขาสูงชันที่มีทิวทัศน์งดงามตระการตานัก และสถานที่แห่งนี้คือ... ที่ตั้งของศาลเทพ์
.
.
.
สองเด็กน้อยวัยเยาว์หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี เดินหมุนวนไปมาพร้อมเหม่อมองสถานที่อันสวยงามตระการตานี้ ที่มีไอเมฆเซียนลอยไปมาให้ความรู้สึกโล่งสบาย แค่ทั้งสองหายใจเอาไอหมอกเซียนเข้าไปร่างกายก็ราวกับจะล่องลอยแล้ว มันเป็ความรู้สึกเบาสบายเกินบรรยาย ไม่คิดเลยว่าในโลกใบนี้จะมีสถานที่สวยงามถึงเพียงนี้ และไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้มาในสถานที่แบบนี้จริงๆ เด็กน้อยทั้งสองต่างคิดเยี่ยงนี้
ในไม่ช้าเด็กหญิงตัวน้อยสตรีวัยเยาว์ตัวเหม็นจึงร้องถามสิ่งที่นางสงสัยขึ้นทันที "ท่านปู่ที่นี่คือที่ไหนหรือเ้าค่ะ ที่นี่คือ์รึเปล่าเ้าค่ะ"
ฉินเทียนหัวเราะเบาๆ กับความคิดของเด็กน้อย ก่อนที่ในไม่ช้ามันจะตอบกลับ "ที่นี่ก็แค่ที่พักของท่านปู่ก็เท่านั้น" ฉินเทียนพูดกล่าวพร้อมเอามือไพล่หลัง ทำตัวราวกับมันเป็ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
.
.
.
และในเวลาเดียวกันนี้ ณ ที่ห่างไกล ณ ที่ที่เคยมีมหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏกาย
มีหนึ่งสตรีผู้งดงามยืนล่องลอยอยู่กลางนภา พร้อมกับหัวใจที่สับสน ลอยกายขบคิดอยู่ ณ ที่แห่งนี้ไม่ไปไหน
นางมิรู้ทำไม นางจึงคุ้นเคยกับคำพูดคำนี้ของมหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่นัก
คำพูดที่ขอให้นางมีความสุข
คำพูดคำนี้ช่างมีความหมายลึกซึ้งยิ่งสำหรับหัวใจของนาง
และในชั่วอึดใจหนึ่ง มันก็ทำให้นางคล้ายจะนึกถึงบุรุษเพศผู้หนึ่ง ที่นางคล้ายมิอาจจะลืมเลือนมันผู้นั้นได้
หากแต่ในไม่ช้านางก็สะบัดความคิดนั้นทิ้งไปพร้อมกับหัวใจที่แสนสับสน
.
.
.
"ข้าจะมีชีวิตที่มีความสุขได้จริงๆ รึ"
.
.
.
กลับมา ณ ที่ตั้งของศาลเทพ์ ณ ตอนนี้สองตัวน้อยวัยเยาว์ต่างตาเป็ประกาย กับอิทธิฤทธิ์อันแสนวิเศษของท่านปู่...
หากแต่ท่านปู่กำลังทำอะไรอยู่นะรึ... คิกคิก